วันพุธที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2552

บางมุมที่น่ามอง - ใบพัด : ปิ๊งป่องปราบโจร ตอนที่ 2

บางมุมที่น่ามอง - ใบพัด : ปิ๊งป่องปราบโจร(?!!!)

Friday, May 02, 2003

โดยMGR ONLINE


ก็แปลกดี จอมยุทธ์ออกท่องยุทธจักร ไม่เห็นทำมาหากินอะไร แต่ไม่ยักมีใครอดอยาก

ยกเว้น เจ้าชายปิ๊งป่อง* พระเอกของเรา ที่ตอนนี้กำลังอด แล้วก็อยาก อาหารเป็นอย่างมาก

เดินทางมาตั้งไกล เหนื่อยก็เหนื่อย หิวก็หิว เงินสักแดงก็ไม่มี มีแต่หน้าซีดๆ ขาวๆ กับห่อผ้าขาวๆ ซีดๆ

"ข้าจะต้องไปถึงเขาเหลียงซานให้ได้" ปิ๊งป่องโหมไฟกำลังใจให้ตัวเองอีกครั้ง เพราะมันเริ่มแผ่วไปเพราะความเหนื่อยอ่อนจากการเดินทาง ก่อนจะก้มหน้าก้มตาเร่งฝีเท้าเพื่อไปให้ถึงจุดหมายเร็วที่สุด

เดินเร็วๆ เช่นนั้นได้ไม่นาน ปิ๊งป่องก็ล้มหมดสติลงที่ข้างทางด้วยความหิว และอ่อนล้า

โถ...ปิ๊งป่อง ตั้งหน้าตั้งตาเดินเสียอย่างนั้น ความงามข้างทางเจ้าก็ไม่ได้แลเห็น ซ้ำร้ายยังต้องมาเป็นลมเป็นแร้ง ให้ต้องเสียเวลาพักอีก

เดินช้าหน่อยก็ได้

ภาพใต้เปลือกตาของปิ๊งป่องตอนนี้ ย้อนไปสมัยที่เขาลุกขึ้นมา บอกกับสมาชิกในครอบครัวบนโต๊ะอาหารว่า เขาขอโทษ ที่ปกปิดความจริงทุกคนมาตลอด ภายใต้รูปโฉมอันหล่อเหลาเอาการ (แต่ไม่เอางาน... เพราะทำแล้วเหนื่อย) ของเขา แท้จริงแล้วมิใช่คนธรรมดาสามัญ ทว่าเป็นเจ้าชายผู้สูงศักดิ์ เปี่ยมด้วยเมตตาและบารมี

แน่นอน...ทุกคนหัวเราะก๊ากข้าวแทบพ่น เพราะใครๆ ก็รู้ว่าปิ๊งป่องไม่ใช่เจ้าชาย เว้นเสียแต่ปิ๊งป่องคนเดียวเท่านั้นแหละที่ไม่รู้ แรกๆ ก็คิดว่าเล่นมุข แต่เซ้าซี้บ่อยๆ เข้า ทุกคนจำต้องเออออห่อหมกไปกับปิ๊งป่อง ให้สิ้นเรื่องสิ้นราว...เอ้า ! เจ้าชายก็เจ้าชาย(วะ)

3 เดือนให้หลัง บนโต๊ะอาหารตัวเดิม เจ้าชายหอบข้าวของเดินเข้ามาลาทุกคน บอกว่าเขาได้คิดทบทวนดีแล้ว ว่าจะออกเดินทางไป "เขาเหลียงซาน" ตามที่ใฝ่ฝัน ขออย่าได้ทัดทานเขาเลย แล้วก็เดินออกจากบ้านไปด้วยความมุ่งมั่น ทิ้งให้คนในบ้านอ้าปากค้างด้วยความงวยงง

3 นาทีให้หลัง ปิ๊งป่องก็กลับมาพร้อมกับหยดเหงื่อบนหน้าผาก และคำถามที่ว่า "เขาเหลียงซาน ไปทางไหน" เล่นเอาสมาชิกบนโต๊ะอาหารแทบล้มคะมำ

