วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ต้อนรับ เพื่อนร่วมทาง Thinkpad RZ4 ตอนที่ 2






นี่ครับ โฉมหน้าของเธอ Thinkpad R400 ผิวเธอเนียนได้ใจครับ เวลาสัมผัส นุ่มมือดีครับ ^^

เป็นที่เล่าลือกันมานานกับ notebook IBM thinkpad ถึงแม้ตอนที่จะขายกิจการส่วนนี้ให้ lenovo แล้วก็ยังคงคุณภาพของ thinkpad ไว้อยู่ แต่ก็ไม่ได้หวังว่าจะทนเท่าที่ตอนเป็นของ IBM หรอก มาดูส่วนประกอบกันครับ







อีกมุมหนึ่งของ Lenovo thinkpad RZ4วางบนโต๊ะ คีย์บอร์ดไม่มีภาษาไทยบนแป้นเลยดูไม่รกตาครับ

Thinkpad ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในงานด้านธุรกิจ ความปลอดภัยของข้อมูลสำคัญมากครับ ดังนั้นจึงมีฟังก์ชั่นหลายๆอย่างที่ใส่ไว้เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลเริ่มต้นจาก

1.    โครงสร้าง ThinkPad Roll Cage ซึ่งทำจาก โครงเหล็ก ทำจาก แม็กนี่เซียมอัลลอยด์ ทำให้รองรับการกระแทกได้ทนมากติดอยู่ที่ฝาบนและ ฐานของ notebook แอบดีใจรุ่น R400 ก็มี rool cage ด้วย อิอิ  http://shop.lenovo.com/SEUILibrary/controller/e/web/LenovoPortal/en_US/catalog.workflow:expandcategory?current-catalog-id=12F0696583E04D86B9B79B0FEC01C087&current-category-id=52A252555D554F338EB4B3178B3B6554&tab=3#tab-container-4  ความสามารถของมันทำให้ notebook สามารถรับแรงกระแทกที่เกิดจากลูกบอลหนักครึ่งกิโลได้ที่ความสูง 120 ซม.
2.    Harddisk Protection Thinkpad ทุกตัว Harddisk จะมีวัสดุรองรับกันไม่ให้หัวอ่านฮาร์ดดิส กระแทกกับแผ่นจาน ด้วย
3.    ฐานยางรองโน๊ตบุ๊ก เป็นยางรุปตัว w ทำให้รองรับแรงกระแทกได้ด้วย
4.    บานพับจอสามารถหมุนได้ 180 องศาครับ แถมแข็งแรงมากอีกด้วย จับจอยกขนานกับพื้นโลกสบายเลย แต่อย่าทำดีกว่า
5.    Power Management Lenovo มี ThinkVantage Power Manager ที่ช่วยในการบริหารจัดการพลังงาน โดยแตกต่างกับยี่ห้ออื่นๆคือ
มันสามารถบริหารจัดการได้จนถึงระดับ Hardware ไม่ใช่แค่ OS หรือ Software ทำให้สามารถจัดการได้ดีกว่าและใช้งาน Battery ได้มากกว่า

