วันเสาร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

วิธีแก้ท้องผูก

หลังๆ ไม่ค่อยถ่าย เลยหาวิธีแก้ท้องผูกก็ไปอ่านเจอคอลัมใน เวปผู้จัดการออนไลน์ เห็นว่ามีประโยชน์ดีเลยเอามาโพสเก็บไว้

       “ ท้องผูก” เรื่องน่าหงุดหงิดที่ไม่ค่อยอยากบอกคนใกล้ตัว ในประเทศอังกฤษ พบว่า มีผู้ที่มีอาการท้องผูกกว่า 6 ล้านคน จากข้อมูลพบว่าคนไทยมีปัญหาท้องผูกกว่า 1 ล้านคน (ประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากร) พบว่า ผู้หญิงมีปัญหาท้องผูกมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากวัยกลางคนขึ้นไป และพบมากขึ้นในผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป

      นพ.อิทธิชัย วัชรีคุปต์ สาขาอายุกรรมทั่วไป ประจำ กล้วยน้ำไท 2 (เครือ รพ.กล้วยน้ำไท) เปิดเผยว่า “ผู้สูงอายุมักมีปัญหาเรื่องท้องผูก เพราะมักจะรับประทานอาหารที่เคี้ยวง่าย ซึ่งส่วนใหญ่อาหารกลุ่มนี้มักไม่ค่อยมีกากใย ดื่มน้ำน้อยลงเพราะกังวลเรื่องการเข้าห้องน้ำ การเคลื่อนไหวของลำไส้เล็ก และลำไส้ใหญ่น้อยลง รวมถึงไม่ค่อยออกกำลังกาย ทำให้ลำไส้ไม่ค่อยบีบตัว นอกจากนี้ โรคบางโรคยังส่งผลต่ออาการท้องผูก เช่น โรคเบาหวาน

      สำหรับ หนุ่ม-สาวออฟฟิศ สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาท้องผูก นพ.อิทธิชัย กล่าวว่า พบบ่อยคือผู้ที่มีไลฟ์สไตล์ดังนี้

 1.ได้รับไฟเบอร์ไม่เพียงพอ แนะนำให้กินอาหารที่มีไฟเบอร์ ซึ่งมีมากในข้าวซ้อมมือ ถั่วต่างๆ ผลไม้สด และผัก ควรรับประทานผัก ผลไม้ 5 ส่วนใน 1 วัน

 2.ดื่มน้ำไม่เพียงพอ ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว น้ำช่วยให้อุจจาระนิ่มขึ้น และระบบการขับถ่ายทำงานง่ายขึ้น

 3.ออกกำลังกายไม่สม่ำเสมอ ควรออกกำลังกายอาทิตย์ละ 3 ครั้ง และเลือกกีฬาที่ทำให้ลำไส้มีการขยับตัว เช่น เดิน วิ่ง ฯลฯ

 4.กลั้นถ่าย ดังนั้น ควรรีบเข้าห้องน้ำทุกครั้งเมื่อรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำ

 5.ทานยาบางตัวที่ส่งผลให้ท้องผูก เช่น ยาลดความดันบางตัว อาหารเสริมธาตุเหล็ก ยาแก้ปวดบางตัว ยาคลายเครียดบางชนิด ฯลฯ

 6.รับประทานยาถ่ายเป็นประจำ ยาถ่ายทำให้ถ่ายง่ายขึ้น แต่ก็ต้องเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ

 7.ความเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย หรือชีวิตประจำวัน เช่น ตั้งครรภ์ การเดินทาง ฯลฯ การตั้งครรภ์ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หรือมดลูกกดทับลำไส้ ส่วนการเดินทางทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของอาหารที่รับประทาน และชีวิตประจำวัน

   
    รู้ได้อย่างไรว่า “ ท้องผูก ” หรือไม่ ?

     เรามักเข้าใจว่า ต้องเข้าห้องน้ำทุกวัน แต่ร่างกายบางคนแตกต่างกันออกไป ผู้ที่มีปัญหาท้องผูกคือผู้ที่ถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ผู้ที่มีปัญหาถ่ายอุจจาระยากต้องใช้แรงเบ่งมาก หรือผู้ที่ถ่ายอุจจาระไม่สุดอยู่บ่อยๆ


     9 ทริก ง่ายๆ ช่วยแก้อาการ “ท้องผูก”

1.ทานเม็ดแมงลักแช่น้ำ ใช้เม็ดแมงลัก 2 ช้อนชา แช่น้ำให้พองเต็มที่ในน้ำเปล่า 1 แก้ว (250 ซีซี)

