วันจันทร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2553

ตอนที่ 5 บางมุม ที่น่ามอง - ใบพัด : ช่วยจอร์จ! จบ

คราวนี้มันกลับมาพร้อมกับชายสูงอายุร่างเล็ก สวมแว่นทรงกลม หน้าผากมีรอยแผลเป็นรูปสายฟ้าฟาด

'พวกแกใช่ไหมที่ทำให้พยัคฆ์ร้ายแห่งป่าดำกลายเป็นเสือก๊อบแก๊บ อย่างนี้ มักเกิ้ล เอ่อ...ไม่สิ คนอย่าง พวกแกจะต้องถูกลงโทษ' ชายผู้มาพร้อมกับรอยแผลเป็นเปิดบทสนทนา ที่ไม่เป็นมิตรนัก

'เข้าใจผิดแล้วล่ะท่าน เราไม่มีเจตนาทำร้าย!เลี้ยงของท่าน แต่หากมันเป็นอุบัติเหตุที่เกิดจากข้า ข้าก็ยินดีรับผิดชอบ' ปิ๊งป่องฟังจาก เสียงเสือคำราม แล้วก็พอปะติดปะต่อเรื่องได้

'ได้...ข้าให้เวลาพวกเจ้าหนึ่งก้านธูป คิดหาวิธีช่วยให้มันกลับมาเป็นเหมือนเดิม และหนึ่งในพวกเจ้าจะต้องมาเป็นตัวประกัน ถ้าทำไม่สำเร็จ ตัวประกันจะถูกนำกลับไปที่บ้านกริฟฟินดอร์ เอ่อ...ไม่สิ ที่ศาลเจ้าร้างและเป็นอาหารของเสือในที่สุด เอาล่ะ ใครกล้าหาญพอจะมาเป็นตัวประกันก็ก้าวออกมาเลย!'

ราวกับฉากตลกในละครวัยรุ่น ทุกคนไหวตัวทันก้าวถอยหลังกันหมด ปล่อยให้วัวอย่างจอร์จยืนเด่นเป็นสง่าอยู่หน้าแถวตัวเดียว

'จอร์จ...' มันร้องปฏิเสธ แต่ทุกคนก็ทำเป็นไม่สนใจ ผิวปากฮำเพลงไปตามเรื่องตามราว

'ตกลง ! เจ้าวัวจะเป็นตัวประกัน การนับถอยหลัง จะเริ่ม ณ บัดนี้' เขาเริ่มจุดธูป

ปิ๊งป่องก็ควานหยิบของใน ห่อผ้าขึ้นมาเป็นการประกันความเสี่ยงให้จอร์จ ก่อนการระดมสมองเริ่มขึ้น

สิ่งที่ปิ๊งป่องหยิบขึ้นมาเป็น ชอล์ก ครับ หักเหลือครึ่งแท่งด้วย

ชอล์กถูกวางไว้กลางวง ท่ามกลางคนที่นึกไม่ออกว่าจะเอาถุงออกจากคอเสือได้อย่างไร ปิ๊งป่องก็จนปัญญา คนขับเกวียนแนะว่าลองหาวิธีอื่นที่ไม่ใช้ชอล์กดูก่อน

'เสือร้องไห้ จะช่วยได้ไหม' คนขับเกวียนเสนอความคิด

'ไม่ได้หรอก กว่าจะเดินออกไป หาร้านส้มตำที่ใกล้ๆ แถวนี้ มีหวังธูปหมดดอกกันพอดี' หญิงสาวค้าน

'นั่นสิเนอะ'

'นึกออกแล้ว! ต้องทำให้เสือจาม' ปิ๊งป่องได้ไอเดีย เขาพาทุกคนไปแอบ หลังต้นไม้ใหญ่เพื่อตั้งวงนินทาพี่เสือ หวังให้จามออกมา

เออ...ตั้งวงนินทาให้เสือจามเนี่ยนะเจ้าชาย

'เสียงน่าเกลียดเนอะ หนอนเงาะยังจะน่ากลัวซะกว่า' 'เป็นเสือซะเปล่า อุตส่าห์โง่ไปกินถุงก๊อบแก๊บได้' ฯลฯ คำนินทามากมาย ถูกขุดขึ้นมาทำให้เสือจาม แต่ก็ไม่เป็นผล เป็นอันได้ข้อสรุปว่าการนินทาไม่ได้เกี่ยวกับการจาม และกลับกัน การจามก็ไม่ได้เกี่ยวกับการนินทา

'พวกแกทำอะไรกันอยู่ ธูปหมด ไปครึ่งหนึ่งแล้วนะ!' ผู้คุมกติกาตะโกนเตือนอย่างมีอารมณ์

แล้วปิ๊งป่องพลันนึกถึงคำของท่านพ่อ 'ของทุกอย่าง ใช้ได้กับทุกสถานการณ์' เขากลับไปพุ่งประเด็น ที่ชอล์กต่อ ซึ่งไม่นานเขาก็คิดออก

'นึกออกแล้ว!' คราวนี้สมาชิกไม่ค่อยเชื่อปิ๊งป่องเสียเท่าไหร่

'เราต้องเขียนวัวให้เสือกลัว !' ปิ๊งป่องทำตาเป็นประกายด้วยความภูมิใจยิ่ง เขาไม่รู้ว่าจำสลับ คนอื่นก็นึกไม่ทัน เขาเดินไปหาจอร์จที่กำลังงอนที่ถูกจับเป็นตัวประกันแล้วบอก ให้จอร์จนอนลง เขาจะใช้สีข้างของจอร์จแทนกระดานชนวนเพื่อ 'เขียนวัว' โดยได้จอร์จเป็นแบบ

'เอาเสือมาใกล้ๆ หน่อยสิท่าน' ปิ๊งป่องบอก

ปลายชอล์กเรียวแหลม ลากผ่าน ไรขนของจอร์จช้าๆ อย่างละมุนละไม บางครั้งก็หนักหน่วง จนขนของจอร์จ ลุกซู่ด้วยความจั๊กกะเดียม หนำซ้ำบางทียังแอบคราง กระเซ่าออกมาอย่างไม่อายฟ้าดิน

'ฮัดเช่ยๆ ๆ' เสือจาม 'อยากรู้จังเลย ว่าใครเอ่ยถึงฉัน' สมาชิกที่เหลือเผลอร้องตาม

ถุงก๊อบแก๊บตัวปัญหา แน่นิ่งอยู่ บนพื้นหญ้า หลังจากเสือทำฮัดเช่ยแฮตทริก อันเป็นผลมาจากควันธูป และผงชอล์กผสมกับขนของจอร์จ มิได้เกิดจากการนินทา หรือเขียนวัวให้เสือกลัวแต่อย่างใด n

วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2553

ตอนที่ 5 บางมุม ที่น่ามอง - ใบพัด : ช่วยจอร์จ!

Friday, May 23, 2003

โดยMGR ONLINE


ใครเป็นใครกันบ้าง

ปิ๊งป่อง : หนุ่มน้อยผู้คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าชาย ออกเดินทางพร้อมห่อผ้าที่พ่อมอบให้โดยไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ภายใน แต่พอหยิบใช้ยามคับขัน ก็รอดพ้นไปได้ทุกที

คนขับเกวียน : เพื่อนร่วมทางที่ปิ๊งป่องขออาศัยเกวียนไปสู่จุดหมายร่วม คือ เขาเหลียงซาน

จอร์จ : วัวที่ได้ชื่อตามเสียงที่มันร้อง

ใบพัด : คนเขียนเรื่องเป็นตอนๆ แบบไม่ต้องอ่านก่อนก็รู้เรื่อง (แต่ที่ www.manager.co.th 'รายสัปดาห์' มีให้อ่านย้อนหลังฟรีนะ)

คนอ่าน : น่ารัก

..........................................

