วันจันทร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ปิ๊งป่องตอนที่ 8 : บางมุมที่น่ามอง - ใบพัด : จอมโจรโพสอิท

บางมุมที่น่ามอง - ใบพัด : จอมโจรโพสอิท

Friday, June 20, 2003

โดยMGR ONLINE


ฉากหนึ่งในหนังจีนที่เรามักเห็นกันเสมอ คือฉากชาวบ้านชี้โบ๊ชี้เบ๊มุงดูป้ายประกาศของทางการ...และทุกครั้งจะมีคนคอยบรรยายเนื้อความบนป้ายให้ชาวบ้านได้ฟังเสมอ...ครั้งนี้ก็ไม่ต่างกัน !

ป้ายประกาศอยู่บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองที่ปิ๊งป่องและชาวคณะจะต้องนำเกวียนผ่านเพื่อไปสู่เขาเหลียงซาน จู่ๆ ชาวบ้านคนหนึ่งก็เริ่มอ่านประกาศ

"อะแฮ่ม นับแต่นี้เป็นต้นไป ทางการขอประกาศให้ทุกคนทราบตรงกันว่า การนับเลขเพื่อจะถ่ายรูป จะใช้การนับแบบ 1-2-3-แชะ! เป็นมาตรฐานเดียวกัน...ห้ามใช้การนับแบบ1-2-แชะ! เป็นอันขาด เนื่องจากที่ผ่านมามีความไม่เข้าใจกันระหว่างผู้ถ่าย และผู้ถูกถ่าย (ถ่ายในที่นี้คือ ถ่ายรูป) จนเกิดความเสียหายอยู่เสมอ เพราะผู้ถูกถ่ายไม่สามารถคาดการณ์จังหวะการกระพริบตา และส่งเสียงเห้ ! เมื่อถ่ายรูปเสร็จได้ ส่งผลให้รูปที่ออกมาตาปรือ และเผลอชูแขนเก้ๆ กังๆ อยู่เป็นเนืองๆ ...จึงเรียนมาเพื่อทราบ ลงชื่อ ทางการ(ที่ถ่ายรูปแล้วหลับตาเสมอ)"

ชาวบ้านจับกลุ่มเสวนาปัญหาดังกล่าวอย่างเผ็ดร้อน บ้างก็ว่าละเมิดสิทธิส่วนบุคคล บ้างก็โจมตีว่านโยบายของทางการเจตนาจะสนอง need ของตัวเอง แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่เห็นด้วยกับนโยบายนี้

คนขับเกวียนไม่ได้ไปยืนมุงกับเขาด้วย เพราะกำลังง่วนเจรจากับนายด่านเพื่อขอนำเกวียนผ่านทาง ขณะที่ปิ๊งป่องปลีกตัวมาเดินแก้เซ็งแถวหน้าประตูเมืองจึงได้ผสมโรงร่วมมุงไปกับชาวบ้าน

เขาสังเกตว่าที่มุมเล็กๆ ของป้ายประกาศมีข้อความว่า "ผู้ใดสามารถนำตัวจอมโจรโพสอิทมาส่งทางการได้จะได้รับรางวัลก้อนโต"

จอมโจรโพสอิท ?

ไม่นาน คนขับเกวียนเดินมาบอกปิ๊งป่องว่า ถูกนายด่านปฏิเสธการผ่านเข้าเมือง เนื่องจากไม่มีค่าผ่านทาง ขอจงหยิบของในห่อผ้าวิเศษขึ้นมาเพื่อผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ เพราะหาไม่แล้ว ก็ยากที่จะไปถึงเขาเหลียงซานตามที่ฝันได้ เขาก็เชื่อตามนั้น และควานมือลงห่อผ้าทันที

สิ่งที่เขาหยิบออกมาคือ ทองคำเปลวหนึ่งชุด ที่ทั้งสองมั่นใจว่าต้องช่วยนำพาให้สามารถผ่านเข้าออกเมืองได้อย่างไม่มีปัญหา

ความจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ นายด่านไม่ยินดีรับทองคำเปลวเป็นค่าผ่านทาง แถมยังกักพวกเขาไว้ที่หน้าด่าน กระทั่งปิ๊งป่องนึกขึ้นได้ว่า มีอีกวิธีหนึ่งที่ทำได้ก็คือ การตามจับจอมโจรโพสอิท เพื่อนำรางวัลนำจับมาจ่ายเป็นค่าผ่านทาง จึงได้ให้คำมั่นแก่นายด่านว่าจะจับโจรมาส่งทางการโดยเร็วที่สุด

นายด่านยิ้มที่มุมปาก แล้วให้พวกเขาจอดเกวียนและจอร์จ(เป็นชื่อวัว)ไว้ที่ด่าน ก่อนจะปล่อยให้ทั้งสองผ่านประตูเมืองเพื่อออกไล่ล่าจอมโจรตามสัญญา

พอก้าวพ้นประตูเมือง ภาพที่ปิ๊งป่องและคนขับเกวียนเห็นอยู่ตรงหน้าเป็นภาพที่น่าอัศจรรย์ใจยิ่ง ไม่ใช่เพียงภาพของ "ความเป็นเมือง" ที่เด็กบ้านนอกอย่างปิ๊งป่องเพิ่งเคยได้เห็น เหนือกว่านั้นมันคือภาพของ "โพสอิท" กระดาษแปะที่ใช้สำหรับเตือนความจำ ซึ่งถูกติดไว้ตามที่ต่างๆ เกลื่อนเมืองไปหมด

ทุกแผ่นมีข้อความว่า "ปิดทองหลังพระ" !

เท่าที่สอบถามจากผู้คนว่างงานที่พอมีเวลาผ่านไปมา บางคนบอกว่าคงจะเป็นโฆษณาที่ตั้งใจให้คนสงสัยและติดตาม ก่อนจะเฉลยว่าเป็นสินค้าชนิดใด ขณะที่คนส่วนใหญ่ลงความเห็นว่าเป็นฝีมือของ "จอมโจรโพสอิท" ที่ออกปล้นบ้านคนไม่เว้นแต่ละวัน แล้วจะแปะโพสอิททิ้งไว้ตามที่ต่างๆ

อย่างหน้าโรงเตี้ยมนั่นก็มี ที่หน้าวัดโน่นก็ใช่ แต่จะแปะเพื่อประสงค์ใดนั้น การตีความของชาวบ้านแตกออกเป็นหลายกระแส จนจับต้นชนปลายไม่ถูก เท่าที่รวบรวมข้อมูล พวกปิ๊งป่องยังคงจนปัญญาที่จะวางแผนจับตัวจอมโจรโพสอิท ทั้งสองคิดแผนโน่นแผนนี่มากมาย แต่ก็ยังดูไม่เข้าท่าสักแผน

"เครียดจัง เข้าไปในวัดทางด้านโน้นกันเอาไหมท่าน" ปิ๊งป่องชวนคนขับเกวียนขณะนั่งพลิกดูชุดทองคำเปลวที่หยิบขึ้นมาจากห่อผ้า หวังจะใช้ศาสนาเป็นเครื่องชโลมจิตใจ ซึ่งคนขับเกวียนก็เห็นด้วย

พระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่เด่นสง่าในโบสถ์ กำลังรับฟังจิตอธิษฐานของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังสับสนในความคิดอย่างไม่ไหวติง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แนะนำ ติชมจ้า