คืนนั้นพ่ออธิบายให้ปิ๊งป่องฟังว่า การที่คนหนุ่มคิดจะออกเดินทางไปตามฝันของตัวเองนั้นเป็นสิ่งที่ดี ในเมื่อยังมีเรี่ยวแรงก็ทำเสียตอนนี้ให้เต็มที่ แก่ตัวลงอยากจะทำ บางทีอาจ ทำไม่ไหว เพียงแต่ขอให้เตรียมตัวเองให้พร้อมจะไปผจญกับอุปสรรค และโอกาสที่จะมาระหว่างทาง เป็นพอ

แล้วพ่อก็เล่าอะไรต่อมิอะไรให้ปิ๊งป่องฟังอีกเยอะแยะ รวมทั้งเส้นทางที่จะไปสู่เขาเหลียงซานด้วย จากนั้นก็บอกว่าจะเตรียม "ของจำเป็น" ไว้ให้ก่อนเดินทางในวันพรุ่ง ที่หน้าประตู

"ของทุกอย่างในนี้ ใช้ได้กับทุกสถานการณ์ ทุกยามที่คับขัน...ขอเพียงมีสติ" แล้วเจ้าชายก็ออกเดินทาง

...เขาจำไม่ได้หรอกว่าสลบไปนานเท่าไหร่ แต่หลังจากแง้มเปลือกตาขึ้น เขาได้รับการช่วยเหลือจากอาแปะเจ้าของรถเข็นขายอาหารที่จัดให้เขานอนอยู่บนกองฟางหนานุ่มราวกับนอนอยู่กับพิซซ่าขอบชีสที่เพิ่งออกจากเตา ผิดแต่ว่าเย็นสบายกว่าเท่านั้น (จินตนาการแบบนี้เพราะหิวมาก)

ชายแก่เอ่ยถามเขาว่าหิวไหม อยากกินอะไร

"ข้าขออาหารที่เศร้าที่สุดหน่อยเถอะ" ปิ๊งป่องบอก

"อะไรของเจ้า อาหารที่เศร้าที่สุด" ชายสูงอายุเกาหัวด้านซ้ายด้วยมือขวา แล้วเกาสีข้างด้านขวาด้วยมือซ้าย แกรกๆ ๆ ๆ เนื่องเพราะความสงสัย (คำเตือน : ห้ามทำตาม เพราะท่าทางคุณจะดูตลกมาก)

ปิ๊งป่องเบ้ปาก ตีหน้าเศร้า แล้วตอบด้วยเสียงสั่นเครือว่า "หมั่น โถ......."

ชายแก่หัวเราะลั่น แล้วเขวี้ยงถังแก๊สใส่ปิ๊งป่องด้วยความเอ็นดู จากนั้นทั้งคู่ก็นั่งกินหมั่นโถแล้วสนทนากันอย่างถูกคอ จนกระทั่งผู้มาเยือนเข้ามาขัดจังหวะ

"นี้ ! อาแป๊ะถึ๊งเวล้าจ๊ายเงินแล้ว เอ๊ามาเสียดี๊ๆ" หนึ่งในสองอันธพาล "เสียงตรี" เอ่ยขึ้น (กลุ่มโจรกระจอก ที่มีชื่อเสียงอยู่บ้างในซัวเถา มักออกเสียงวรรณยุกต์ผิดเป็นเสียงตรี พูดแล้วเหมือนกับร้องเพลง ทว่าน่าขบขันกว่า)

"ไม่มีหรอก วันนี้ยังขายของไม่ได้เลย เอ้านี่ เอาขนมจีบซาลาเปาไปกินก่อนนะ"

"ไม้กิน ! ข๊าจะเอ๊าเงิน" แล้วก็ผลักอาแปะล้มลงจนก้นจ้ำเบ้า

ปิ๊งป่องอดรนทนไม่ได้ ลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธ แล้วตะโกนบอกให้นักรีดไถทั้งสองหยุดทำร้ายอาแปะ

"ฮ้า ฮ้า ฮา ฮา" เสียงหัวเราะราวกับเสียงคอรัสวงสุนทราภรณ์ของสองโจร บาดหัวใจของปิ๊งป่องยิ่งนัก

ทั้งสองไม่สนใจ เข้ารุมทำร้ายอาแปะต่อ ปิ๊งป่องสุดทน จำต้องล้วงของในห่อผ้าออกมาเพื่อเอามาช่วยชายแก่ผู้มีพระคุณ

แก้วสเลอปี้ใช้แล้ว เป็นสิ่งที่ ปิ๊งป่องหยิบขึ้นมา !

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แนะนำ ติชมจ้า