วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ปิ๊งป่องตอนที่ 6 : บางมุมที่น่ามอง - ใบพัด : ชาวเดินเร็ว

เหมือนว่า 1 วัน "ชาวเดินเร็ว" จะทำอะไรได้มาก และเหมือนจะมีเวลามากว่าปกติ แต่ความจริงกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น ความเร็วนั้นได้ไปเร่งให้วิถีชีวิตในหมู่บ้านนี้ผิดธรรมชาติ ไม่ได้เป็นชีวิตที่เรียบง่าย

คนขับพักจอร์จที่ริมทาง และพาตัวเองกับปิ๊งป่องเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อขอแลกเสบียงในการเดินทางกับชาวเดินเร็ว

ด้วยความเร็วที่ต่างกัน เดินไปไม่กี่ก้าว เขาก็เดินชนกับชาวบ้าน

"โอย...ย.!" คนขับร้อง แต่เขากลับไม่ได้ยินเสียงของคู่กรณี มีเพียงสีหน้าตำหนิและปากที่ขมุบขมิบอย่างรวดเร็วเท่านั้นที่เขาเห็น "เดินก็เร็ว พูดก็ไม่รู้เรื่อง กลับกันเถอะปิ๊งป่อง สงสัยจะไม่ได้เรื่องแล้ว" เขาโมโหพลันเขวี้ยงรีโมทในมือทิ้งไปอย่างไร้เยื่อใย ก่อนที่จะกลับไปยังเกวียนแล้วออกเดินทางต่อ

รีโมทเจ้ากรรมตกลงบนหัวของลุงคนที่คนขับได้เจอก่อนหน้า เขาเป็นคนดูแลหมู่บ้านนี้ แต่ตอนนี้เขากลายเป็นคนที่ชาวบ้านต้องดูแล เนื่องจากแกหมดสติไปเพราะฤทธิ์รีโมท

ของกลางในการกระทำผิดถูกชาวบ้านวิพากษ์วิจารณ์กันต่างๆ นานา บ้างก็ว่าเทวดาปาลงมาใส่ บ้างก็ว่าหมู่บ้านอื่นมาลอบทำร้าย แต่คนที่เห็นเหตุการณ์รู้แค่ว่า ผู้ที่เขวี้ยงรีโมท มากับคนๆ หนึ่งที่เขาเรียกชื่อว่าปิ๊งป่อง

"พวกเราต้องเดินช้าลง!" ลุงผู้ดูแลฟื้นแบบสะดุ้งเฮือก

"ผู้มีอิทธิฤทธิ์ส่งรีโมทมาให้เรา เพื่อเตือนเราว่า เวลาเหมือนสายน้ำ ไหลไปแล้วยากจะไหลกลับ เฉกเช่นรีโมทไร้ถ่านไร้ประโยชน์อันนี้ พวกเราต้องเดินกันให้ช้าลง ...ไม่สิ เรียกว่าเดินกันแบบปกติดีกว่า ที่ผ่านมาเราเดินกันเร็วเกินไป มันทำให้เราประมาท ขาดความประณีต" ว่าแล้วก็ออกกฎใหม่ให้คนในหมู่บ้านทันที พลันนึกขอบคุณกลุ่มคนที่ปารีโมทมาใส่เขา "ขอบคุณนะ ท่านปิ๊งป่อง"

...ตัดภาพกลับมาบนเกวียนที่กำลังมุ่งไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ปิ๊งป่องเริ่มชวนคนขับที่กำลังหงุดหงิดคุย "เมื่อคืนข้าฝันถึงหนังเรื่องคู่กรรมแหละท่าน ข้าชอบดูจากวิดีโอมากกว่าดูในโรงนะ เพราะมันใช้รีโมทได้ อยากฟังประโยคไหนซ้ำอีกครั้งก็กรอกลับไปฟังได้ ฉากไหนน่าเบื่อก็กรอเร็วๆ ผ่านไปเลย"

คนขับโล่งใจที่ปิ๊งป่องไม่รู้เรื่องที่เขาขโมยรีโมท แล้วบอกเด็กหนุ่มไปว่า

"รีโมทใช้ได้กับวิดีโอเท่านั้นแหละ ชีวิตจริงๆ ใช้ไม่ได้หรอก ฉายแล้วก็ฉายเลย เก็บได้เท่าไหนก็เท่านั้น เจอคนน่าเบื่อ บทพูดสุดเซ็งก็กรอไปข้างหน้าไม่ได้ ทำนองเดียวกันอยากย้อนกลับไปหาฉากแห่งความสุขในอดีตก็ไม่สามารถ"

ปิ๊งป่องกอดห่อผ้าแล้วเหม่อไปยังแนวเขา และคิดต่อไปว่า สมองเรานี่แหละ รีโมทวิดีโอชั้นดีเลย ที่สามารถ ย้อนกลับไปดูภาพตอนเด็ก หรือส่งเขา ไปยังอนาคตข้างหน้าด้วยความฝันก็ยังได้

