วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

นิทานผจญภัย ตอนที่ 1 จบ

"ชุดเล่นตักทราย" ที่เด็กๆ เอาไว้เล่นริมหาดบางแสน คือสิ่งที่เขาหยิบขึ้นมา มีพลั่วพลาสติกสีแดงสด กับถ้วยสีเหลืองใบเล็กไว้ก่อปราสาททราย แถมด้วยพรวนสีน้ำเงินอีกอัน...ตายล่ะสิ !!! ช่วยไม่ได้แล้ว ยามนี้เจ้าชายกลัวอย่างถึงที่สุด โช้ง! เช้ง! ๆ ๆ แต่แล้วคิดขึ้นมาได้ว่า ในเวลาที่ทุกคนกำลังต่อสู้กัน คงจะเป็นการดีที่สุด หากเขาจะพรางตัวด้วยการปลอมเป็นคนที่นั่งเล่นตักทราย โช้ง! เช้ง! ๆ ๆ "ที่นี่ไม่ใช่ทะเล คงไม่มีใคร สนใจคนเล่นตักทรายหรอกกระมัง" เขาเลยนั่งยองๆ ลงพรางตัว ท่ามกลางสมรภูมิและคมดาบ โช้ง! เช้ง! ๆ ๆ โถ...เจ้าชายนี่มันในโรงเตี้ยมนะ คมดาบของหัวหน้าพรรคซัวรักเถากำลังจะบั่นลงที่คอของเจ้าชาย ทว่าทุกสิ่งก็ต้องหยุดลง !

"ทุกคนหยุดก่อน!" หัวหน้าพรรคตะโกน โช้ง! เช้ง! ๆ ๆ "ข้าบอกให้หยุด" ฉี่...(เสียงของความเงียบ) จากนั้นทุกคนก็มามุงดูคนบ้าเล่นตักทรายในที่ที่คนกำลังยกพวกตีกัน "เจ้ากำลังทำอะไร !" หัวหน้าพรรคตะคอกถาม พร้อมเหลือบดูกองข้าวที่ถูกสร้างเป็นปราสาทด้วยถ้วยพลาสติกสีเหลือง ประดับด้วยไก่ คูน้ำซุปรอบกำแพงเมืองที่ถูกขุดด้วยพลั่วและพรวน แซมด้วยต้นไม้ ที่แทนด้วยเศษแตงกวา กับเลือดไก่ จู่ๆ หัวหน้าพรรคทั้งสองเกิดดวงตาเห็นธรรม "ข้ามีตาหามีแววไม่ ท่านปราชญ์ วจีที่ไม่ต้องเอ่ยของท่านส่งถึงข้าแล้ว" หัวหน้าพรรคทั้งสองโค้งคารวะเจ้าชายที่งงเป็นไก่ตอนไม่เอาหนังตาแตก เพราะไม่คิดว่าที่ทำไปจะมีนัยอะไร "ปราสาทข้าว" ก็เสมือนกับ "เมือง" ที่ประกอบขึ้นโดยประชาชนแต่ละหน่วยๆ หลอมรวมกันขึ้นจนเป็นปราสาทที่แข็งแกร่ง เมื่อเมืองถูกแบ่ง ไฉนเลยจะเป็นเมืองอยู่ (ช่วงนี้ แบ็คกราวน์เพลง "ปราสาททราย" ของสุรสีห์ เฟดขึ้นเบาๆ) ...หัวหน้าพรรคทั้งสอง คิดในใจ "ใยท่านไม่นำเอาเศษเนื้ออื่นๆ ที่กระจัดกระจายมากมายมาวางประดับบนปราสาททั้งหมดเสียเล่า" ลิ่วล้อคนหนึ่งเอ่ยขึ้น

"เอ่อ...ถ้าไก่เยอะกว่าข้าว มันก็เป็นไก่ข้าวมันน่ะสิ ไม่ใช่ข้าวมันไก่" เจ้าชายตอบซื่อๆ ผู้นำของทั้งสองพรรคครางฮือ เพราะไม่คิดว่าจะได้ยินอะไรที่คมกริบเช่นนี้ "โอ้ โน่ว ข้าคิดออกแล้ว ส่วนที่เป็นเนื้อไก่บนข้าว ก็เสมือนกับชนชั้นปกครอง ที่เขาจะต้องรักษาสมดุลระหว่างอำนาจของตนกับพลังของประชาชน หากเขายึดในอำนาจของตัวเองเป็นใหญ่เสียแล้ว ประเทศก็จะไม่เป็นประเทศ เมืองก็จะไม่ใช่ของประชาชนอย่างแท้จริง ขณะเดียวกันหากประชาชนยึดแต่อำนาจของตัว จนไร้กรอบสิ้นวินัย ประเทศก็จะไร้ระเบียบเช่นกัน" คราวนี้ผู้นำของ "ประเฉาซัวธา" เอ่ยบ้าง จากนั้นลูกน้องระดับบัวใต้น้ำก็ครางตามอย่างเจ้านายบ้าง แล้วก็จับกลุ่มซุบซิบชื่นชมกับจนเสียงระงมไปหมด ระงม ระงมๆ ๆ ท่ามกลางสายตาปราบปลื้มของเหล่าจอมยุทธ ระงมๆ ๆ เจ้าชาย เก็บเครื่องมือตักทรายลงในห่อผ้า ระงมๆ ๆ จากนั้นก็เตรียมเดินทางต่อด้วยความรู้สึกเหนียมอายและหิวเต็มที่ ระงมๆ ๆ "ช้าก่อนท่าน ไม่ทราบท่านมีชื่อเสียงเรียงนามว่ากระไร" หัวหน้าซัวรักเถาถาม "ข้าชื่อระงม เอ้ย ! ไม่ใช่ ชื่อเจ้าชายปิ๊งป่อง" เขาเดินไปตอบไปโดยไม่หันหน้ากลับมามองแม้เพียงนิด เขารีบเดินก้มหน้ากอดห่อผ้าวิเศษพลางซาบซึ้งกับคำสอนของป๋า ทิ้งให้สมาชิกทั้งสองพรรคมองตามจนลับสายตา ...การเดินทางไปถึงยอดเขานั้นแสนยาวไกลต้องเจอผู้คนอีกมาก "ของจำเป็น" ในห่ออีกหลายชิ้นยังไม่ถูกใช้ ถ้ารักปิ๊งป่องก็อย่าลืมติดตามอ่านต่อ หรือไม่ก็เมล์มาให้กำลังใจ แต่ถ้าไม่รัก ก็ขอให้เกลียด น้อยๆ และอย่าเกลียดนานๆ ล่ะ เอ่ออ...พี่เบิร์ดรู้น่ะ ว่าไม่รักก็คงไม่มา อะ อะ อะ หรอกใช่ไหมจ้ะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แนะนำ ติชมจ้า