วันเสาร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2553

ปิ๊งป่องตอนที่ 9 : บางมุมที่น่ามอง - ใบพัด : คนจะซวยช่วยไม่ได้ จบตอน

"เมื่อเช้า ทำไมเขาจึงไล่ท่านอย่างนั้น" ปิ๊งป่องถามพลางเดินไปส่งไส้ติ่งที่บ้านของเขาซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก

"ไม่รู้สิ แต่เชื่อไหม ช่วงนี้โชคไม่ค่อยดีเอาเสียเลย เดินไปไหนก็บาดเจ็บ ไม่โดนของหล่นมาใส่หัว ก็โดนซ้อมเพราะหน้าตาดันไปเหมือนกับศัตรูของคนนั้นคนนี้"

เขาลำดับความให้ฟังว่า เขา "ซวยไม่รู้เรื่อง" ได้ตั้งแต่เช้า...ไม่สิ ตั้งแต่หลับเลย นอนหลับก็ฝันร้ายจนตกเตียง ตื่นมาหัวก็มีอันต้องโขกนั่นโขกนี่ หรือไม่ก็หกคะเมนตีลังกา ออกมานอกบ้านก็เกิดเหตุการณ์ราวกับมีภัยพิบัติอยู่รอบๆ ตัวเขาเสมอ

เรียกว่าเข้าขั้น ผู้ป่วยซวยซ้ำซ้อน !

ใครว่า "คนซวยทำอะไรก็ไม่น่าเกลียด" ดูท่าจะไม่จริง เพราะแต่ละอย่างที่ไส้ติ่งเจอ มันน่าเกลียดจริงๆ เพราะความซวยยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรกอยู่ตลอด ไม่กี่วันที่ผ่านมา บ้านเขาและเพื่อนบ้านก็เพิ่งถูกโจรแอบมายกเค้าตอนออกไปทำงาน กวาดทรัพย์สินไปหลายครัวเรือน แต่เขาก็ยังคงยิ้มแหยๆ ได้(แต่เพื่อนบ้านแยกเขี้ยวใส่เพราะเห็นว่าเขาเป็นต้นเหตุของความซวย)

"ยังดีนะที่ขโมยไปแค่ของ บ้านข้ายังอยู่ อย่างที่โบราณว่าจริงๆ ขโมยขึ้นบ้าน 10 ครั้งยังไม่เท่าไฟไหม้บ้านครั้งนึงหรอก...ฉะนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่" เขาพาพวกปิ๊งป่องมาถึงที่บ้านก็จะเตรียมข้าวของไปทำบุญที่วัด (ข้าวของอีกแล้ว)

"พรึบ !" ผู้อ่านหลายคนคงเดาถูก เปลวไฟลุกท่วมบ้านเขาราวกับไฟจากเตาแก๊ส ก่อนจะลามไปสู่บ้านข้างๆ จนชาวบ้านหนีตายกันอลหม่าน

ปิ๊งป่องควานมือลงห่อผ้าวิเศษเพื่อแก้วิกฤตทันที !

สิ่งที่เขาหยิบขึ้นมาคือ ใบทำนายเมื่อวานที่เขาอ่าน ....อ้าว แต่เขาทิ้งมันไปแล้วนี่-ช่างเถอะ ยามหน้าสิ่งหน้าขวานอย่างนี้ มาดูดีกว่าว่ามันจะช่วยทำอะไรให้ดีขึ้น

"ท่านที่เกิดวันที่ 13 ...ซวย !!! ทางแก้-ไฟจากความซวยน่ะ ดับไม่ได้หรอก..." ปิ๊งป่องเงยหน้าขึ้นมาตกใจคำทำนายที่แม่นราวกับตาเห็น แล้วอ่านต่อ "...แต่เอาความซวยไปดับไฟ...ได้"

เมื่อคนซวย ต้องเผชิญหน้ากับความซวย ไส้ติ่งจึงต้องสู้ สู้เท่านั้น สู้แล้วซวย !

เขาโดดเข้าไปในบ้านต้นเพลิง(บ้านเขาเอง)พร้อมกับอุปกรณ์ดับไฟเท่าที่หาได้ใกล้มือ(เอ่อ...กระดาษ และกิ่งไม้เนี่ยนะ) ภาพน่าอัศจรรย์ใจเกิดขึ้น ! ไฟแหวกทางหลบเขา ราวกับน้ำแหวกเป็นสองฝั่งแบบที่ไกรทองลงไปปราบชาละวัน ทำให้เขาสามารถจัดการกับพระเพลิงได้อย่างง่ายดาย

...หลังเหตุการณ์สงบ ชาวบ้านก็มาขอบใจไส้ติ่งเสียยกใหญ่ ก่อนจะรู้เคล็ดในการจัดการกับความซวยของเขา ชาวบ้านยุให้เขาเลิกหาปลา แล้วไปฝากเนื้อฝากตัวกับก๊กโจรต่างๆ ไส้ติ่งก็เชื่อตามนั้น

ไม่นานความซวยของเขาก็แผงฤทธิ์ ก๊กโจรที่เขาไปอยู่แตกพ่ายไปไม่เหลือชิ้นดี

จากนั้น ไส้ติ่งก็เป็นที่นับหน้าถือตาของชาวบ้าน มีหลายคนถามไส้ติ่งว่า เคยนึกเสียใจไหม ที่เคยเป็นไส้ติ่งธรรมดาๆ ที่ไม่มีใครใส่ใจ ไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่ามีเขาอยู่ในเมืองนี้ กระทั่ง "ความซวย" ของเขาปรากฎขึ้น คนจึงเริ่มหันมาใส่ใจ และรู้ว่าเขา "มีอยู่" แต่ก็เป็นความใส่ใจที่อยากจะขับไล่เขาออกไป เพื่อให้ตัวเองปลอดภัย

เขาตอบว่า "ไม่เสียใจหรอก ผมเป็นแค่คนที่โชคไม่ดีเท่านั้น !"

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แนะนำ ติชมจ้า