ป้ายเตือน 'ห้ามให้อาหาร!!'ที่ติดอยู่หน้ากรงในสวน! นั้นมีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้!ได้รับอันตราย แต่งานนี้ เสือที่ไล่ตามพวกปิ๊งป่องอยู่คงอยากให้มีใครมาติดป้ายเตือนอยู่เหมือนกันว่า 'ห้ามให้สิ่งที่ไม่ใช่อาหารกับ!!' เพราะถุงก๊อบแก๊บ ที่เจ้าชายปิ๊งป่องทิ้งเอาไว้ ได้เข้าไปอยู่ในคอพยัคฆ์ ร้ายหิวโซตัวเป็นอันเรียบร้อย

'โฮก...ก๊อบแก๊บ ก๊อบ โฮก... แก๊บ' เสียงคำรามของเสือโคร่งโชคร้ายที่พยายามเปล่งออกมาฟังดูแล้วน่าอนาถใจยิ่งนัก แม้จะมีเสียงออกมาบ้าง แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะมีถุงต้นเสียงหลุดตามออกมา

ตอนนี้มันไม่มีอารมณ์ไล่ตามใครอีก ได้แต่เดินทอดอาลัยกลับไปยังศาลเจ้าร้างที่ 'เจ้าของ' ของมันพำนักอยู่ หวังใจให้ท่านช่วย 'ล้วงคอ' ให้

....................................

คนขับเกวียน วัว(ชื่อจอร์จ) ปิ๊งป่อง รวมทั้งหญิงสาวที่กำลังอุ้มทารกน้อย วิ่งหนีเสืออย่างไม่คิดชีวิต(เพื่อให้ยังมีชีวา) อย่างไม่เพลาฝีเท้า ทั้งๆ ที่เสือมันหยุดไล่ตั้งแต่เผลอกินถุงเข้าไปแล้ว

พอรู้ว่าวิ่งฟรี(ไปหลายกิโล) และปลอดจากภยันตรายแล้ว ทุกคนจึงทยอยกันเดินขาลากกลับมา ยังเกวียนที่จอดทิ้งไว้แถวกองหินที่ทุกคนหลบพี่เสือก่อนหน้านี้

'เหตุใดจึงพาลูกน้อยมาเดินในป่าเช่นนี้ล่ะ แม่นาง' ปิ๊งป่องเอ่ยถามหญิงสาว

'ข้ามาตามหารองเท้าของข้า'

'รองเท้า!'

นางเล่าให้ปิ๊งป่องฟังว่า ตั้งแต่เด็ก นางเป็นคนที่มีปัญหากับรองเท้า มาตลอด คือ หาที่เหมาะกับนางนั้น ช่างยากเสียเหลือเกิน...

ที่หาได้ง่ายๆ ใส่แป๊บๆ เดี๋ยวก็เจ็บ พอหาเจอคู่ที่คิดว่าจะใส่สบาย ไม่นาน ก็มีเหตุให้ต้องเลิกใส่ ไม่เป็นเพราะเท้านางโตขึ้น ก็เป็นเพราะรองเท้ามันไม่ทน ใส่ซ้ำๆ เพียงไม่นานก็ชำรุดไป

'แล้วรองเท้าที่แม่นางตามหาอยู่ล่ะ' เขาถามต่อด้วยความสนใจ

'อายุมากขึ้น ปัญหาเรื่องเท้ายังไม่โตเต็มที่ก็หมดไป การตัดสินใจเลือกรองเท้าที่เหมาะกับตัวเองจึงเป็นเรื่องง่ายดายมากขึ้น ข้าได้รับรองเท้าคู่นั้นจากคนรักของข้า มันเป็นรองเท้า ที่สวมแล้วสบายที่สุดตั้งแต่ข้าเคยใส่รองเท้ามา ไม่นึกเลยว่าจะมีโชคดีที่ได้สวมใส่รองเท้าที่ดีเช่นนี้ ข้าสวมมันไปไหนมาไหนตลอด แม้กระทั่งมันหายไปแล้วข้างหนึ่ง ข้าก็ยังสวมมันอยู่...'

ระหว่างการสนทนาดำเนินไป เงามืดเข้าปกคลุมป่าบริเวณที่ทั้งหมดยืนอยู่อีกครั้ง พร้อมกับเสียงคำรามของเสือโคร่งตัวเขื่อง 'โฮก...ก๊อบแก๊บ'

วันศุกร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2553

ตามติดด้วยตอนที่ 4บางมุมที่น่ามอง - ใบพัด : หนีเสือปะ....

คนขับเกวียนงัวเงียหันดูรอบตัวที่เป็นป่าทึบก็ได้แต่ถอนใจให้กับการหลงทางที่เกิดขึ้น

แม้จะโชคไม่ดีที่เกวียนออกนอกเส้นทาง แต่ทุกอย่างก็ไม่เลวร้ายไปเสียทีเดียว เพราะที่คนขับเห็นไกลๆ นั่นมันคนนี่ หญิงสาวที่กำลังอุ้มลูกน้อยอยู่ในอ้อมอกผู้นั้นกำลังมุ่งหน้ามาทางเขา ซึ่งคงจะเป็นคนในละแวกนี้ที่พอจะให้ถามเส้นทางได้

ขณะที่คนขับกำลังจะตะโกนขอความช่วยเหลือไปยังหญิงสาว เธอกลับวิ่งมาทางเขาแล้วร้องตะโกนขอความช่วยเหลือแทน "ช่วยด้วยค่ะ...เสือ !"

ไม่ใช่เสืออาคมแบบหนังช่อง 3 ที่เพิ่งจบไป แต่เป็นเสือโคร่งตัวใหญ่ขนาดสองคนโอบ (แต่ตอนนี้คนโอบทั้งสองไม่อยู่แล้ว...เสือกิน)

ซวยละสิ ทางก็ไม่ได้ถาม แล้วอุตส่าห์วิ่งหนีเสือมาทางนี้อีก... ปิ๊งป่องตื่น !...จอร์จหนีเร็ว ! เขาปลดจอร์จจากเกวียน แล้วทุกคนก็วิ่งไปหมอบหลบที่หลังกองหินใหญ่ (รวมทั้งจอร์จด้วย...เอ่ออ จอร์จ นายแน่มาก)

อันตรายกำลังคืบคลานเข้ามา พยัคฆ์หิวโซกำลังออกล่าเหยื่อแล้ว ตอนนี้ทุกอย่างเงียบสงบลงกว่าเดิมเท่าตัว เสียงลมหายใจของทุกคนเบื้องหลังกองหินแทบจะดังเกินไปด้วยซ้ำ เพราะหากเสือหิวได้ยิน คงถูกฟาดกันเรียบ

ทีแรกปิ๊งป่องลงความเห็นว่าจะส่งจอร์จไปเจรจากับเสือเพราะน่าจะคุยกันรู้เรื่อง แต่พอเห็นหน้าจอร์จที่ซีดเป็นวัวต้มแล้ว ความคิดนี้จึงล้มไป

เสือร้ายใกล้เข้ามา ห่างไม่เกินมือแม่นากเอื้อม เจ้าหนูน้อยในอ้อมกอดแม่กำลังจะแหกปากร้องออกมา

...อย่าเพิ่งนะเจ้าหนูขืนร้องขึ้นมาตอนนี้เสร็จกันหมดแน่ๆ

ปิ๊งป่องเห็นว่าจะไม่ทันการณ์ ควานมือลงในห่อผ้าเพื่อหยิบของจำเป็นขึ้นมา

คราวนี้เป็น "ถุงก๊อบแก๊บ" ครับ

"ท่านพ่อ จะให้ข้าใช้ถุงอุดปากเด็ก หรือครอบหัวเด็กหรืออย่างไรกัน!" เขานึก แต่ขณะที่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรนั้นเอง เสียงก๊อบแก๊บ ก๊อบแก๊บของถุง ทำให้หนูน้อยหยุดร้องไห้ได้ชะงักทีเดียว

"ได้ผลแฮะ เจ้าหนูไม่ร้องไห้แล้ว" ปิ๊งป่องขยำถุงต่อ ก๊อบแก๊บๆ ทุกคนทึ่ง ก๊อบแก๊บๆ ที่ปิ๊งป่องควบคุมสถานการณ์ได้

(ความจริง : มีการค้นพบว่าคลื่นความถี่ของเสียงจากการขยำถุงพลาสติกนั้น ใกล้เคียงกับคลื่นภายในท้องแม่ จึงสามารถดึงความสนใจของเจ้าหนูที่กำลังงอแงให้หยุดหันมาสนใจได้ในชั่วเวลาหนึ่ง...เอาไปทดลองได้ครับ)

ตอนนี้ป่าไม่มีเสียงใดๆ เสียงเด็กร้องไห้ก็ไม่มี เสียงคนพูดคุยกันก็ไม่มี มีแต่เสียงก๊อบแก๊บจากฝีมือของปิ๊งป่องที่ก๊อบแก๊บจนลั่นไปทั้งป่า มีรึที่เสือจะไม่ได้ยิน

ไม่นานทุกคนที่หมอบหลบอยู่หลังกองหินก็ออกวิ่งเตลิดไปคนละทิศคนละทาง ! n

วันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2553

ตามติดด้วยตอนที่ 4บางมุมที่น่ามอง - ใบพัด : หนีเสือปะ....