หนำซ้ำยังสามารถกดรีโมทบันทึกสิ่งดีๆ ของการเดินทาง เอาไว้แกล้มกับแสงดาวแทนเสียงจักจั่นก่อนนอนได้ด้วย n

วันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ปิ๊งป่องตอนที่ 6 : บางมุมที่น่ามอง - ใบพัด : ชาวเดินเร็ว

Friday, May 30, 2003

โดยMGR ONLINE


จงเลือกคำตอบที่ถูกต้อง

ก) อ่านสนุก กระตุกต่อมคิด สะกิดสีข้าง อ้างว้างบางที ชีวีสุขสันต์

ข) เรื่องนี้เขียนเป็นตอนๆ แบบไม่อ่านก่อนก็รู้เรื่อง

ค) อ่านเรื่องย้อนหลังก็ได้ ที่ www.manager.co.th ารายสัปดาห์ำ

ง) ถูกทุกข้อ

คนอ่าน : ตอบ ข้อ ง.

ใบพัด : ถูกต้องคร้าบบบ..... !!!

...........................................

เมื่อเมฆหมอกจากวิกฤตเริ่มจาง ก็ได้เวลาที่หนุ่มน้อย(ปิ๊งป่อง) และหนุ่มใหญ่(คนขับเกวียน) พร้อม กับอีกหนึ่งจอร์จ(ชื่อวัว) จะออกเดิน ทางสู่ฝันของพวกเขาอีกครั้ง หลังจาก ออกนอกเส้นทางมานานพอดู

ร่ำลาเพื่อนใหม่ได้ไม่กี่ประโยค ปิ๊งป่องและชาวคณะก็ออกเดินทางกันต่อ...

"เราจะต้องรวยเมื่อไปถึงที่ เหลียงซาน" คนขับเกวียนนึก

"ที่เหลียงซานจะมีอะไรบ้าง นะ ?" ปิ๊งป่องนึกบ้าง

"จอร์จ..." จอร์จร้องออกมา เพราะนึกเป็นคำพูดไม่ได้

ทั้งสามมุ่งตรงสู่จุดหมายที่ยังอยู่อีกไกล ไม่มีใครรู้ว่าเมื่อไรจะถึง และไม่รู้ว่าไปแล้วจะได้เจอในสิ่งที่หวังหรือเปล่า แต่ทุกคนก็ยังอยากไปให้ถึง

เดินทางนานๆ เป็นใครก็คงเบื่อ คนขับเกวียนผุดลุกผุดนั่งแก้เซ็ง ส่วนปิ๊งป่องชมวิวสองข้างทาง

"อืม...ถามอะไรหน่อยสิ ในห่อผ้าของเจ้ามีอะไรอยู่บ้างรึ เห็นยามคับขันทีไร พอหยิบของขึ้นมาก็ช่วยให้รอดพ้นไปได้ทุกที" คนขับเกวียน ถามแทนคนเขียนที่ก็สงสัยอยู่เหมือนกัน

"ข้าก็ไม่รู้นะ ไม่เคยเปิดดู พ่อข้า เตรียมห่อนี้ไว้ให้ตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง ย้ำแค่ว่าในนี้มีของที่จะใช้ได้ในเวลาจำเป็น" ปิ๊งป่องมองไปยังแนวเขาที่อยู่ไกลๆ แล้วกอดห่อผ้าไว้แน่นเพราะเริ่มคิดถึงบ้านขึ้นมา

"..." คนขับเกวียนแอบชำเลืองที่ห่อผ้า

พอฟ้าเริ่มมืด คนขับบอกให้จอร์จเข้าหาที่พักบริเวณริมต้นไม้ใหญ่ข้างทาง เพื่อพักผ่อนก่อนจะเดินต่อในวันรุ่งขึ้น พวกเขาจัดที่นอน กันอย่างง่ายๆ ใต้ต้นไม้ ปิ๊งป่องใช้เศษ ฟางแทนหมอน นอนกอดห่อผ้ามองหมู่ดาวแกล้มเสียงจักจั่นก่อนจะเคลิ้ม หลับไปในที่สุด ขณะที่คนขับเกวียนยังถ่างตาอยู่ เพื่อหวังจะเปิดห่อผ้าสนองความอยากรู้ของตัวเอง (และคนเขียน) ให้ได้ !

หลังจากมั่นใจแล้วว่าปิ๊งป่องหลับสนิท เขาก็ย่องไปหาห่อผ้าในความมืดอย่างเงียบที่สุด เขาเอื้อมมือกร้านๆ เข้าไปหาสิ่งที่ปิ๊งป่องกอดอยู่อย่างช้าๆ

"คุณพระช่วย !" ปิ๊งป่องตะโกนขึ้นมา !!!