2.มะละกอสุก ประมาณ 1/4 ลูก

3.ดื่มน้ำอุ่น 3-4 แก้ว (750-1,000 ซีซี) ขณะท้องว่าง ควรดื่มภายใน 10 – 15 นาที หลังลุกจากที่นอน (ช่วงเวลาที่ดีที่สุด คือ 05.00-07.00 น.) ควรยืนดื่มน้ำ เพื่อไม่ให้รู้สึกจุก เดินไปมาเพื่อให้ลำไส้ขยับตัว

4.ลูกพรุนแห้ง ควรรับประทานทานตอนกลางคืนก่อนเข้านอน แต่ไม่ควรทานมาก และไม่ควรทานบ่อยเนื่องจากมีปริมาณน้ำตาลสูง

5.น้ำมะขามเปียกค่อนข้างเข้มข้น ประมาณ 1 แก้ว ควรดูปริมาณที่เหมาะสมกับตัวเอง

6.ขับถ่ายให้เป็นเวลา และไม่ควรกลั้นอุจจาระ

7.ควรเดินออกกำลังกาย ประมาณ 20-30 นาที จะทำให้ระบบลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น

8.นวดบริเวณลำไส้ใหญ่ โดยนวดที่บริเวณใต้สะดือ ใช้มือนวดวนตามแนวลำไส้ใหญ่ (ทวนเข็มนาฬิกา) ทำสักพักจะรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำ

 9.นั่งถ่ายในลักษณะชันเข่า ท่านั่งที่ดีที่สุดในการเข้าห้องน้ำเพื่อขับถ่าย คือ การนั่งยอง ๆ แบบส้วมหลุม เนื่องจากทำให้ลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย (Rectum) อยู่ในลักษณะตรง ทำให้ขับถ่ายได้ง่าย และไม่มีอุจจาระเหลือค้างอยู่ในลำไส้ใหญ่ ซึ่งถ้าที่บ้านเป็นชักโครก สามารถแก้ปัญหาได้ง่ายๆ ด้วยการใช้เท้าชันบนกล่อง หรือถังขยะในลักษณะที่ให้เข่ายกสูงขึ้น แต่เท้าอยู่บนกล่องแต่เป็นระนาบเดียวกับพื้น


เครดิตเอามาจาก : http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9530000091841

วันศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ปิ๊งป่องตอนที่ 8 : บางมุมที่น่ามอง - ใบพัด : จอมโจรโพสอิท จบตอน

"อุปสรรคมันมีมากเหลือเกิน ข้าจะเลิกล้มการเดินทางดีไหม แต่นี่ก็มาไกลแล้ว เหลียงซานมีอะไรบ้าง ข้าก็ยังไม่รู้ ท่านครับ ข้าจะทำอย่างไรดี" ปิ๊งป่องมองพระพุทธรูปแล้วนึกในใจ ก่อนจะเดินไปแปะทองคำเปลวที่หลังพระตามที่โพสอิทแนะนำไว้

"คุณพระช่วยกล้วยทอด !" ปิ๊งป่องอุทานออกมาอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว เขาไม่ได้เจอกล้วยทอด ไม่ได้ร้องให้พระท่านมาช่วยทอดกล้วย แต่เขาอุทานจริงๆ เขาเห็นโพสอิทแปะอยู่ แต่คราวนี้ข้อความบนกระดาษไม่ใช่ "ปิดทองหลังพระ" ทว่าเป็นข้อความอธิบายขั้นตอนของการเข้าไปขโมยของในบ้านเศรษฐีคนหนึ่ง

เขาเริ่มประติดประต่อเรื่อง - จอมโจร - โพสอิท - ปิดทองหลังพระ - ขั้นตอนการขโมย...เขาเกาหัวทั้งที่ไม่รู้สึกคัน

"ผู้ที่แปะกระดาษพวกนี้เป็นคนความจำเสื่อมน่ะโยม อาตมารู้จักเขาดี" พระอาวุโสที่ยืนอยู่ด้านหลังของปิ๊งป่องพูดด้วยน้ำเสียงแหบๆ "เขาเป็นคนมีกรรม ทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมาเขาจะลืมหมดสิ้นทุกสิ่ง เขาจึงต้องจดสิ่งที่ต้องทำไว้บนกระดาษเหลืองพวกนี้ แล้วแปะซ่อนไว้ที่หลังพระพุทธรูปเพื่อไม่ให้ คนเห็น"

"อ๋อ...ข้าเข้าใจแล้ว ฉะนั้นเขาจึง..."