Friday, May 16, 2003

โดยMGR ONLINE


4 คำถาม (ยิ้ม)ก่อนอ่าน!

1. ไม่เคยอ่านมาก่อนอะ กลัวอ่านไม่รู้เรื่องน่ะ

ตอบ ไม่ต้องกลัวนะ เรื่องราวจบในตอนน่ะ ไม่ต้องอ่านตอนที่แล้วก็เข้าใจ แต่ถ้าอยากย้อนอ่าน ดูใน www.manager.co.th "รายสัปดาห์" ละกัน หรือเมล์มาหาใบพัดก็ได้นะ

2.อยากรู้จัง "ปิ๊งป่อง" เป็นใครจ๊ะ

ตอบ เด็กหนุ่มจากซัวเถาที่คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าชายจ้ะ หมายใจจะพิชิตเขาเหลียงซานก่อนวัย 30 ออกเดินทางพร้อมห่อผ้าคู่ใจที่พ่อมอบให้ ซึ่งเขาไม่เคยรู้ว่ามีสิ่งใดอยู่ภายใน

3.ห่อผ้ามีไว้ทำไมล่ะ

ตอบ มีของจำเป็นที่พ่อเตรียม ไว้ให้ใช้ในยามคับขัน ทุกชิ้นใช้ได้กับทุกสถานการณ์ด้วยล่ะ

4. ทำไมต้องอ่าน(วะ)

ตอบ ไม่รู้(โว้ย)











........................................

ในบรรดาชื่อของ!ต่างๆ นั้น มี!อยู่กลุ่มหนึ่งที่เราเรียกตามเสียงร้องที่มันเปล่งออกมา

อีกา มันร้อง "กา !" หรือ ตุ๊กแก มันก็ร้อง "ตุ๊กแก" (สันนิษฐานว่าที่มาของรถตุ๊กตุ๊กคงไม่ต่างกัน)

"จอร์จ" วัวของคนขับเกวียนที่เจ้าชายปิ๊งป่องร่วมโดยสารนั้นก็เข้าทำนองเดียวกัน คือ เขาเรียกมันตามเสียงร้อง

"จอร์จจ...." จู่ๆ มันก็ร้องขึ้นมา

"ว่าไงจอร์จหิวเหรอ เอ้านี่...กินซะ" คนขับเกวียนเอื้อมตัวเพื่อส่งหญ้าเข้าปากวัวที่กำลังลากเขาทั้งสองไปสู่จุดหมาย

ระหว่างเส้นทางอันทุรกันดาร ปิ๊งป่อง นึกทบทวนถึงสิ่งที่คนขับเกวียนได้ถามเขาไปเมื่อวันก่อนอีกครั้ง

"เจ้าอยากไปเหลียงซานด้วย เหตุผลอันใดรึ" (เสียงคนขับเกวียนก้องในหัวปิงปองของปิ๊งป่อง)

ณ ตอนนี้ปิ๊งป่องก็ยังหาเหตุผล อะไรมารองรับ "ความอยาก" ของเขาไม่ได้ เขาออกเดินทางก็เพราะเขาอยาก...ก็เท่านั้น "จำเป็นด้วยหรือ ว่าต้องมีเหตุผลที่อยากจะไปให้ถึงจุดหมาย" เขานึก

"แล้วท่านล่ะ ต้องการไปเหลียงซานเพื่ออะไร" ปิ๊งป่องเอ่ยถามคนขับเกวียนบ้างหลังนิ่งเงียบมานาน

เขาหันควับมาทางปิ๊งป่อง "ข้ามันตัวคนเดียว ครอบครัวก็ไม่มี จะมีก็แต่เจ้าจอร์จนี่แหละ ข้าทิ้งไร่นาที่แม้จะทำให้ข้าพอมีอาหารประทังชีวิตไปได้ ทว่าข้าก็หาได้ต้อง การเพียงเท่านั้นไม่ เขาว่ากันว่าบนนั้นมีทรัพย์สมบัติมากมาย ข้าต้อง การที่จะร่ำรวย"

"บอกมาอย่างนี้ ท่านไม่กลัวข้าจะแย่งสมบัติท่านรึ" ปิ๊งป่องลองถาม

"ไม่ต้องห่วงหรอก สมบัติบนนั้นมีมากเสียจนแบกกันไม่ไหวเลยล่ะเจ้า คนที่ข้ารู้จักหลายคนก็เดิน ทางสู่เหลียงซานด้วยจุดประสงค์นี้ แต่เขาเดินเท้าเฉกเช่นเจ้าเมื่อก่อนหน้านี้ ซึ่งข้ามองว่าไม่ฉลาดเท่าไรนัก ข้าจึงเลือกเดินทางด้วยเกวียนที่จะถึงจุดหมายได้เร็วกว่า" แล้วเขาก็เงียบไปพักใหญ่ จนปิ๊งป่องต้องเปลี่ยนมาพูดเรื่องของตัวเองบ้าง ซึ่งคนขับเกวียนก็ไม่ได้อยากฟังเท่าไหร่นัก ปิ๊งป่องหวังให้บรรยากาศบนเกวียนไม่เงียบจนเกินไปนัก

เขาเล่าเรื่องที่ปลูกถั่วงอกแล้วตั้งชื่อให้มัน เรื่องที่เขาบรรจงทาสีบ้านด้วยพู่กันอยู่เป็นเดือนๆ และอะไรต่อมิอะไรอีกหลายเรื่องจนคนขับเกวียนหลับไปต่อหน้าต่อตา "คิก คิกๆ ๆ" ปิ๊งป่องหัวเราะเอามือปิดปาก นึกถึงคำพูดว่า "พูดจนลิงหลับ" พลางนึกถึงท่าทางของลิงที่ขับวัว ที่ถูกเขาพูดกล่อมจนหลับ "คิก คิกๆๆ" ไม่นานเข้าปิ๊งป่องก็หลับคาใบหน้าเปื้อนยิ้มในที่สุด

อืม...ความสุขหาง่ายจังนะ เจ้าชาย

ปิ๊งป่องไม่รู้เส้นทาง จอร์จยิ่งไม่รู้ ส่วนลิง เอ้ย ! คนขับก็หลับไปเสียอีก เกวียนของพวกเขาเลยออกนอกเส้นทางเข้าไปยังป่าทึบข้างทาง ตามที่จอร์จอยากจะให้ไป

คนขับเกวียนสะดุ้งตื่นหลังหลับไปหลายชั่วยาม ขณะนี้ดูเหมือนทุกอย่างจะหยุดนิ่ง ปิ๊งป่องที่หลับอยู่ พาหนะก็จอดนิ่งเนื่องจาก จอร์จพาทุกคนมาเล็มหญ้าในบริเวณ ที่เขียวครึ้มซึ่งมันชอบเป็นที่สุด "เราอยู่ที่ไหนกันเนี่ยจอร์จ"

มันทำหน้าฉลาดแล้วตอบว่า "จอร์จ..."

วันพุธที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2553

ปิ๊งป่องตอนที่ 3 จบ

กรรไกรตัดเล็บอันน้อย คือสิ่งที่ปิ๊งป่องหยิบขึ้นมา

"อ๋อ...ข้านึกออกแล้ว ขอบคุณมากท่านพ่อ" ว่าแล้วปิ๊งป่องก็วิ่งถือกรรไกรตัดเล็บหายเข้าไปที่พุ่มไม้ข้างทาง ปล่อยให้คนขับเกวียนนั่งพักอยู่ใต้ร่มไม้ดูเกวียนและจอร์จที่ขยับไปไหนไม่ได้อย่างหมดหวัง กระทั่งฝนเริ่มซาเม็ด...