"หนังคู่กรรม ตอนจบพระเอกตาย !" ตะโกนเสร็จ ก็หลับต่อ

คนขับเกวียนใจหายวาบ ใจนึงก็นึกโกรธที่มีคนมาเล่าตอนจบของหนังให้ฟัง แต่ใจนึงก็โล่งอกที่แผนของ เขายังไม่ล่มเสียทีเดียว เขาพยายามอีกครั้งอย่างเบามือ และเงียบที่สุด (มีเสียงหัวใจเต้นประกอบ ตึก ตึก ๆๆ)

ห่อผ้าถูกคลี่ออกอย่างช้าๆ แต่ก็เปิดออกได้ไม่หมดเพราะถูกแขน ของปิ๊งป่องกอดรัดอยู่ คนขับเลยทำได้แค่เอื้อมมือเข้าไปหยั่งดูของที่อยู่ภายใน คลำดูสักพักเริ่มมันส์มือ บีบเค้นหนักมือเข้า ปิ๊งป่องก็รู้สึกตัว

คนขับเกวียนได้สติคว้าของในห่อติดมือขึ้นมาชิ้นหนึ่ง ก่อนจะแสร้งทำเป็นละเมอเดินกลับไปนอนในที่ของตัวเอง

เขาเหลือบดูของที่อยู่ในมือ มันเป็นรีโมทคอนโทล...ไว้ใช้สำหรับวิดีโอเสียด้วย

"ถ้าถึงยามหน้าสิ่วหน้าขวานขึ้นมาจริงๆ รีโมทจะช่วยอะไรได้" เขานั่งพลิกไปพลิกมานึกไปนึกมาแป๊บๆ ก็เช้าแล้ว บิดขี้เกียจสองสามทีก็หันไปปลุกสมาชิกให้เดินทางต่อ

เหมือนกับฉายหนังซ้ำ คนขับก็ผุดลุกผุดนั่งแก้เซ็ง ส่วนปิ๊งป่องก็นั่งมองวิวซ้ำๆ ข้างทาง ผิดแต่ว่าคราวนี้ในมือของคนขับมีรีโมทที่หยิบมาจากห่อผ้าของปิ๊งป่องอยู่ด้วย

มือที่อยู่ไม่สุข เริ่มกดปุ่มโน้นปุ่มนี้ไปเรื่อยแบบไม่ได้ใส่ใจอะไร จนกระทั่งเกวียนของพวกเขาถูกคุณลุงคนหนึ่งเดินแซงไปอย่างรวดเร็ว และแป๊บเดียวลุงคนนั้นก็ลับตาไป คนขับสนใจมากว่าทำไมถึงได้เดินเร็วขนาดนั้น จึงให้จอร์จเร่งฝีเท้าให้ทัน จอร์จเพิ่มความเร็วเป็น 10 กิโลแม้วต่อชั่วโมง ซึ่งไม่นานพวกเขาก็พบกับหมู่บ้านเล็กๆ ที่เป็นจุดหมายปลายทางของลุงคนเมื่อกี๊

หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่บริเวณลำธาร กวาดตาดูมีสักประมาณ 10 หลังคาเรือนเห็นจะได้ ดูเผินๆ ก็ไม่มีอะไรน่าสนใจ ก็แค่กระท่อม ชาวบ้านแล้วก็...เดินเร็ว !

ไม่ใช่แค่เดินเร็ว แต่ทำอะไรๆ ดูจะเร็วไปเสียทุกอย่าง นั่นก็กินข้าวเช้าแบบเร็วๆ นั่นก็รีบออกไปทำงานอย่างเร่งรีบ หมู่บ้านเล็กๆ เลยดูอลหม่าน วุ่นวายตั้งแต่เช้า

ปิ๊งป่อง และจอร์จกำลังจ้องดูภาพประหลาดตรงหน้า ทว่าคนขับกำรีโมทในมือแน่นพลางคิดว่าของศักดิ์สิทธิ์ชิ้นนี้แสดงอิทธิฤทธิ์ออกมาแล้ว เขาพยายามกดปุ่มอื่นเพื่อทดลอง ทั้งปุ่มหยุด ทั้งกรอไปข้างหลัง แต่ก็ไม่เป็นผล ทุกคนยังคงใช้สปีดแบบคูณสองอยู่อย่างนั้น

สงสัยรีโมทคงเสียแล้ว...

ภาพที่เขาเห็น เป็นภาพของผู้คนที่เร่งทำอะไรๆ อย่างลุกลี้ลุกลน รีบจนบางครั้งก็เดินชนกัน ถึงจะล้ม ลุกขึ้นมาก็แค่ปัดๆ กางเกง แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาเดินเร็วกันต่อ