วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ปิ๊งป่องตอนที่ 7 : บางมุมที่น่ามอง - ใบพัด : คนบ้า

บางมุมที่น่ามอง - ใบพัด : คนบ้า

Friday, June 13, 2003

โดยMGR ONLINE


คำแนะนำก่อนอ่าน

1. ห้ามอ่านเกินอาทิตย์ละหนึ่งครั้ง เพราะถ้าเกินกว่านั้น จะเขียนไม่ทัน

2. ไม่อ่านตอนก่อนก็รู้เรื่อง แต่ถ้าอยากอ่านย้อน มีใน www.manager.co.th ผู้จัดการรายสัปดาห์

3. ปิ๊งป่องมีห่อผ้าวิเศษที่พอมีเหตุคับขันทีไร ของที่หยิบขึ้นมาก็ช่วยให้รอด พ้นได้ทุกทีไป

4. คนขับเกวียนเป็นเพื่อนร่วมจุดหมายที่ปิ๊งป่องอาศัยเกวียนไปด้วย และเป็นเจ้าของ "จอร์จ" วัวที่ได้ชื่อตามเสียงร้องของมัน

...............................

"วี้ด วิ้วว..."

คนขับเกวียนผิวปากแซวสาวงามนางหนึ่งเมื่อเกวียนของเขาแล่นผ่านเธออย่างช้าๆ ขณะที่เจ้าหล่อนกำลังจะเดินกลับบ้าน

"บ้า !" เธอตอบกลับด้วยท่าทีเหนียมอาย แล้วถามต่ออย่างสุภาพว่า "พ่อแกเป็นนกเหรอ"

เขาจอดเกวียนทันที !

"ขอถามแม่นางสักนิด ท่านทราบได้อย่างไรว่าบิดาของข้าเป็นนก ข้าเองเป็นเด็กอาภัพ เกิดมาก็ไม่เคยได้เจอหน้าพ่อ ว่าใช่นกหรือเปล่า ตอนแรกๆ ก็ไม่ได้ใส่ใจคำถามของเหล่าสาวงามที่ถามกลับเมื่อข้าวี้ด วิ้วไป แต่บ่อยๆ เข้า ก็ชักเริ่มสงสัยแล้วสิ ว่าข้าอาจเป็นลูกของนก"

"บ้า !" นางอุทานซ้ำ

คนขับเกวียนซักไซ้นางต่อ (ซักไซ้ คือไต่ถามให้ถี่ถ้วน กรุณาอย่าคิดไปในทางอื่น...ไม่ดี) เมื่อเห็นว่าไม่ได้ความ จึงตัดสินใจลา แล้วออกเดินหน้าสู่เขา เหลียงซานอันเป็นจุดหมายร่วมของหนุ่มใหญ่อย่างเขาและหนุ่มน้อยอย่าง ปิ๊งป่องต่อ ทว่าภายในใจของบุรุษมาดสุขุมผู้นี้ กลับรุ่มร้อนไปด้วยไฟปรารถนาที่ต้องการจะหาคำตอบให้จงได้ ว่าพ่อเขาเป็นนกจริงหรือไม่ !!!? ว่าแล้วก็นั่งเหม่อมองท้องฟ้า จินตนาการถึงความรักที่พ่อนกมีต่อตัวเขา

ขณะที่เกวียนถูกจอร์จ(ชื่อวัว)ลากไป ปิ๊งป่องเอ่ยถามคนขับเกวียน ถึงสิ่งที่แม่นางคนนั้นอุทานขึ้นมาถึงสองครั้งสองครา "ท่านว่าคนบ้าต่างจากคนปกติอย่างไร"

"คนบ้าก็คือคนที่ทำอะไรไม่เหมือนคนปกติทั่วไปน่ะสิ" คนขับเกวียนตอบ ขณะที่กำลังหัดกระพือปีก

"แล้วถ้าคนบ้าหลายๆ คนมาอยู่รวมกันจนกลายเป็นคนกลุ่มใหญ่ที่ทำอะไรบ้าๆ เหมือนกัน คนปกติที่ทำตัวไม่เหมือนกลุ่มคนบ้า เขาจะถูกเรียกว่าอะไร" ปิ๊งป่องต่อความยาวสาวความยืด

คนขับเกวียนที่กำลังนั่งยองๆ อยู่บนตัวเกวียน เอามือไขว่หลัง หัดจิกอาหาร เอี้ยวหน้าขึ้นมาตอบว่า "คนบ้าคงเรียกคนปกติว่าบ้าละมั้ง"

"..." ปิ๊งป่องพยักหน้าเพื่อรับว่าเขาเข้าใจ แต่ในใจก็ได้แต่ส่ายหัวในท่าทางประหลาดๆ ของคนขับเกวียนจนเขาเผลออุทานมาเบาๆ ว่า "ท่าจะบ้า !"

...จะบ้าหรือปกติ อยู่ที่ใครเป็นกลุ่มใหญ่กว่ากันอย่างนั้นรึ

"วี๊ด วิ้ว..."

คราวนี้ไม่ใช่เสียงผิวปากของคนขับเกวียน เสียงแซวมาจากข้างทาง...

ต้นเสียงมาจาก เด็กหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกับปิ๊งป่องที่อยู่ในชุดประหลาด เขาใส่หมวกปีใหม่สีแดง ที่เข้ากันไม่ได้เลยกับเสื้อที่มีแขนเสื้อสั้นข้างยาวข้าง และกางเกงขาบานข้างหนึ่งขาลีบขาหนึ่ง

ไม่มีใครถามใครว่าเป็นลูกของนกหรือเปล่า มีเพียงความฉงนสนเท่ห์ของพวกคนขับเกวียนที่มีต่อความแปลกของเด็กหนุ่มเท่านั้น

"ผู้ชายเขาไม่ผิวปากแซวผู้ชายด้วยกันหรอกนะเจ้าหนุ่ม" คนขับเกวียนบอก

"ใครเป็นคนออกกฎนั้นหรือ" เขาสวนมาแบบกวนๆ

"ใครๆ เขาก็รู้ว่ามันเป็นอย่างนั้น ว่าแต่... ทำไมเจ้าจึงแต่งตัวแปลกประหลาดเช่นนี้...เป็นดีไซน์เนอร์ รึเปล่า" ปิ๊งป่องถามบ้าง

"ข้าไม่ได้แปลก พวกท่านนั่นแหละที่แปลก"

ท่าจะไม่ได้การ พวกปิ๊งป่องจึงตัดสินใจหยุดสร้างบทสนทนากับเด็กแปลกหน้าที่หน้าแปลกๆ คนนี้เพื่อไม่ให้เสียเวลาเดินทาง แต่จู่ๆ ก็มีแม่เฒ่าคนหนึ่งวิ่งมาร้องห่มร้องไห้กับพวกปิ๊งป่อง

"ลูกข้าไม่ได้ทำให้พวกท่านตกใจใช่ไหม สติมันไม่ค่อยดี ข้าขอโทษ ข้าขอโทษ !" แล้วนางก็เอาหัวโขกพื้นจนเลือดซิบๆ ที่หน้าผาก จนพวกเขาต้องกระโดดลงจากเกวียนมาห้าม

"หยุดเถอะท่านยาย ลูกท่านไม่ได้ทำให้เราตกใจกันเลย แถมคุยกันดีด้วยซ้ำ ไม่เชื่อถามจอร์จดูสิ" ปิ๊งป่องพยายามผ่อนคลายสถานการณ์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แนะนำ ติชมจ้า