6.    พัดลมระบายความร้อนการอ่านข้อมูลในฮาร์ดดิส เบามากๆ แทบไม่ได้ยินเสียงเลย ไม่สิ ไม่ได้ยินเสียงเลย ระบายความร้อนได้ดีอีก เพราะเอาวางทำงานบนขา ไม่รุ้สึกร้อนเลย แค่อุ่นๆ เพราะมันระบายความร้อนออกด้านข้างนิ
7.    เรื่องการกันน้ำครับ Thinkpad เรามีระบบ Spill Resistant คือสามารถทำของเหลวหกใส่ได้ ไม่เกิน 120 cc ครับ กันได้ไม่ว่าจะเป็น น้ำเปล่า นม กาแฟ โดยที่รูระบายจะอยู่ใต้เครื่องครับ คีย์บอร์ดจะเว้าเพื่อช่วยในการระบายน้ำด้วย รูเครื่องที่ซื้อมานี่ยังเป็นวงกลมอยู่ แต่รุ่นใหม่ๆ เป้นสีเหลี่ยมแล้วลดปัญหาเรื่องแรงตึงผิวของน้ำทำให้ระบาย น้ำออกได้หมดจดเลยทีเดียว ไม่อยากทดสอบกับเครื่องตัวเองครับ เอาแค่รู้ไว้มามีดีกว่าใช้ได้ไม่ได้อีกเรื่อง ^^’
8.    Thinklight ตรงด้านบนๆของจอจะมีหลอดไฟครับเอาไว้เปิดส่องคีย์บอร์ดในกรณีที่ทำงานในที่มืดไม่มีแสงไฟ บางคนบอกไฟจาก LCD ก็พอครับ แต่หลังจากมาเปิดในห้องดู โอ้หรูดู ไฮโซ กว่าเยอะแฮะ ถึงไม่ค่อยจะเห็นประโยชน์แต่ได้งาน (แต่ปกติทำงานในที่มีแสงตลอดแล้วจะได้ใช้ตอนใหนล่ะนี่)

ข้อมูลส่วนหนึ่งจาก www.thaithinkpad.com ครับ






-------------------------------------------------------------------------------

ชายตาบอดเดินไปตามถนน โดยมีสุนัขนำทาง พอไปถึงสี่แยก สุนัขเจ้ากรรมกลับเดินดุ่ยๆ ไปในถนนซึ่งมีรถวิ่งขวักไขว่ชายตาบอดไม่รู้เรื่องก็เดินตาม ผู้ขับขี่ต้องเหยียบเบรกดังเอี๊ยด ตามมาด้วยเสียงบีบแตรจนแสบแก้วหู

แต่ในที่สุด ทั้งคนและสุนัขก็สามารถข้ามไปฝั่งตรงข้ามด้วยความปลอดภัย หลังยืนสูดหายใจอยู่พักใหญ่ ชายตาบอดก็หยิบขนมปังกรอบออกมาจากกระเป๋า และยื่นให้สุนัขคู่ชีวิต ผู้เห็นเหตุการณ์โดยตลอดสงสัยเป็นกำลัง จึงตรงเข้าไปถามว่า

"หมาตัวนี้เกือบทำให้คุณถูกรถทับตาย ยังจะให้รางวัลมันอีกเหรอ"
ชายตาบอดทำท่าเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันแล้วตอบว่า "ผมอยากรู้ว่าหัวมันอยู่ทางไหน จะได้เตะก้นมันให้จังๆ ไม่มีพลาด"

วันอังคารที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ต้อนรับ เพื่อนร่วมทาง Thinkpad RZ4 ตอนที่ 1

 


Lenovo Thinkpad R400




กล่องใหญ่มาก


กระเป๋าแถม


สมาชิกใหม่ของผมสำหรับ notebook ซื้อเองเครื่องแรกในชีวิต lenovo Thinkpad R400 หลังจากหาข้อมูลรีวิวต่างๆอยู่นาน ทั้งราคาและก็อุปกรณ์ภายใน ก็มาหยุดอยู่กับเธอ งบที่ตั้งไว้ 20000 บาทครับ เกินได้นิดหน่อย ว่าแต่งบเท่านี้ไม่แคล้วได้ CPU รุ่นไม่เกิน  T6600  แน่ๆสำหรับคอร์ทูในตอนนั้นคิด ทีแรกก็ว่าจอรอคอมมาร์ท แต่หลังจากหาตามเวปอยู่หลายสัปดาห์ ก็เจอจนได้ กับ Thinkpad R400 ในราคา 23000 ไม่รวมภาษี ก็โอเคกับราคานี้นะ มาดูกันหน่อยว่าได้อะไรมาบ้าง

CPU : Cor 2 Dual P8400 โอ้ ไม่คิดว่าจะได้ครอบครองนะนี่ แรกได้ใจ ความเร็วอยู่ที่ 2.26 GHz ก็โอล่ะครับ แรงกว่าเครื่องเก่า