"ถูกต้อง" ท่านพูดตามสูตรหนังจีนที่รู้ว่าอีกคนหนึ่งคิดอะไรอยู่

"ปิดทองหลังพระ" ถูกแปะไว้เพื่อนำเขามาสู่เบื้องหลังพระพุทธรูปองค์นี้ และที่นี่เอง จะบอกว่าเขาคือใคร ปรารถนาอะไร และมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร ซึ่งทุกเย็นเขาจะต้องเขียนสิ่งที่จะต้องทำในวันพรุ่งแล้วแปะไว้ที่นี่ รวมทั้งออกไปแปะโพสอิทเพื่อนำพาเขามาสู่ "หลังพระ" ได้อีก

"แล้วทำไม เขาไม่แปะไว้ที่บ้าน หรือสักไว้ที่ตัว อย่างหนังเรื่อง Memento ล่ะ" ปิ๊งป่องถาม

"เอาไว้เจ้าเจอตัวเขาแล้วถามเขาสิ" ท่านพูดแล้วเดินจากไป

ปิ๊งป่องเล่าคนขับเกวียนฟัง ก่อนจะคิดขึ้นมาได้ว่า จะลอบเข้ามาเปลี่ยนข้อความบนโพสอิทในช่วงดึก

"ไปบ้านนายอำเภอเวลาเที่ยงตรง แล้วบอกว่า ข้าคือจอมโจรโพสอิท" พวกเขาเปลี่ยนข้อความในโพสอิท

พอเที่ยงตรง จอมโจรมาบ้านนายอำเภอตรงเวลานัด แล้วก็ถูกจับกุมไปตามคาด ทว่าเวลานี้ไม่มีจอมโจร ของกลางก็ตามหาไม่ได้ มีเพียงคนความจำเสื่อมที่ว่านอนสอนง่ายที่ในมือมีโพสอิทปึกหนึ่งเท่านั้น

ปิ๊งป่องและคนขับเกวียนได้รางวัลจากทางการ รวมทั้งได้ผ่านด่านสมใจ แต่ก่อนจะออกเดินทางต่อ ปิ๊งป่องหันมาถามอดีตจอมโจร "ช้าก่อนท่าน ทำไมท่านจึงไม่แปะกระดาษเตือนความจำไว้ที่บ้าน หรือสักข้อความติดตัวล่ะ"

เขาหันกลับมายิ้ม แล้วยื่นโพสอิทให้ปิ๊งป่องหนึ่งแผ่นที่มีข้อความว่า "ปิดทองหลังพระ" n

วันจันทร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ปิ๊งป่องตอนที่ 8 : บางมุมที่น่ามอง - ใบพัด : จอมโจรโพสอิท

บางมุมที่น่ามอง - ใบพัด : จอมโจรโพสอิท

Friday, June 20, 2003

โดยMGR ONLINE


ฉากหนึ่งในหนังจีนที่เรามักเห็นกันเสมอ คือฉากชาวบ้านชี้โบ๊ชี้เบ๊มุงดูป้ายประกาศของทางการ...และทุกครั้งจะมีคนคอยบรรยายเนื้อความบนป้ายให้ชาวบ้านได้ฟังเสมอ...ครั้งนี้ก็ไม่ต่างกัน !

ป้ายประกาศอยู่บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองที่ปิ๊งป่องและชาวคณะจะต้องนำเกวียนผ่านเพื่อไปสู่เขาเหลียงซาน จู่ๆ ชาวบ้านคนหนึ่งก็เริ่มอ่านประกาศ

"อะแฮ่ม นับแต่นี้เป็นต้นไป ทางการขอประกาศให้ทุกคนทราบตรงกันว่า การนับเลขเพื่อจะถ่ายรูป จะใช้การนับแบบ 1-2-3-แชะ! เป็นมาตรฐานเดียวกัน...ห้ามใช้การนับแบบ1-2-แชะ! เป็นอันขาด เนื่องจากที่ผ่านมามีความไม่เข้าใจกันระหว่างผู้ถ่าย และผู้ถูกถ่าย (ถ่ายในที่นี้คือ ถ่ายรูป) จนเกิดความเสียหายอยู่เสมอ เพราะผู้ถูกถ่ายไม่สามารถคาดการณ์จังหวะการกระพริบตา และส่งเสียงเห้ ! เมื่อถ่ายรูปเสร็จได้ ส่งผลให้รูปที่ออกมาตาปรือ และเผลอชูแขนเก้ๆ กังๆ อยู่เป็นเนืองๆ ...จึงเรียนมาเพื่อทราบ ลงชื่อ ทางการ(ที่ถ่ายรูปแล้วหลับตาเสมอ)"

ชาวบ้านจับกลุ่มเสวนาปัญหาดังกล่าวอย่างเผ็ดร้อน บ้างก็ว่าละเมิดสิทธิส่วนบุคคล บ้างก็โจมตีว่านโยบายของทางการเจตนาจะสนอง need ของตัวเอง แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่เห็นด้วยกับนโยบายนี้

คนขับเกวียนไม่ได้ไปยืนมุงกับเขาด้วย เพราะกำลังง่วนเจรจากับนายด่านเพื่อขอนำเกวียนผ่านทาง ขณะที่ปิ๊งป่องปลีกตัวมาเดินแก้เซ็งแถวหน้าประตูเมืองจึงได้ผสมโรงร่วมมุงไปกับชาวบ้าน

เขาสังเกตว่าที่มุมเล็กๆ ของป้ายประกาศมีข้อความว่า "ผู้ใดสามารถนำตัวจอมโจรโพสอิทมาส่งทางการได้จะได้รับรางวัลก้อนโต"

จอมโจรโพสอิท ?

