วันพุธที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2554

ปิ๊งป่องตอนที่ 11 : บางมุมที่น่ามอง - ใบพัด : โง่ที่สุด

บางมุมที่น่ามอง - ใบพัด : โง่ที่สุด

Friday, July 11, 2003

โดยMGR ONLINE


นอกเรื่องก่อนนะครับ...

เคยไหม เวลาไปเล่นน้ำทะเล ว่ายเพลินๆ อยู่ดีๆ หันไปมองที่ฝั่งอีกที ก็มาไกลเสียมากโขแล้ว...

ตอนนี้พวกเราอยู่ที่ไหนกันนะ ว่ายไกลจากฝั่งมากขึ้นบ้างไหม (อย่าบอกนะว่าลอยเคว้งอยู่ที่เดิม...เพราะเหมือนคนเขียนเลย)

แต่ใครเกิดรู้สึกว่า พอห่างจากฝั่งไปแล้วมันรู้สึกเหนื่อยๆ โหวงๆ ชอบกล จะว่ายกลับมาตั้งหลักบนฝั่งก่อนก็ได้นะ ไม่มีใครว่า

อย่าลืมสิ บนฝั่งมีครอบครัวเรานั่งรวมหัวกันจกข้าวเหนียวส้มตำ แถมยังมีไก่ย่าง(เหลืองๆ) รอเราอยู่เสมอ

อยู่ที่ว่าเราต่างหาก ว่าจะว่ายกลับไปจกกับเขาไหม !

..................................

โอเค ครับ เข้าเรื่องได้....

เกือบ 3 เดือนเต็ม ที่พวกปิ๊งป่องเพียรเดินทางสู่เขาเหลียงซานอันไกลโพ้น เรียกได้ว่าก้าวหน้าไปไม่น้อย แม้ว่าตอนนี้จะหันกลับไปดู ก็ดูไม่ออกแล้ว ว่ามาไกลแค่ไหน

รู้แต่ว่ายังไม่ถึงจุดหมาย(เสียที)

ขณะที่คนขับจอดเกวียนไว้ที่ข้างทางหลังรอนแรมมาพักใหญ่ ปิ๊งป่องนั่งนึกถึงสิ่งที่เพิ่งได้เจอมา พร้อมกับดู "ถ้วยรางวัล" ที่ตัวเองเพิ่งได้รับมาหยกๆ

"ตลอดหลายเดือนมานี้มีเรื่องวุ่นๆ เกิดขึ้นเยอะแยะเลย ยังดีนะที่ของในห่อผ้าวิเศษช่วยให้ผ่านพ้นไปทุกครั้ง แต่น่าแปลก ที่เมื่อวานไม่เห็นได้หยิบอะไรออกมา แต่กลับผ่านเหตุการณ์ไปได้หน้าตาเฉย"

ถ้วยรางวัลที่เขาได้ มันคือรางวัลจาก "การประกวดคนโง่ ชิงแชมป์ถ้วยรางวัลประจำมณฑล ครั้งที่ 13" ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และได้รับความนิยมจากผู้คนเป็นอันมาก

กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริม และสนับสนุน "คนโง่" ให้ยังดำรงคงอยู่สืบไป โดยโต้โผของงานเป็นกลุ่มพ่อค้าและผู้มีอันจะกินจากหลายจังหวัด ร่วมมือกันส่งคนโง่เข้าประกวดในระดับมณฑล

นอกจากความสนุกสนาน(ที่ไม่ค่อยจะเข้าท่า)แล้ว วัตถุประสงค์ลึกๆ ของกิจกรรมนี้ ก็เพื่อที่จะทำให้คนดูรู้สึกว่าตนเอง "ฉลาดกว่า"

ผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัล 100 ตำลึง พร้อมถ้วยรางวัลไปครอบครอง

ผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดต้องสอบข้อเขียนก่อน ผู้ใดได้คะแนนน้อย ที่สุดได้เข้ารอบ

(วิธีการคล้ายการสอบเอนทรานซ์บ้านเรา ผิดแต่ว่าจะเลือกคนที่ได้คะแนนน้อย ซึ่งรอบนี้มักมีคนที่ "โง่ไม่จริง" ผสมโรงมาสอบเพื่อหวังเงินรางวัล ถึงแม้ว่าจะอ่านหนังสือกองโตเพื่อให้รู้ว่าข้อไหนผิด แต่ส่วนใหญ่ก็จะตกม้าตายที่รอบนี้เสมอ เพราะสู้ผู้เข้าแข่งขันตัวจริงไม่ได้)

หลังจากผ่านรอบแรกแล้วก็จะถูกสัมภาษณ์อีกครั้ง ใครตอบผิด หรือป้ำๆ เป๋อๆ มากที่สุด...เข้ารอบ

วันนี้เป็นวันแข่งขันในรอบสุดท้ายแล้ว หลังจากขับเคี่ยวกันมาตลอดหลายสัปดาห์จนสามารถคัดเหลือผู้เข้ารอบสุดท้ายได้ 10 คน

ปิ๊งป่องไม่เคยคิดจะเข้าประกวดเลยสักครั้ง แล้วก็ไม่ได้ไปสอบข้อขงข้อเขียนอะไรกับเขา แต่คนเขียนขึ้นต้นไปแล้วว่าเขาคว้าถ้วยรางวัลนี้มาครองได้ แสดงว่าต้องได้เข้าไปแข่ง แถมชนะประกวดเสียด้วย !

"ใกล้จะตัดสินรอบสุดท้ายแล้ว ผู้เข้าแข่งขันเบอร์ 10 หายไปไหนเนี่ย !" คณะกรรมการประกาศหาหลังเวทีให้วุ่น เพราะขณะนี้ผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดกำลังเดินขึ้นเวทีเพื่อรอตอบปัญหาชี้ตำแหน่งแชมป์ในปีนี้กันแล้ว

"นึกว่าไปอยู่ที่ไหน ยืนหลบอยู่ตรงนี้เอง...รีบไปเร็ว เจ้าหนุ่ม" เจ้าหน้าที่ลากปิ๊งป่องที่ยืนไม่รู้อิโหน่อิเหน่ขึ้นเวทีไปอย่างที่ยากจะขัดขืน (นั่นไง ว่าแล้วว่าต้องได้เข้าประกวด อิ อิ)

เขาถูกเข้าใจผิด เพียงเพราะเขาสะพายห่อผ้าอันเป็นกติกาของการแข่งขันที่ผู้จัดเจตนาให้ผู้เข้าแข่งดูเปิ่นๆ เชยๆ มากที่สุดเท่านั้น (หมายเลข 10 ตัวจริง ตอนนี้หนีกลับบ้านไปเสียแล้ว)

"เอาล่ะครับ ตอนนี้เราก็จะทราบกันเสียทีว่าในปีนี้ใครจะเป็นคนที่โง่ที่สุดในมณฑลของเรา !" พิธีกรรูปหล่อตะโกนประกาศ ตามด้วยเสียงปรบมือแกล้มเสียงหัวเราะของมหาชน

"คำถามสำหรับหมายเลข 1 อยู่ในมือผมแล้วนะครับ ....ถามว่า คนรักกัน แหวนแทนใจจะต้องถูกใส่ไว้ที่นิ้วไหน ?"

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แนะนำ ติชมจ้า