Graphic Card :  Intel X4500 Integrated Graphics การ์ดจอออนบอร์ด ก็ถือว่าโออยู่ครับ เพราะเทียบกับยี่ห้ออื่นแพงๆ ที่การ์ดจอออนบอร์ดแล้วก็รุ่นนี้เหมือนกัน

Display :  14’’ WXGA TFT 1280x800

Ram : 1 GB DDR3 เพิ่มอีกหนึ่ง กิ๊กครับผม รวมเป็น 2 GB เพิ่มแค่ 499 บาท อยากเพิ่มมากกว่านี้แต่หมดเงินแล้ว T_T

HDD : 80 GB SATA 5400 rpm น้อยไปนิ๊ด แต่จะเอาอะไรมากล่า ราคาเท่านี้

Keyboard : English อันนี้ได้ใจ ไม่มีภาษาไทยครับ ใครพิมพ์สัมผัสไม่ได้ ก็ใช้เครื่องเราพิมพ์ไม่ได้ เฮ่อๆ แอบเลวนิดๆ

DVD : Ultrabay Burner

OS : Windows Vista Bussiness 32 bit Upgrade เป็น window 7 ได้ฟรีครับ

Weight รวมแบ็ต: 2.5 kg หนักมาก -.-‘’ มีเบาๆครับรุ่น T, X กิโลกว่าๆ แต่ราคาหนักมากกก 30k โน่นเงินไม่ถึงอ่า

ประกัน 1 ปีครับ ซื้อเพิ่มแน่ๆแต่เก็บเงินก่อน

Wi-fi 5100 AGN

Lan /MODEM /Bluetooth/No Camera / No fingerprint

Battery 6 Cell, Free Bag lenovo, Tecfon optic mouse 1200 Dpi 1 ตัว

เอาล่ะดูสเป็คแล้วก็เบๆ ถ้าไม่ดูที่ซีพียูก็ว่าแพงด้วยซ้ำกับ HDD 80 GB แล้วไหงเลือกเจ้านี่ล่ะ?
ตอนที่ 2 นะ





------------------------------------------------------------------------

ฉันรับหน้าที่ดูแลน้องชายวัยสิบขวบของเพื่อนชาย ระหว่างนั้นมีคนโทรศัพท์มาเขากระโดดไปรับทันที สักพักก็เดินกลับมาพร้อมกับทำหน้างงๆ ฉันเลยถามว่าเกิดอะไรขึ้น เขาบอกว่าคนที่โทรมาเมื่อกี้ยังไม่โทรกลับมาอีกเลย
"แล้วทำไมเขาต้องโทรกลับมาด้วยล่ะ"
"เขาอยากพูดกับแม่" เขาตอบ "ผมบอกว่าแม่ไม่อยู่ เขาเลยบอกว่างั้นขอฝากข้อความได้ไหม ผมก็เลยวางหู"
"อ้าว ก็เขาจะฝากข้อความแล้วหนูวางหูทำไม" ฉันถาม
"เป็นหน้าที่ของเครื่องตอบรับโทรศัพท์ ที่ต้องรับข้อความไม่ใช่หรือครับ" เขาตอบ

วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2552

เชื่อฉัน แจ้ ดนุพล แก้วกาญจน์

เนื้อเพลง: เชื่อฉัน
นักร้อง : แจ้ ดนุพล แก้วกาญจน์

ไม่อยากจะเจอคนที่ลืมสัญญา
ก่อนว่าเคยรักเราจริงจัง
เธอแหละทำให้ฉันต้องผิดหวัง
อกฉันแทบพัง
ใครมาเปลี่ยนใจเธอ
แต่ต้องเจอ เจอกันอยู่ทุกวัน
สักคำก็ยังไม่ยอมทักทาย
ดวงใจฉันแตกสลาย
เธอยิ้มสบายคงจะพบใครใหม่