ไม่นาน คนขับเกวียนเดินมาบอกปิ๊งป่องว่า ถูกนายด่านปฏิเสธการผ่านเข้าเมือง เนื่องจากไม่มีค่าผ่านทาง ขอจงหยิบของในห่อผ้าวิเศษขึ้นมาเพื่อผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ เพราะหาไม่แล้ว ก็ยากที่จะไปถึงเขาเหลียงซานตามที่ฝันได้ เขาก็เชื่อตามนั้น และควานมือลงห่อผ้าทันที

สิ่งที่เขาหยิบออกมาคือ ทองคำเปลวหนึ่งชุด ที่ทั้งสองมั่นใจว่าต้องช่วยนำพาให้สามารถผ่านเข้าออกเมืองได้อย่างไม่มีปัญหา

ความจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ นายด่านไม่ยินดีรับทองคำเปลวเป็นค่าผ่านทาง แถมยังกักพวกเขาไว้ที่หน้าด่าน กระทั่งปิ๊งป่องนึกขึ้นได้ว่า มีอีกวิธีหนึ่งที่ทำได้ก็คือ การตามจับจอมโจรโพสอิท เพื่อนำรางวัลนำจับมาจ่ายเป็นค่าผ่านทาง จึงได้ให้คำมั่นแก่นายด่านว่าจะจับโจรมาส่งทางการโดยเร็วที่สุด

นายด่านยิ้มที่มุมปาก แล้วให้พวกเขาจอดเกวียนและจอร์จ(เป็นชื่อวัว)ไว้ที่ด่าน ก่อนจะปล่อยให้ทั้งสองผ่านประตูเมืองเพื่อออกไล่ล่าจอมโจรตามสัญญา

พอก้าวพ้นประตูเมือง ภาพที่ปิ๊งป่องและคนขับเกวียนเห็นอยู่ตรงหน้าเป็นภาพที่น่าอัศจรรย์ใจยิ่ง ไม่ใช่เพียงภาพของ "ความเป็นเมือง" ที่เด็กบ้านนอกอย่างปิ๊งป่องเพิ่งเคยได้เห็น เหนือกว่านั้นมันคือภาพของ "โพสอิท" กระดาษแปะที่ใช้สำหรับเตือนความจำ ซึ่งถูกติดไว้ตามที่ต่างๆ เกลื่อนเมืองไปหมด

ทุกแผ่นมีข้อความว่า "ปิดทองหลังพระ" !

เท่าที่สอบถามจากผู้คนว่างงานที่พอมีเวลาผ่านไปมา บางคนบอกว่าคงจะเป็นโฆษณาที่ตั้งใจให้คนสงสัยและติดตาม ก่อนจะเฉลยว่าเป็นสินค้าชนิดใด ขณะที่คนส่วนใหญ่ลงความเห็นว่าเป็นฝีมือของ "จอมโจรโพสอิท" ที่ออกปล้นบ้านคนไม่เว้นแต่ละวัน แล้วจะแปะโพสอิททิ้งไว้ตามที่ต่างๆ

อย่างหน้าโรงเตี้ยมนั่นก็มี ที่หน้าวัดโน่นก็ใช่ แต่จะแปะเพื่อประสงค์ใดนั้น การตีความของชาวบ้านแตกออกเป็นหลายกระแส จนจับต้นชนปลายไม่ถูก เท่าที่รวบรวมข้อมูล พวกปิ๊งป่องยังคงจนปัญญาที่จะวางแผนจับตัวจอมโจรโพสอิท ทั้งสองคิดแผนโน่นแผนนี่มากมาย แต่ก็ยังดูไม่เข้าท่าสักแผน

"เครียดจัง เข้าไปในวัดทางด้านโน้นกันเอาไหมท่าน" ปิ๊งป่องชวนคนขับเกวียนขณะนั่งพลิกดูชุดทองคำเปลวที่หยิบขึ้นมาจากห่อผ้า หวังจะใช้ศาสนาเป็นเครื่องชโลมจิตใจ ซึ่งคนขับเกวียนก็เห็นด้วย

พระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่เด่นสง่าในโบสถ์ กำลังรับฟังจิตอธิษฐานของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังสับสนในความคิดอย่างไม่ไหวติง