เมื่อรู้สึกว่าปิ๊งป่องหายไปนานจนผิดสังเกต คนขับเกวียนจึงเริ่มออกตามหา ไม่นานเขาพบนายปิ๊งป่องนั่งยองๆ อยู่ในพงหญ้า

"อ้าว...อึอยู่รึ เออ เออ โทษที งั้นข้าไม่รบกวนแล้ว" คนขับเกวียนอมยิ้มละไม ก่อนจะเดินจากไป

"ช้าก่อนท่าน ! ข้าไม่ได้อุจจาระอยู่" ปิ๊งป่องลุกขึ้นยืนท่ามกลาง กอหญ้า แล้วบอกว่าเขามีวิธีเอาเกวียน ขึ้นจากหล่มแล้ว "ขอให้จงวางใจเชิญ ท่านไปพักผ่อนก่อน"แล้วปิ๊งป่องก็ย่อตัวลงนั่งยองๆ ตามเดิม

คนขับเกวียนแอบมองปิ๊งป่องที่กำลังบรรจงใช้กรรไกรตัดเล็บค่อยๆ เล็มหญ้าด้วยความตั้งใจ เขายืนมองกิริยาอันสุขุมจนเพลินกระทั่งเวลาผ่านไปนานหลายชั่วยาม ก่อนจะออก จากภวังค์แล้วกลับไปจัดการเรื่องเกวียนตกหล่มต่อ

ดินเริ่มแห้ง น้ำเริ่มซึม จอร์จ เริ่มฟื้น ล้อที่ตกหล่มก็ถูกดันขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย

"ท่านปิ๊งป่อง ! เกวียนขึ้นจากหล่มได้แล้ว ออกเดินทางกันต่อเถอะ"

สักพักปิ๊งป่องก็เดินกลับมาที่เกวียน คนขับเกวียนบอกเขาว่า "ขอบคุณจริงๆ ที่งานศิลปะการตกแต่งต้นไม้ใบหญ้าของเจ้าทำให้ข้าคิดได้ บางปัญหาเราก็แก้ไม่ได้ในทันที เพราะยิ่งแก้กลับทำให้ยิ่งแย่ลงไปอีก ด้วยกิริยาอันเยือกเย็นสุขุมเพื่อสยบปัญหาของเจ้า ทำให้เราผ่านปัญหานี้ไปได้"

"จริงๆ แล้ว ข้า..." ปิ๊งป่องพยายามจะบอกบางอย่าง

"ตอนแรกข้านึกว่าเจ้าจะไปนั่งทำอะไรโง่ๆ เสียอีก นึกไม่ถึงเลยว่าจะลึกซึ้งเพียงนี้ ใช้ได้นะเจ้าหนุ่ม เอาล่ะ ได้เวลาเดินทางต่อแล้ว" คนขับเกวียนเริ่มสั่งจอร์จให้เดินต่อ

...จริงๆ แล้วปิ๊งป่อง ตั้งใจจะไป ตัดหญ้าเอามาล่อให้จอร์จลากเกวียน ขึ้นจากเลนต่างหาก เพราะคิดเองว่าใช้อาหารล่อน่าจะได้ผลมากกว่าการขู่บังคับ (ใช้กรรไกรตัดเล็บไปตัดหญ้าเนี่ยนะเจ้าชาย เฮ้ออ...)

"สถานีต่อไป ! เหลียงซาน...เน็ก สะเตชั่น เหลียงซาน ฮ่า ฮ่า ฮ่า" ปิ๊งป่องตะโกนกลบเกลื่อนความอาย n

วันอังคารที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2553

ปิ๊งป่องตอนที่ 3

บางมุม ที่น่ามอง - ใบพัด : คนขับเกวียนกับจอร์จ

Friday, May 09, 2003

โดยMGR ONLINE


"สถานีต่อไป ! อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ...เน็ก สะเตชั่น วิกโทรี่ โมนูเม็นต์ !"

คนขับเกวียนหยอกเย้าเพื่อนใหม่จากซัวเถาอย่างเจ้าชายปิ๊งป่อง* ด้วยความเป็นมิตรมากขึ้น หลังจากทราบว่า การที่ปิ๊งป่องพร้อมห่อผ้าคู่ใจ โผล่มาอยู่ในเกวียนเล่มนี้ได้ ก็เพราะอิทธิฤทธิ์ของเซียนเฒ่าท่านหนึ่งที่ตอบแทนการช่วยเหลือของเขาด้วยการส่งเขาไปที่ไหนบนโลกก็ได้ตามใจ ต้องการหนึ่งครั้ง เพียงแค่หลับตานึก

...คุณได้สิทธินั้นเดี๋ยวนี้ ว๊าบบ !...

แทนที่จะไปอยู่บนยอดเขา เหลียงซานอันเป็นจุดหมายที่คนหนุ่มมุ่งมั่นจะไปให้ถึง แต่กลับมาอยู่บนเกวียนของชายผู้หนึ่งซึ่งกำลังจะเดินทางไปสู่เหลียงซาน

...ไม่ได้เป็นความผิดพลาดในการจัดส่งของท่านเซียน แต่เป็นไปตามความต้องการที่ปิ๊งป่องนึกเองว่า หากได้ไปอยู่ในพาหนะที่จะไปสู่เขาเหลียงซานก็คงดี โดยลืมนึกไปว่าเขาว๊าบไปยังเขาเหลียงซานได้เลย ไม่ต้องนั่งเกวียนไป เฮ้ออ...(คนเขียน คิดพลางส่ายหัว)

สิ่งที่อยู่เบื้องหลังของเกวียน คือ สิ่งที่ทั้งปิ๊งป่องและคนขับเกวียนกำลังจะจากไป พวกเขาเรียกมันว่า "บ้าน"

ส่วนสิ่งที่อยู่หน้าเกวียนก็คือ "จอร์จ" วัวที่กำลังฉุดลากเขาทั้งสองไปสู่ "จุดหมาย" ซึ่งอยู่เบื้องหน้ามันอีกทีหนึ่ง

"เจ้าอยากไปเหลียงซานด้วย เหตุผลอันใดรึ" คนขับเกวียนเอ่ยถาม

"บอกตามตรง ข้าไม่รู้ รู้แต่ว่าอยากไป" ปิ๊งป่องตอบ และคิดในใจว่าคงต้องปกปิดเรื่องการเป็นเจ้าชายต่อคนขับเกวียน เพราะกลัวเขาจะวางตัวลำบาก

"แล้วเจ้ารู้หรือว่าบนนั้นมีอะไร" ปากคนขับก็ถามไป ขณะที่มือก็ บังคับจอร์จให้หลบไปทางซ้ายเพื่อให้พ้นจากหลุมลึก

..." ปิ๊งป่องเลี่ยงตอบ ด้วยการทำเป็นไม่ได้ยินคำถาม

"คนจำนวนไม่น้อยอยากไปที่นั่น บ้างก็คิดว่าบนนั้นจะเป็นแหล่งของสุดยอดวิทยายุทธที่จะทำให้เขาก้าวสู่ การเป็นผู้นำยุทธภพได้ในที่สุด บ้างก็ว่ามีทรัพย์สมบัติมากมายอยู่ข้างบน มากพอที่จะใช้ทองคำแทนขารองตู้เชียวแหละ หรือว่าเจ้าอยากจะไปหาสาวงามข้างบนนั้น" หนุ่มใหญ่แซวหนุ่มน้อย

"ผิดแล้วล่ะท่าน" ปิ๊งป่องโต้ทันควัน "สิ่งที่ท่านกล่าวมาทั้งหมดนั้น หาใช่จุดประสงค์ของข้าแม้แต่น้อย ข้าไปเพราะอยากไปก็เท่านั้น !" เจ้าชาย เริ่มฉุน คนขับเกวียนจึงเลิกเซ้าซี้

เส้นทางที่ทั้งสองกำลังประสบไม่ค่อยราบเรียบนัก บางช่วงก็เป็นหลุมเป็นบ่อ ถนนถูกตัดขาดจากพายุใหญ่ที่เพิ่งผ่านไปเมื่อ 2-3 วันก่อน และตอนนี้ฝนห่าใหญ่กำลังเทลงมาอีกแล้ว !