ถ้าหัวใจไม่มั่นคง
แล้วใคร จะซื่อตรง
คิดไปห่วง และกังวล
คนอื่นคงจะไม่ชอบเธอจริง

(ต้อง) เชื่อฉัน อย่าหลงไปเชื่อใคร
ฉันนี้แหละห่วงใย
รักแท้ และแน่จริง
โปรดทิ้งความคิดจะเปลี่ยนใจ
ห้ามหนีไปชอบใคร ชอบทำไม
ชอบได้แต่ฉัน คนเดียว

ถ้าหัวใจไม่มั่นคง
แล้วใคร จะซื่อตรง
คิดไปห่วง และกังวล
คนอื่นคงจะไม่ชอบเธอจริง

(ต้อง) เชื่อฉัน อย่าหลงไปเชื่อใคร
ฉันนี้แหละห่วงใย
รักแท้ และแน่จริง
โปรดทิ้งความคิดจะเปลี่ยนใจ
ห้ามหนีไปชอบใคร ชอบทำไม
ชอบได้แต่ฉัน คนเดียว

(ต้อง) เชื่อฉัน อย่าหลงไปเชื่อใคร
ฉันนี้แหละห่วงใย
รักแท้ และแน่จริง
โปรดทิ้งความคิดจะเปลี่ยนใจ
ห้ามหนีไปชอบใคร ชอบทำไม
ชอบได้แต่ฉัน คนเดียว

วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ชิเมจิ ยานางิ เข็มทอง ผัดน้ำมันหอย อยู่เหย้าเข้าครัว V2

ค่ำๆ หลังจากปั่นงานเสร็จไปได้นิดหน่อย ฟ้ามืดและ กินไรดีล่ะค่ำนี้ ช่วงนี้เป็นไรไม่รู้ เบื่ออาหาร ไม่ค่อยอยากกินอะไรเลย แต่ไหงน้ำหนักมันขึ้นเอาๆ ว่าแล้วก็วิ่งไปเปิดคอมหาวิธีทำอาหาร ได้ล่ะผัดเห็ด -.-' (จะรอดมั๊ยเนี่ย) ว่าแล้วก็ไปฟู้ดแลนด์




พอถึงฟู้ดแลนด์ โอ๊ะๆ เห็ดรวมญี่ปุ่นนี่หว่า หวานล่ะ ลดราคา 49 บาท ว่าแต่มันทำอะไรได้บ้างล่ะนี่
ช่างมัน ซื้อมาก่อนค่อยว่ากันละกัน อย่างมากก็ต้ม (ลืมไปเลยว่าจะทำผัดเห็ด ><)


เครื่องปรุง (ภาพมันออกฟ้าๆเพราะลองปรับกล้องเป็น แสงฟลูออเรสเซนต์)

เอาล่ะถึงบ้านแล้วก็หาเครื่องปรุงก่อน ผัดเห็ดแน่ๆ มีน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว กระเทียม (ซื้อมา 1 ขีดหกบาท ) น้ำตาลเหลือจากตอนทำ ทีรามิสุ ^^



หน้าตาเห็ดรวมที่ล้างแล้ว มีเห็ดเข็มทอง ยานางิขาว และก็ชิเมจิ
ตามวิธีการที่หาได้ เค้าบอกว่า

1. พอกระทะร้อน ก็ใส่กระเทียมไปก่อนเลย ในน้ำมันร้อนๆ ให้พอเริ่มหอม เอ้าตอนนนี้ยังได้อยู่
2. ใส่เห็ดลงไป เอาล่ะอะไรมันน่าจะสุกยากล่ะนี่ อืม ชิเมจิก่อนล่ะกัน ตามด้วย ยานางิ แล้วเข็มทอง
3. ใส่น้ำมันหอย ว่าแล้วก็เปิดเท ...  ไม่ออก ... กำซวยละตู ... ตบตูดๆ ... ไม่ออก ...  กำๆๆ กำ ... มันแข็งสงสัยเพราะแช่เย็น อารมณ์เดียวกับวิปปิ้งครีมเลยวุ้ย อ้าวเอ๊ย เด๋วเห็ดไหม้ผัดก่อนๆ ตบตูดน้ำมันหอยต่อ ออกซิๆๆๆ ... ออกซิว้อย ... ออกๆ ออกๆ ... หลังจากเขย่าอย่างแรงออกมาซะเยอะเลย เอ๊ยๆ พอแล้วๆ กำๆ แล้วก็ลองชิมน้ำมันหอย อืม น้ำตาลอีกนิด ซีอิ๊วอีกหน่อย ผัดไป



