วันอังคารที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2554

ปิ๊งป่องตอนที่ 10 : บางมุมที่น่ามอง - ใบพัด : เศรษฐียาจก ตอนจบ

พวกปิ๊งป่องนั่งอยู่แถวหลังสุด นั่งฟังเหล่าพ่อค้าสรรหาถ้อยคำสวยหรูมาเป็นเหตุผลสนับสนุนการซื้อของเศรษฐีเป็นร้อยเป็นพันเหตุผล และสินค้าทุกชิ้นก็จบลงด้วยการตัดสินใจซื้อ

ปิ๊งป่องไม่เห็นด้วยที่เศรษฐีจะต้องเสียเงินมากมายซื้อของเหล่านั้น บางอย่างก็ไม่จำเป็นเลย และบางอย่างก็ไม่ควรต้องซื้อในราคาแพงเช่นนั้น ปิ๊งป่องถามคนขับเกวียนในสิ่งที่เขาไม่เข้าใจ

คนขับเกวียนอธิบายว่า 'พ่อค้ารู้ว่าจะพูดกับเศรษฐีวิธีไหนแล้วเขาจะซื้อ เขาให้ความรู้เศรษฐีเพื่อให้เศรษฐียอมควักกระเป๋าด้วยความเต็มใจ'

ให้ 'รู้' ว่าสินค้านี้มีความประณีตอย่างไร...แล้วเศรษฐีก็ต้องจ่ายค่าความประณีตนั้น

ให้ 'รู้' ว่าสินค้านี้หาได้ยาก...ค่าของความหาได้ยาก ก็ย่อมแพงเป็นธรรมดา

พวกเขาพยายามสร้าง 'ความจำเป็น' ให้เศรษฐี 'ต้อง' ใช้สินค้า...เขาก็จะขายของได้

'แล้วเจ้าล่ะขายอะไร !' เศรษฐีถามพวกปิ๊งป่องที่บัดนี้รอบกายพวกเขาไม่เหลือใครอีก เพราะบรรดาพ่อค้าต่างโกยแน่บไปตั้งแต่ขายของกันได้แล้ว

'เอ่อ ข้าขาย...' คนขับเกวียนนึก

'พวกเรามาขายความสุขให้ท่าน'ปิ๊งป่องชิงตอบ เพราะคิดอะไรดีๆ ได้

'น่าสนใจดี ไหนเอามาให้ข้าดูซิ ว่าหน้าตาของความสุขมันเป็นอย่างไร'

'ความสุขน่ะ มีแน่ท่าน แต่ขอถามสักนิด คนยากจนในเมืองนี้มีตั้งแยะ ทำไมจึงไม่นำเงินที่เหลือไปทำทานแก่คนเหล่านั้นบ้าง แทนที่จะสะสมเป็นทรัพย์สินฟุ่มเฟือยเหล่านี้'ปิ๊งป่องชำเลืองไปยังกองสินค้าที่เศรษฐีเพิ่งซื้อมา

'ใครว่าข้ามีเงินเหลือ ดูของมีค่าพวกนี้สิ ล้วนเป็นของล้ำค่าทั้งนั้น ยังมีสมบัติอีกมากมายในโลกนี้ที่ข้ายังไม่มี ข้ายังอดห่วงไม่ได้เลยว่า เงินทองที่ข้ามี มันจะไปซื้อพอได้อย่างไร แล้วจะให้ข้าแบ่งไปให้คนอื่นเนี่ยนะ โง่หรือเปล่า'

ปิ๊งป่องควานมือลงห่อผ้าวิเศษ พร้อมภาวนาให้สิ่งที่เขาหยิบขึ้นมาสามารถช่วยเหลือทุกข์เข็ญของชาวบ้านยากจนด้วยเงินมหาศาลของเศรษฐีก่อนเขาจะผลาญหมดไปในเร็ววัน

พระช่วย ! เขาหยิบขึ้นมาเป็น เป็น เมนูอาหารของร้านข้าวต้มแถวบ้าน !

'ขอถามท่านอีกข้อ ถึงท่านจะซื้อสิ่งต่างๆ มากมาย แต่ท่านก็ไม่ได้มีความสุขแบบที่ท่านหวังใช่ไหม' ปิ๊งป่องถาม

'...' เศรษฐีทำหน้าจริงจังแล้วพยักหน้า

'แทนที่จะเป็นผู้แสวงหาความสุข ทำไมจึงไม่เป็นผู้เข้าใจความสุขล่ะ' ปิ๊งป่องกระแซะให้คนขับเกวียนช่วยอธิบายแบบฉลาดๆ อย่างที่เคยให้หน่อย...พลางนึกในใจว่าใครแอบไปจิ๊กเมนูเล่มนี้มาฟะ สงสัยป่านนี้เถ้าแก่คงบ่นใหญ่แน่ๆ

'มันก็เหมือนกับการกินอาหารแหละท่าน คนเราทุกคนถ้าไม่กิน มันก็ย่อมหิวเป็นธรรมดา แต่ไม่ว่าจะสรรหาของดีสักเพียงไหนมาบริโภค แป๊บๆ เดี๋ยวมันก็หิวอีก ไม่มีอิ่มแบบถาวรหรอก ต่อให้ท่านกินทุกเมนูในนี้' คนขับเกวียนพยายามพูดให้เข้าเรื่องเมนู จากนั้นก็อธิบายต่อ 'และแม้ว่าท่านจะกินหมดทุกเมนูในนี้ ก็ยังมีอีกร้อยล้านเมนูบนพื้นพิภพที่ท่านจะต้องแสวงหาไปไม่มีที่สิ้นสุด...แล้วเมื่อไหร่จึงจะพอล่ะ'

'เข้าใจแล้ว' จากนั้น เศรษฐีที่มีหน้ามีตา ก็กลายเป็นคนที่มีหน้ามี 'ตาสว่าง' ขึ้นมาทันที เขาตกลงใจซื้อ 'ความสุขล้นเมนู' จากปิ๊งป่องด้วยการจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดอาหารกลางวันเอื้ออาทรแก่ชาวบ้านเป็นเวลา 1 ปี พร้อมทั้งประกาศเลิกซื้อของฟุ่มเฟือยจากบรรดาพ่อค้าหัวใสตลอดไป

ไม่กี่วันถัดจากนั้น มีคนแอบได้ยินเศรษฐีบอกว่า 'อิ่ม' ทั้งๆ ที่ไม่เห็นแกกินอะไรเลย n

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แนะนำ ติชมจ้า