เพียงไม่กี่นาที เส้นทางที่เหมือน กับหลุมขนมครก ก็ถูกเติมเต็มด้วยน้ำฝน ผิดแต่ว่าเป็นกระทะขนมครกรสช๊อกโกแล็ตที่ดูเหมือนคนหยอดจะเจตนาให้เปียกเท่าเทียมกันไปหมด จนดูไม่ออกแล้วว่าตรงไหนหลุมตรงไหนไม่หลุม

หนีไม่พ้นหรอกครับ ขณะที่คนขับกำลังพยายามพาเกวียนเข้าหลบฝนใต้ร่มไม้ใหญ่ที่อยู่ด้านหน้า ไม่ทันไรล้อขวาของเกวียนก็ลงหลุม 18 จนได้...จ๋อม!

"โธ่...ซวยจริงๆ" ชายเจ้าของเกวียนรีบกระโดดฝ่าสายฝนลงไปเข็นเกวียนให้ขึ้นจากหลุม ส่วนปิ๊งป่องจะเป็นคนบังคับจอร์จให้ลากเกวียนขึ้นมา

ฝนยังคงหนาเม็ดอยู่ และล้อเกวียนก็ยังคงอยู่ในหลุมเช่นเดิม

ยิ่งพยายามจะเข็นให้ล้อขึ้นจากหลุม มันยิ่งบั่นให้ร่องเลนลึกลงไปอีก ตอนนี้ทั้งคนทั้งวัวก็ล้ากันหมดแล้ว

"ห่อผ้าที่พ่อมอบให้ เจ้าจงเปิดเฉพาะตอนมีเหตุการณ์คับขัน อย่าได้เปิดพร่ำเพื่อ ของทุกอย่างในนี้ เป็น ของจำเป็น ใช้ได้กับทุกสถานการณ์ ทุกยามที่คับขัน...ขอเพียงมีสติ" คำสอนของเสด็จป๋าแว่บเข้ามาใน หัวนายปิ๊งป่อง

"นี่คงเป็นภาวะคับขันแล้วกระมัง รถติดหล่มกลางถนนใหญ่ขนาดนี้ เกิดมีรถสิบลงสิบล้อตามมา เดี๋ยวจะลำบาก" ปิ๊งป่องคิดพลางควานมือลงไปในห่อผ้า

กลุ่มคนหลอกลวงรีดไถเงิน ลิกขสิทธิ์ พร้อมวิธีป้องกันตัว ตอนที่ 9

อันนี้ มีผู้หวังดีเสริมให้ครับ ซ้ำคงไม่ว่ากัน

การล่อเล่น ไม่จำเป็นต้องเป็นตำรวจ ราษฎรก็ล่อเล่นได้ การล่อเล่นในคดีละเมิดลิขสิทธิ์ ถือเป็นการมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ศาลจะยกฟ้อง*****
--------
การค้นในที่รโหฐาน เช่น ห้องนอน ห้องครัว ส่วนที่เป็นที่อยู่อาศัย ต้องมีหมายค้น ถ้าเข้าไปยึดแผ่นเกมส์โดยไม่มีหมาย ก็เป็นการค้นที่ไม่ชอบ ทรัพย์สินที่ยึดไปไม่สามารถนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานได้ ต้องห้ามตามกฎหมาย เพราะฉะนั้น ถ้าขึ้นศาลก็จะไม่มีพยานหลักฐานนำสืบแสดงว่าเราทำผิด (แม้เราละเมิดจริง แต่เมื่อไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเราทำผิด เพราะหลักฐานที่ยึด ได้มาจากการค้นที่ไม่ชอบ) ศาลจะยกฟ้อง
****
หลัก ตำรวจจะจับผู้ใดโดยไม่มีหมายจับหรือคำสั่งศาลไม่ได้ (ดูประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 78)
ข้อยกเว้น จะจับโดยไม่มีหมายจับก็ได้ เมื่อบุคคลนั้นได้กระทำความผิดซึ่งหน้า และเหตุอื่นตามที่กฎหมายกำหนด (ดูประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 80)ความผิดซึ่งหน้า หมายถึง ความผิดซึ่งเห็นกำลังกระทำ หรือพบในอาการใด ซึ่งแทบจะไม่มีความสงสัยเลยว่าได้กระทำผิดมาแล้วสดๆ (ดูประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 80)
*****
ราษฎร(หมายถึงตัวแทนบริษัทด้วย)สามารถจับความผิดซึ่งหน้าได้โดยไม่ต้องมีหมายจับ แต่ต้องเป็นความผิดอาญาบางประเภทเท่านั้น (คือความผิดที่บัญญัติไว้ท้ายประมวลป.วิอาญา) เช่น ฐานปล้นทรัพย์ ฐานฆ่าคนตาย เป็นต้น แต่ความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ใช่ความผิดท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ราษฎรจึงจับไม่ได้แม้เห็นความผิดเกิดขึ้นซึ่งหน้า )

เพิ่มเติมและเครดิต จาก http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X6479145/X6479145.html

วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2553

กลุ่มคนหลอกลวงรีดไถเงิน ลิกขสิทธิ์ พร้อมวิธีป้องกันตัว ตอนที่ 8

การเอาผิดกลับ
ปัจจุบันโทษรุนแรงเพียงพอแล้วครับ เพียงแต่พวกเราไม่มีใครเอาจริงเท่านั้น
เพราะถ้ามั่วนิ่มมา เราก็สามารถเอาผิดได้ หลายข้อหา เช่น
1. ฐานบุกรุก มาตรา 362 และ 364 โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำและปรับ
มาตรา 365 โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำและปรับ
2. ฐานแจ้งความเท็จ มาตรา 137 จำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาทหรือทั้งจำและปรับ
มาตรา 172 จำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่พันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 174 จำคุกไม่เกินห้าปีและปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
3. ฐานเบิกความเท็จ มาตรา 177 จำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นหรือทั้งจำทั้งปรับ
4. ฐานฉ้อโกง มาตรา 341 จำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ (คือโดยทุจริต รู้อยู่ว่าตนไม่มีอำนาจจับ แต่ได้หลอกลวงว่าตนมีอำนาจเช่นว่านั้น และการหลอกลวงนี้ทำให้ได้เงินจากเราไป ก็จะผิดฐานฉ้อโกงนี้)
5. ฐานกรรโชกทรัพย์ มาตรา 337 คือถ้ามีการบังคับข่มขู่ว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิตร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญ หรือบุคคลที่สาม จนยอมเช่นว่านั้น มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่น
ถ้าการกรรโชกทำโดยขู่ว่าจะฆ่า ขู่ว่าจะทำร้ายร่างกายฯ หรือมีอาวุธติดตัวมาขู่เข็ญ จำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปีและปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นสี่พันบาท
จะผิดข้อหาใด ฐานใดต้องดูข้อเท็จจริงเป็นกรณีไป เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะพิจารณาและหาพยานหลักฐาน
ที่บอกว่าควรจะต้องตรวจสอบก่อนนั้นว่ามั่วมาหรือไม่---- กรณีนี้ ตัวแทนนำจับรู้ตัวมันอยู่แต่แรกแล้วว่าตัวเองมีสิทธิหรือไม่ เป็นการกระทำโดยเจตนาชัดเจน
หน้าที่ในการตรวจสอบเป็นของตำรวจ ก่อนรับแจ้งความต้องตรวจสอบเอกสารให้ละเอียดว่าผู้แจ้งมีอำนาจแจ้งหรือไม่ ใครเป็นผู้รับมอบอำนาจ ใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ต้องมีเอกสารชัดเจนจึงจะรับแจ้งความได้
ถ้าตำรวจบกพร่องละเลยไม่ตรวจสอบแล้วรับแจ้งความ ถ้าปรากฏภายหลังว่าการแจ้งความไม่ถูกต้อง ไม่มีสิทธิ ไม่มีอำนาจจริง ตำรวจจะมีความผิดทั้งทางวินัยและอาญาฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157
เราสามารถเอาผิดได้ทั้งตัวแทนนำจับและตำรวจครับ ถ้าตัวแทนมั่วมา
แต่ถ้าเขามีสิทธิจริง เราก็ค่อยมาดูถึงวิธีการค้นและจับว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ถ้าวิธีการค้นและจับไม่ชอบด้วยกฎหมาย เราก็สามารถเอาผิดกับพวกมันและตำรวจที่มาส่ง ได้เช่นกัน

วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2553

กลุ่มคนหลอกลวงรีดไถเงิน ลิกขสิทธิ์ พร้อมวิธีป้องกันตัว ตอนที่ 7

ข้อย่อยที่ช่วยได้เบื้องต้น ยาวแต่ต้องอ่านนะครับ มันสำคัญทุกข้อครับ
1 จับกุมลิขสิทธิ์ได้ก่อนพระอาทิตย์ตกดินเท่านั้น ถ้ามาตอนมืด ถึงจะถูกต้องก็ไล่กลับไปได้เลย
2.หากมีคนอ้างเป็นตัวแทน ขอดูบัตรประชาชน ดูใบรับมอบอำนาจจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ดูบัตรของผู้รับมอบจะต้องมีบัตรของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ถ้าไม่ให้ดูไล่พวกมันกลับไปได้เลย
3 การล่อเล่นของหน้าม้า เป็นการร่วมกระทำความผิด ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ไม่มีอำนาจแจ้งความร้องทุกข์
4 ร้านคอมฯปฏิเสธไม่ให้ตรวจเครื่องคอมฯได้นะครับถ้ามันไม่มีหมายค้น ในส่วนของตัวร้าน(สาธารณสถาน)อยากตรวจก็ให้ตรวจไป แต่เครื่องคอมฯไม่ใช่สาธารณสถานเรามีสิทธิปฏิเสธไม่เปิดให้ตรวจสอบได้
5 ตัวแทนลิขสิทธิ์ไม่มีสิทธิ์อธิบายขั้นตอนการจับกุม กฎหมายเขียนชัดเจนให้เป็นหน้าที่ของตำรวจชุดจับกุมให้เป็นผู้จัดทำบันทึกการจับกุม ไม่มีกฎหมายให้อำนาจราษฎรทำ เป็นข้อต่อสู้ของจำเลยข้อหนึ่งได้ว่ามันมั่วนิ่มไม่รู้กฎหมายแล้วมาจับ
6 ราษฎรก็จะช่วยตำรวจจับไม่ได้แม้ตำรวจจะขอให้ช่วยจับ เพราะ ตำรวจจะขอให้ราษฎรช่วยจับได้ต้องเป็นผู้จัดการตามหมายจับเท่านั้น(เช่น โจรที่มีหมายจับ) แต่การจับละเมิดลิขสิทธิ์ในความผิดซึ่งหน้าไม่ใช่การจัดการตามหมายจับ เราจึงมีสิทธิป้องกันการจับกุมอันมิชอบด้วยกฎหมายทั้งปวงกับราษฎรที่มาช่วยจับได้ตามสมควร(ต่อสู้ป้องกันตามสมควร อย่าให้ถึงตายนะครับ แบบนั้นติดคุกฐานฆ่าคนตาย ควรใช้กระบองป้องกันตัว)ไม่มีความผิดทางอาญาใดๆ
7 การล่อเล่น ไม่จำเป็นต้องเป็นตำรวจ ราษฎรก็ล่อเล่นได้ (แต่การล่อเล่นในคดีละเมิดลิขสิทธิ์ ถือเป็นการมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ศาลจะยกฟ้อง) เหมือนข้อ3
8 จะเป็นความผิดซึ่งหน้า ต้องดูที่ลักษณะของการกระทำ ไม่ใช่ดูที่ตัวผู้ล่อเล่นว่าเป็นตำรวจหรือไม่เป็นตำรวจ ความผิดซึ่งหน้า หมายถึง ความผิดซึ่งเห็นกำลังกระทำ หรือพบในอาการใด ซึ่งแทบจะไม่มีความสงสัยเลยว่าได้กระทำผิดมาแล้วสดๆ (ดูประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 80)
9 ดูที่ประมวลกฎหมายพิจารณาความอาญามาตรา 79 ราษฎรก็สามารถจับความผิดซึ่งหน้าได้โดยไม่ต้องมีหมายจับ แต่ต้องเป็นความผิดบางประเภทเท่านั้น (คือความผิดที่บัญญัติไว้ท้ายประมวลป.วิอาญา) เช่น ฐานฆ่าคนตาย เป็นต้น แต่ความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ใช่ความผิดท้ายประมวลฯ ราษฎรจึงจับไม่ได้แม้เห็นความผิดเกิดขึ้นซึ่งหน้า
10 การละเมิดลิขสิทธิ์ต้องเกิดซึ่งหน้าตำรวจเท่านั้นเช่นนั่งไลท์แผ่นต่อหน้าต่อตาตำรวจ ตำรวจจึงจะมีอำนาจจับกุม (และต้องมีการแจ้งความแล้ว ถ้ายังไม่แจ้งความก็ไม่มีสิทธิ์จับในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์) ถ้าการละเมิดเกิดต่อหน้าตัวแทนบริษัท(หน้าม้า) แม้จะถ่ายรูปไว้ ถ้าขณะนั้นตำรวจไม่ได้เห็นด้วย(ตำรวจอยู่นอกร้าน-มาทีหลัง) ก็ไม่มีอำนาจจับกุมครับ
11 การค้นในที่รโหฐาน เช่น ส่วนที่เป็นที่อยู่อาศัย ต้องมีหมายค้น ถ้าเข้าไปยึดแผ่นเโดยไม่มีหมาย ก็เป็นการค้นที่ไม่ชอบ ทรัพย์สินที่ยึดไปไม่สามารถนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานได้ ต้องห้ามตามกฎหมาย เพราะฉะนั้น ถ้าขึ้นศาลก็จะไม่มีพยานหลักฐานนำสืบแสดงว่าเราทำผิด (แม้เราละเมิดจริง แต่เมื่อไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเราทำผิด เพราะหลักฐานที่ยึด ได้มาจากการค้นที่ไม่ชอบ) ศาลจะยกฟ้อง
12 หลัก ตำรวจจะจับผู้ใดโดยไม่มีหมายจับหรือคำสั่งศาลไม่ได้(ดูประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา78) ข้อยกเว้น จะจับโดยไม่มีหมายจับก็ได้ เมื่อบุคคลนั้นได้กระทำความผิดซึ่งหน้า และเหตุอื่นตามที่กฎหมายกำหนด (ดูประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 80) คดีละเมิดลิขสิทธิ์ไม่มีสิทธิ์จับ
แต่ถ้าเป็นคดีความผิดต่อส่วนตัว เช่นคดีละเมิดลิขสิทธิ์ ต้องมีการแจ้งความร้องทุกข์จากผู้เสียหายหรือตัวแทนเสียก่อน ตำรวจจึงจะมีอำนาจจับ ดังนั้น ถ้ายังไม่มีการแจ้งความร้องทุกข์ อำนาจจับกุมก็ยังไม่เกิด แม้จะมีการละมิดลิขสิทธิ์เกิดขึ้นต่อหน้าตำรวจ ตำรวจก็จับไม่ได้
-

วันศุกร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2553

กลุ่มคนหลอกลวงรีดไถเงิน ลิกขสิทธิ์ พร้อมวิธีป้องกันตัว ตอนที่ 6

ข้อกฎหมาย ที่ต้องรู้ครับ

ล่อซื้อ
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 66 บัญญัติว่า ความผิดตามพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์เป็นความผิดอันยอมความได้
ผลทางกฎหมายคือ เจ้าของลิขสิทธิ์จะต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน นับแต่รู้ตัวผู้กระทำละเมิดและรู้ถึงการละเมิด
มิฉะนั้นจะขาดอายุความร้องทุกข์
และการแจ้งความร้องทุกข์จะต้องกระทำโดยผู้เสียหาย หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้เสียหาย โดยผู้เสียหายจะต้องเป็น "ผู้เสียหายโดยนิตินัย"
แต่หากผู้เสียหายเป็นผู้มีส่วนร่วม หรือก่อให้เกิดการกระทำความผิดขึ้น ก็ไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยที่มีอำนาจฟ้องคดีได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
คำพิพากษาฎีกาที่ 4301/2543 การที่จำเลยกระทำความผิดโดยทำซ้ำบันทึกโปรแกรมคอมพิวเตอร์อันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์ลงในแผ่นบันทึกข้อมูลถาวรของเครื่องคอมพิวเตอร์ให้แก่ส. ตามที่ส.ได้ ล่อซื้อ นั้น เกิดขึ้นเนื่องจากการล่อซื้อของส. ซึ่งได้รับการจ้างให้ล่อซื้อจากโจทก์ เท่ากับโจทก์เป็นผู้ก่อให้เกิดการกระทำความผิดขึ้น โจทก์ย่อมไม่อยู่ในฐานะผู้เสียหายที่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้
เพราะฉะนั้น การล่อซื้อและการส่งหน้าม้ามาลงเพลงในคอมพิวเตอร์/การล่อเล่นในกรณีเกมส์เพลย์ จึงเป็นกรณีที่เจ้าของลิขสิทธิ์เป็นผู้ก่อให้เกิดความเสียหายขึ้น ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกานี้ จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ไม่มีอำนาจฟ้อง

วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2553

ดูดวงปี 2553 ปีกุน

ท่านที่เกิดปีกุนรอบอายุ 75 ปี (พ.ศ.2478)
และรอบอายุ 15 ปี (พ.ศ.2538)

ดวงชะตาโดยรวม

เนื่องด้วยดาวพระเคราะห์ที่โคจรส่งผลต่อเจ้าชะตาในปีนี้ เป็นดาวมงคล ซึ่งล้วนเป็นตัวแทนของเกียรติยศและยศถาบรรดาศักดิ์ ปีนี้ท่านจะมีช่วงชีวิตที่ราบรื่น ชีวิตความเป็นอยู่จะเปลี่ยนไปในทางที่ดี คิดอ่านจะทำอะไรก็จะมีผู้อุปถัมภ์ช่วยเหลือ กิจการงานต่างๆ ที่มี ควรวางมือ แล้วส่งให้กับบุตรหลานดำเนินการต่อ ส่วนตัวท่านเองควรหาความสุขใส่ตัว โดยการทำกิจกรรมที่ชอบ ไปสังสรร ไปเที่ยวกับเพื่อนฝูงบ้าง

และเนื่องจากในชะตามีดาวไม่เป็นมงคล มาเพ่งเล็งรังควานร่วมอยู่ด้วย ดังนั้นในปีนี้ต้องระวังปัญหาด้านสุขภาพและเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงเป็นเหตุ ให้เลือดตกยางออก อีกทั้งในครอบครัวมีเกณฑ์จะไว้ทุกข์ ต้นปีท่านควรหาเวลาไปไหว้พระ ทำบุญ สะเดาะห์เคราะห์ เพื่อให้แคล้วคลาดจากเรื่องร้ายและพลังปะทะชงให้เบาบาง อย่าเจ็บไข้และในครอบครัวมีความร่มเย็นเป็นสุข

สำหรับเจ้าชะตาวัยรุ่นรอบอายุ 15 ปี ดาวพระเคราะห์ที่โคจรเข้าสู่เรือนชะตาท่านในปีนี้เป็นดาวมงคล การศึกษาเล่าเรียนปีนี้โดยภาพรวม อยู่ในเกณฑ์ดีมีความก้าวหน้า แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ การคบเพื่อนซึ่งอาจถูกชักชวนให้รวมกลุ่มทำกิจกรรมนอกลู่นอกทาง และนำไปสู่ความเดือดร้อนทำลายอนาคตตัวเอง ดังนั้น จึงขอให้ท่านใช้สติพิจารณาให้ดี

ท่านที่เกิดปีกุนรอบอายุ 63 ปี (พ.ศ.2490)
และรอบอายุ 3 ปี (พ.ศ.2550)


ดวงชะตาโดยรวม

สำหรับเจ้าชะตาอาวุโสรอบอายุ 63 ปี เนื่องจากมีดาวพระเคราะห์ไม่เป็นมงคลโคจรเข้าสู่เรือนชะตา ประกอบกับปีเกิด ของท่านนับเป็นปีชงในปี 2553 นี้ ...จึงจะมีเรื่องราวขัดแย้ง และเสียทรัพย์ในครอบครัว ในขณะเดียวกันก็ยังโชคดีที่ในเรือนชะตามีดาวมงคลอีกดวงให้การช่วยเหลือใน เรื่องที่ท่านดำเนินการอยู่ จึงทำให้ผ่านพ้นไปได้อย่างราบรื่น และจะได้รับการสนับสนุนจากผู้คนรอบข้าง ด้วยดี

อย่างไรก็ดี ในปีนี้ท่านควรหมั่นทำบุญสร้างกุศล และไหว้พระสะเดาะเคราะห์ต่อดวงชะตา ให้ช่วยคุ้มครองบรรเทาเคราะห์ภัย เพราะมีสิ่งสำคัญที่ควรระวังคือ ปัญหาด้านสุขภาพ ให้ระวังโรคความดันโลหิตสูง และโรคซ่อนเร้นอื่นๆ ปีนี้ ท่านควรหมั่นสังเกตความผิดปกติในร่างกาย และรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็คสุขภาพอยู่เสมอ จะช่วยให้เรื่องหนักผ่อนเป็นเบา

สำหรับเด็กอายุ 3 ปี ภาพรวมดวงชะตาของเด็กในวัยนี้ไม่มีปัญหาร้ายแรง มีเพียงต้องระวังเรื่องอาหารการกิน เรื่องความสะอาดสำคัญมาก มิฉะนั้นจะเป็นพิษก่อให้เกิดโรคภัย รวมถึงการติดเชื้อตามฤดูกาล การวิ่งเล่นซุกซนเป็นธรรมชาติของเด็กฉลาด แต่ระวังอุบัติเหตุการหกล้มได้รับบาดเจ็บ


ท่านที่เกิดปีกุนรอบอายุ 51 ปี (พ.ศ.2502)

ดวงชะตาโดยรวม

สำหรับเจ้าชะตารอบอายุนี้ ถึงแม้ปีเกิดของท่านจะสมพงษ์กับราศีขาล แต่เนื่องจากเป็นการถูกชะตากันเพียงครึ่งเดียวอีกครึ่งหนึ่งกลับเป็นพลัง ร้าย ดังนั้น ท่านที่เกิดปีกุนจึงถูกจัดให้เป็นอีกหนึ่งราศีปีชง ปีนี้แม้ในเรือนชะตาของท่านจะมีดาวร้ายหลายดวงเพ่งเล็งอยู่ แต่ก็มีดาวมงคลฉายแสงเปล่งประกายให้การช่วยเหลือ ดังนั้นเกณฑ์ชะตานับว่าจะประสบเรื่องดีและร้ายคละเคล้าอย่างละครึ่ง

สำหรับทิศทางหน้าที่การงาน และธุรกิจการค้าจะมีความก้าวหน้า แต่ท่านก็ต้องไม่ประมาทชะล่าใจ หมั่นวิเคราะห์ตรวจสอบหาจุดอ่อนข้อบกพร่องในงาน เพื่อแก้ไขปรับปรุงให้ดีและทันความเปลี่ยนแปลงเสมอ นอกจากนี้ ท่านควรมีเป้าหมายของงานที่ชัดเจนและเตรียมความพร้อมวางแผนการดำเนินงานให้ ดีเพื่อการทำงานที่ราบรื่นตลอดทั้งปีด้วย

มีสิ่งที่ควรเอาใจใส่เป็นพิเศษในปีนี้คือ เหตุการณ์ที่ไม่คาดหมาย โดยเฉพาะความปลอดภัยและสุขภาพของสมาชิกในบ้าน เพราะในปีชงจะมีโอกาสพลิกไปพลิกมา ดังนั้น ทุกกิจกรรมจึงควรจะรอบคอบไว้ก่อนเป็นดี หากในบ้านท่านปีนี้มีงานมงคลจะช่วยให้สิ่งอัปมงคลทุเลาเบาบางลง แต่หากไม่มีงานมงคล ก็ขอให้ท่านเพิ่มความระมัดระวังอย่าประมาทเป็นอันขาด ต้นปีท่านควรจะหาเวลาไปทำบุญไหว้พระขอพรให้ชีวิตมีความสุขสมปรารถนาในสิ่ง ที่ตั้งหวัง

ท่านที่เกิดปีกุนรอบอายุ 39 ปี (พ.ศ.2514)


