วันจันทร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2553

ปิ๊งป่องตอนที่ 7 : บางมุมที่น่ามอง - ใบพัด : เด็กปากเหม็น จบตอน

ไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไรเป็นเรื่องเป็นราว เพียงแค่เขาถอนหายใจแล้วพูดว่า 'ก็ได้' กลิ่นเหม็นที่ออกมาจากปากของเจ้าหนูก็ทำให้กลุ่มของปิ๊งป่องวิ่งกระเจิงเข้าป่าไปพักใหญ่ เมื่อคิดว่าเหตุการณ์สงบก็พากันกลับมาตบไหล่ปลอบใจเด็กที่กำลังนั่งก้มหน้าร้องไห้

พอเด็กเงยหน้าขึ้นมามอง เห็นทุกคนใส่ผ้าปิดปากกันหมด ก็ก้มหน้าลงไปร้องไห้ต่อ (ที่ร้องไห้หนัก เพราะเห็นจอร์จก็ใส่ด้วย)

'เล่าให้เราฟังซิ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น' ...เสียงของปิ๊งป่องลอดผ่านผ้าปิดปากออกมา

เด็กชายคว้าผ้าปิดปากมาใส่แล้วเริ่มเล่า

ภาพยามนี้เหมือนการรวมตัวเพื่อป้องกันโรคซาร์สหรือเป็นการชุมนุมลัทธิอะไรสักอย่างที่ทุกคน นั่งยองๆ คุยกันโดยที่ใส่ผ้าปิดปากกันหมด

เด็กผ้าปิดปากเล่าให้ฟังว่า เขาเองก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าพอเขาพูดแล้วทำไมมันจึงเหม็นได้ขนาดนั้น ไม่มีใครทนกลิ่นปากของเขาได้สักคน อย่าว่าแต่คนในหมู่บ้านเลย แม้แต่เพื่อนๆ ก็ไม่ค่อยอยากคุยกับเขา ทั้งๆ ที่เขาเองก็ไม่ได้รู้สึกว่ากลิ่นมันจะแรงขนาดนั้น

...ไม่มีใครรู้สึกเหม็นกลิ่นของตัวเองหรอกนะเด็กโง่

'ข้าไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้นี่หน่า จะอยู่ต่อไปทำไม ถ้ามีแต่คนรังเกียจ' ว่าแล้วลุกขึ้นเพื่อพยายามจะไปฆ่าตัวตายต่อ

ปิ๊งป่องเห็นว่าไม่ได้การณ์ ควานมือลงห่อผ้ามายับยั้งการทิ้งชีวิตลงลำธารตื้นๆ ของเจ้าหนูคนนี้

สิ่งที่เขาหยิบขึ้นมาเป็น นาฬิกาข้อมือครับ หยุดเดินแล้ว ด้วย !

'ช้าก่อน เจ้าหนู ข้าขอมอบสิ่งนี้ให้เจ้า ขอจงหยุดที่จะคิดสั้นๆ อย่างนี้เสียทีเถอะ' ปิ๊งป่องบอกทั้งที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่านาฬิกาตายเรือนหนึ่งจะช่วยให้คนหยุดฆ่าตัวตายได้อย่างไร

คนขับเกวียนถึงกับขนลุกเมื่อเห็นการใช้นาฬิกาข้อมือเพื่อหยุดวิกฤต

'เรียนรู้จากนาฬิกาสิเจ้าหนู มันไม่เพียงแต่เป็นเครื่องประดับที่มีประโยชน์เท่านั้น มันยังมีคุณสมบัติพิเศษที่สิ่งของอย่างอื่นไม่มีด้วย คือเป็นของชนิดเดียวที่เราจะรู้ว่ามันเสียตั้งแต่ตอนไหน เพราะมันจะหยุดเดิน เจ้าต้องไม่เพียงแค่ตระหนักว่าปากเจ้าเหม็น แล้วใช้แต่วิธีปิดปาก ทำไมไม่ดูบ้างล่ะว่ามันเริ่มเหม็นตั้งแต่ตอนไหน แล้วหาทางแก้ไข' คนขับเกวียนพูดเป็นชุด

'นึกดูซิ ว่ามันเริ่มเหม็นตั้งแต่ตอนไหน อย่าบอกนะว่าตั้งแต่เกิด' หนุ่มใหญ่พูดต่อ

เด็กผ้าปิดปากพลันนึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อ 3 ปีก่อน ตอนนั้นยังไม่มีใครหวาดหวั่นในกลิ่นของเขาเลย ผู้ใหญ่ต่างก็เอ็นดูเขา แต่หลังจากที่พ่อแม่ต้องการให้เขาโตเร็วๆ จึงหาเนื้อดิบก้อนเบ้อเริ่มเป็นเมนูอยู่ในทุกมื้ออาหาร แถมยังใส่เครื่องเทศให้เขาอีกตั้งเยอะ

เนื้อดิบย่อยยาก ลงไปมากๆ ก็หมักหมมในช่องท้อง แถมยังมีเครื่องเทศเติมเข้าไปอีก...ปากก็ต้องเหม็นเป็นธรรมดา

...ทางแก้ก็ไม่ยาก ปรับเปลี่ยนวิธีการบริโภค กินอาหารที่มีกลิ่นแรงให้น้อยลงสักนิด ย่อยง่ายลงสักหน่อย แล้วก็แปรงฟันบ้าง ปากก็จะหายเหม็นเอง

ก่อนลาจากกันเด็กผ้าปิดปากกำนาฬิกาที่ปิ๊งป่องให้ไว้แน่น แล้วตั้งใจว่าจะเอานาฬิกาไปซ่อม

ให้เดินได้เหมือนเดิม ! n

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แนะนำ ติชมจ้า