วันศุกร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2553

ปิ๊งป่องตอนที่ 9 : บางมุมที่น่ามอง - ใบพัด : คนจะซวยช่วยไม่ได้

บางมุมที่น่ามอง - ใบพัด : คนจะซวยช่วยไม่ได้

Friday, June 27, 2003

โดยMGR ONLINE


"ท่านไม่ได้เกิดวันที่ 13 ใช่ไหม!"

ปิ๊งป่องเอ่ยถามคนขับเกวียน หลังหยิบใบทำนายโชคชะตาประจำสัปดาห์ที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาอ่าน

"เปล่านี่...ทำไมรึ"

"ก็คำทำนายในนี้สิ ดูแปลกๆ คำทำนายของวันอื่นก็ปกติดี แต่พอเป็นของวันที่ 13 ก็ทำนายเสียสั้นเชียว"

"เขาว่าอย่างไรล่ะ"

"ซวย !!!" ว่าแล้วปิ๊งป่องก็ทิ้งใบทำนายไป โดยไม่สนใจว่า หากเกิดวันที่ 13 จะมีทางสะเดาะเคราะห์ด้วยวิธีไหน เพราะเห็นว่าไม่มีใครในกลุ่มเกิดวันที่ 13

คนขับเกวียนหัวเราะในลำคอ แล้วเดินเข้าไปเช็คอินในโรงเตี๊ยมเก่าๆ แห่งหนึ่ง เพื่อพักแรมสักคืน

ตอนนี้ฟ้าเริ่มมืดแล้ว ห้องพักของพวกเขาอยู่บนชั้นสอง คนขับจอดจอร์จ(เป็นชื่อวัว)และเกวียนของเขาในที่จอดด้านหลังโรงเตี๊ยม ฟ้าสางเมื่อไหร่ พวกเขาจะได้เคลื่อนขบวนสู่เขาเหลียงซานอันไกลโพ้นกันต่อ

ครั้นพอแสงอาทิตย์เริ่มสอดส่องมา มอร์นิ่งคอลก็ดังปลุกแขกที่มาพักจนสะดุ้งโหยง ต้นเสียงมาเถ้าแก่เจ้าของโรงเตี๊ยมซึ่งอยู่ชั้นล่าง

"ไปให้พ้นเลยนะ ! เจ้าตัวซวย อย่ามาเหยียบบ้านข้า...ไป !" เถ้าแก่แหกปากจนแขกหลายคนเดินงัวเงียลงมาดู รวมทั้งสองหนุ่มด้วย

"แน่ะ ! ไล่แล้วยังไม่ยอมไปอีก !"

ทั้งปิ๊งป่องและคนขับเกวียนเข้าไปสอบถามเถ้าแก่ว่าเหตุใดจึงพยายามขับไล่หนุ่มใหญ่ร่างท้วมคนนั้น

"จะอะไรเสียอีกล่ะ ก็ความซวยของมันน่ะสิ ขืนให้มาอยู่ใกล้ เดี๋ยวก็ได้ซวยกันไปหมด" เถ้าแก่เอาไม้กวาดปัดตามทางเดินที่ชายคนนั้นเดินเข้ามาในโรงเตี๊ยม แล้วพูดต่อ "ใครๆ เขาก็รู้กิตติศัพท์มันทั้งนั้น ขนาดจิ้งจกหน้าบ้านมันยังไม่กล้าทักมันเลย กลัวซวยไปด้วย"

...ขนาดนั้นเลย

ชายร่างท้วมเพียงต้องการนำเศษสตางค์ที่พอมีติดกระเป๋ามาหาซื้อซาลาเปาที่โรงเตี๊ยมเพื่อนำไปทำบุญ ในเมื่อเถ้าแก่ยังไม่ยอมให้เข้าร้าน เขาก็ยังเดินป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้น (ปักหลักนั่งที่ไหนก็ไม่ได้ เพราะนั่งปุ๊บก็โดนไล่ปั๊บ)

นับเป็นเช้าที่โกลาหลทีเดียวสำหรับสิ่งที่ได้ปิ๊งป่องประสบในเมืองใหญ่แห่งนี้ เขาขึ้นไปเก็บข้าวของ (ปิ๊งป่องเคยสงสัยว่าทำไมต้องเป็น "เก็บข้าวของ" แต่ก็ไม่มีใครให้คำตอบเขาได้) แล้วเดินตามคนขับเกวียนลงมาเช็คเอาท์ที่ด้านล่าง เถ้าแก่ถามเขาว่าได้กินซาลาเปาในตู้กับข้าว(สแน็กบาร์)ในห้องหรือเปล่า...เขาตอบว่าเปล่า เพราะเขารู้ดีว่า ของในตู้กับข้าวจะถูกชาร์ทแพง เลยได้แต่กินน้ำชาในกระติกที่เป็นของฟรีเท่านั้น

หลังจ่ายค่าโรงเตี๊ยม ก็จัดสัมภาระขึ้นเกวียนเตรียมที่จะออกเดินทาง เขาได้พบกับชายร่างท้วนคนเมื่อเช้าอีกครั้ง แต่คราวนี้หัวเขาอาบไปด้วยเลือด ทว่าใบหน้ายังเต็มไปด้วยรอยยิ้ม(ดูโรคจิตมาก)

"หัวท่านไปโดนอะไรมา" ปิ๊งป่องถาม

"โชคไม่ดีน่ะ เดินอยู่ดีๆ กระเบื้องมุงหลังคาก็ตกลงมาใส่ อูย...นี่ยังเจ็บอยู่เลย"เขาลูบแผลที่หัว จนพวกปิ๊งป่องต้องเข้าช่วยเหลือ ระหว่างที่ปิ๊งป่องและคนขับเกวียนช่วยปฐมพยาบาลให้ชายร่างท้วม พวกเขาก็ได้ข้อมูลเกี่ยวกับคนๆ นี้มากขึ้น

เขามีชื่อว่า "ไส้ติ่ง" เป็นไส้ติ่งอ้วนๆ เกิดวันที่ 13 มีอายุย่าง 30 แต่ยังไม่มีครอบครัว ปัจจุบันมีอาชีพเป็นชาวประมงน้ำจืด จับปูจับปลาไปตามเรื่อง มีเรือเล็กๆ เป็นของตัวเองอยู่ลำหนึ่ง

"ข้าไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจะทำมาหากินได้อย่างไร เพราะเห็นแต่ประกาศจากทางการบอกว่า เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง เลยไม่ค่อยได้ออกไปไหน" เขาเล่าถึงความซวยที่ไม่มีงาน ไม่มีเงิน พร้อมๆ กับขยับผ้าพันแผลให้เข้ารูปกับหัวโตๆ ของเขา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แนะนำ ติชมจ้า