ดวงชะตะโดยรวม

สำหรับท่านที่เกิดปีกุนรอบอายุนี้ เนื่องจากปีเกิดของท่านได้รับพลังปะทะชงส่วนหนึ่งจากปีขาล พ.ศ.2553 จึงปรากฏความไม่ราบรื่นต่างๆ มาเยือนประตูบ้าน โชคลาภการเงินจะมีเหตุให้รั่วไหลสูญเสียในเรื่องที่ไม่จำเป็นอยู่บ่อยครั้ง การงานการค้าจะมีอุปสรรคทำให้ปวดหัวโดยเฉพาะช่วงครึ่งปีแรกที่ท่านจะดำเนิน การงานใดก็มักมีเหตุมาแทรกแซงบั่นทอนให้ก้าวหน้าได้ช้า ทั้งอุปสรรคเรื่องบุคคลและเงินทุน และท่านมีเกณฑ์จะได้รับผิดชอบในหน้าที่ใหม่ๆหรือโครงการใหม่ๆ เพิ่มเติมจากสิ่งที่ทำอยู่ ทำให้ต้องเหน็ดเหนื่อย ฝ่าฟันกับหน้าที่ที่รับผิดชอบหนักหนาเอาการ จะหาคนช่วยเหลือก็ลำบาก ส่วนการเข้าหุ้น และการลงทุนในด้านต่างๆ ปีนี้พอกระทำได้ แต่ต้องใช้ความสุขุมรอบคอบให้มากกว่าเดิม โดยเฉพาะโครงการใหญ่ๆ ที่ต้องใช้เงินทุนมาก อย่าละเลยในจุดเล็กน้อย หากประมาทมีโอกาสเจ็บตัวสูง

การดำเนินธุรกิจการค้าในปีนี้ยังไปได้เรื่อยๆ และจะเริ่มเห็นผลช่วงครึ่งปีหลัง สิ่งที่ต้องเอาใจใส่ในปีนี้คือสุขภาพของผู้สูงอายุในบ้านที่จะเจ็บไข้ได้ ป่วย ทำให้เสียทรัพย์กับค่ารักษาพยาบาล และต้องระวังจะเกิดเหตุการณ์ที่คาดไม่ถีงในบ้านที่ทำให้เดือดร้อนวุ่นวาย

ด้านความรักในปีนี้มีเกณฑ์ร้าวฉาน ต้องช่วยกันประคับประคอง หมั่นถนอมน้ำใจกันให้ดี จะทำอะไรใช้สติ และความรอบคอบ และคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย



ท่านที่เกิดปีกุนรอบอายุ 27 ปี (พ.ศ.2526)


ดวงชะตาโดยรวม

สำหรับท่านที่เกิดปีกุนรอบอายุ 27 ปี ในปีนี้แม้ท่านจะมีดาวอัปมงคลเพ่งเล็งดวงชะตา ทำให้ขัดขวางความราบรื่นก้าวหน้าของหน้าที่การงานและธุรกิจการค้า อีกทั้งยังมีผู้ไม่หวังดีคอยสร้างความวุ่นวาย แต่เนื่องจากในเรือนชะตามีดาวมงคลสองสามดวงคอยให้ความช่วยเหลือ จึงส่งผลดีสำหรับท่าน เจ้าชะตามีโอกาสที่จะได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง หรือขยับขยายที่ เปลี่ยนแปลงหน้าที่รับผิดชอบ หรือเปลี่ยนสถานที่ทำงาน ดังนั้น ท่านควรเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น

ปีนี้ควรสร้างผลงานให้ผู้บังคับบัญชาเห็น จะนำความก้าวหน้ามาให้ในอนาคต ประกอบกับการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้คนรอบข้าง ก็จะช่วยเป็นแรงเสริมผลักดันท่านให้ก้าวไปสู่ตำแหน่งที่ใหญ่โต หรืออาจจะก้าวไปดำเนินธุรกิจการค้าของตัวเอง ขอเพียงให้ขยัน อดทน และมีความมุ่งมั่น ก็จะพบความสำเร็จอยู่ข้างหน้า

ปีนี้ การเริ่มต้นงานใหม่หรือการลงทุนต่างๆ ภายนอก จะมีผลตอบแทนที่ใช้ได้ และถือเป็นโอกาสเหมาะสำหรับท่านที่จะเริ่มต้น แต่ทุกอย่างก็ควรดำเนินการอย่างรอบคอบ มีแผนการล่วงหน้า เพื่อจะประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้

เครดิต http://forum.siam55.com/data/16/00371.html

วันศุกร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2553

กลุ่มคนหลอกลวงรีดไถเงิน ลิกขสิทธิ์ พร้อมวิธีป้องกันตัว ตอนที่ 5

การไถเงินตลาดนัด
อันนี้เลวสุดๆเล่นงานคนจน วิธีการมีดังนี้
1 โจรจะเดินดูและจดรายการของที่มีลิขสิทธิ์ที่มีในตลาดนัด เช่นนาฬิกา เสื้อผ้า ตุ๊กตา กระเป๋า ผ้าเช็ดหน้าปลอกหมอนผ้าเช็ดตัวที่มีลายอุลตร้าแมน โดราเอม่อน
2 เมื่อได้รายการจะไปขอเป็นตัวแทนจากบริษัทที่เป็นเจ้าของจริง แล้วก็เข้าจับแบบเดิม
3 ส่วนใหญ่ 99% จะของปลอม เข้าจับแบบข่มขู่ เรียกเงิน 50000 บาท ต่อรอง 10000 มันก็รีบเอาแล้วเผ่นหนี
******** วิธีแก้ไขเบื้องต้น
- โวยวายด่าแหลกแบบแม่ค้า โมโหเก็บของกลับบ้านไม่ต้องสนใจใคร
- 99% ของปลอม เล่นบทโหดใส่ รีบกลับบ้าน ไม่มีใครทำอะไรคุณได้ครับ ย้ำว่าลิขสิทธิ์ของแท้ ไม่มาจับแม้ค้าแบบนี้หรอกครับ
- หากมีลิขสิทธิ์ของจริง หากหน้าด้านมาจับ คุณก็ยอมเค้าไป เพราะคุณผิดจริง ยอมโดนจับแล้วขึ้นศาลนะครับ อย่าจ่ายเองเด็ดขาดให้ศาลสั่งเท่านั้น คุณจะโดนปรับจริงๆไม่เกิน 2000 บาท
- ศาลจะให้จ่ายตามความเสียหายจริงครับ เช่น ปลอกหมอน 150 บาท10ผืน ของคุณทำความเสียหาย 1500 บาท ศาลก็จะสั่งปรับแค่นั้น ไม่มีในโลกครับที่ปรับ 50000 บาท
ทั้งหมดนี้ที่เรียกว่าของปลอมถึงแม้บางคนจะเป็นตัวแทนจริงๆ ก็เพราะ วิธีการเข้าจับของพวกมัน ผิดกฎหมายครับ
ธุรกิจนี้ผลตอบแทนมหาศาลครับ เพราะเจ้าหน้าที่ร่วมด้วย ปราบยากครับ
อันนี้คือลิ๊งค์ รายชื่อตัวแทนผู้รับมอบอำนาจดำเนินคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของแท้ครับ
http://www.ipthailand.org/dip/index.php?option=com_docman&task=cat_view&gid=239&Itemid=536&mosmsg=%A4%D8%B3%BE%C2%D2%C2%D2%C1%E0%BE%D7%E8%CD%E0%A2%E9%D2%B6%D6%A7+%A8%D2%A1%A1%D2%C3%B7%D5%E8%E2%B4%E0%C1%B9%E4%C1%E8%B6%D9%A1%E3%CB%E9%CA%D4%B7%B8%D4.+%28www.google.co.th%29
เว็บของกรมทรัพย์สินทางปัญญาครับ ก็อบปี้ต่อกันดีๆนะครับ ไม่งั้นเข้าเว็บไม่ได้

ปล.ผมไม่ได้มาสอนให้คนโกงนะครับ หากเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์จริง จับตามขั้นตอนกฎหมายจริง เรียกเงินตามจริง --ผมสนับสนุนครับ
แต่การเรียกเงินตามศาลสั่งนั้น ของแท้จะรู้ว่าถ้าจับแบบรังแกชาวบ้านจะได้เงินน้อยอาจจะแค่ 2000บาท ดังนั้นของแท้จะจับโรงงานปั้มแผ่น หรือโรงงานผลิตครับ
ของแท้ สังเกตุง่ายๆครับ ส่วนใหญ่จะมี2แบบ จะไปกับตำรวจกอบปราบครับ และจะไปกับตำรวจเศรษฐกิจ ครับ