เสร็จแล้วก็ได้ออกมาแบบนี้ ว่าแต่จะกินได้มั๊ยหว่า ลองชิมก่อน เอาสีขาวก่อนเลย เข็มทองมันเคี้ยวยากเดี๋ยวติดฟันเ็ซ็งมัน
...

หอมกระเทียม หวานนิ๊ดนิด เค็มหน่อยๆ หอมน้ำมันหอย ใช้ได้แฮะ เทข้าวสวยร้อนๆ ใช้ได้เลยแฮะ ว่าแต่งานนี้ไม่มีใครมาเทสเลย ว่าใช้ได้มั๊ย ว้าๆ ...


---------------------------------------------------------------

 ขณะเปลี่ยนหัวเทียนในรถ ฉันเกิดคิดขึ้นมาว่าลูกชายสองคนควรเรียนรู้วิธีไว้บ้าง
"ทำไมผมถึงต้องรู้ด้วยล่ะ" คนหนึ่งตั้่งข้อสงสัย
ฉันบอกทั้งคู่ว่าสักวันเขาจะมีรถยนต์ของตัวเอง จึงจำเป็นต้องเรียนรู้การซ่อมเล็กๆน้อยๆ เอาไว้บ้าง
"ให้ภรรยาทำไม่ได้เหรอครับ" เจ้าแปดขวบถาม

วันอังคารที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ข้างขึ้น ข้างแรม เค้าดูกันยังไงนะ




ไม่ได้อัพบล๊อกหลายวันเอาซะหน่อยวันนี้ ถึงแม้ว่าจะเลยเทศกาลไหว้พระจันทร์ไปไม่กี่วัน แต่พอแหงนมองท้องฟ้าช่วงนี้ก็ยังเห็นพระจันทร์สวยอยู่ วันนี้เลยเขียนบทความเกี่ยวกับวิธีดูข้างขึ้นข้างแรม ดีกว่า ^^

อย่างแรกเลยต้องรู้ก่อนว่าทิศตะวันออก ตะวันตกอยู่ไหน จากนั้นก็แหงนดูดวงจันทร์ ถ้าส่วนที่เป็นด้านมืด (ไม่ว่าจะแบ่งเป็นเสี้ยว หรือปูดนูนออกมา) หันไปทางทิศตะวันออก แสดงว่าเวลานั้นเป็นช่วงเวลาข้างขึ้นครับ ตรงกันข้าม ถ้าส่วนที่เป็นเงามืดบนดวงจันทร์ หันไปทางทิศตะวันตก ก็แสดงว่าเป็นช่วงของเวลาข้างแรมนั่นเอง

นอกจากนี้วิธีดูว่าขึ้นหรือแรมกี่ค่ำ โดยดูจากการประมาณส่วนเว้าหรือแหว่งของดวงจันทร์ครับ โดยที่
ถ้าดวงจันทร์สว่างเต็มดวง แน่นอน ขึ้น 15 ค่ำ
ถ้าสว่างครึ่งดวง คือ ขึ้น 7 - 8 ค่ำ หรือแรม 7 - 8 ค่ำ
ถ้าเป็นเสี้ยวประมาณ 1 ใน 4 ของดวง คือ ขึ้น  3 - 4 ค่ำ หรือ แรม  3 - 4 ค่ำ
และถ้าดวงจันทร์มืดเต็มดวง ก็แรม 15 ค่ำนั่นเอง ^^

-------------------------------------------------------------------------

"เครื่องบินแบบนี้ตกบ่อยไหมครับ" ผู้โดยสารท่าทางตื่นกลัว ถามพนักงานประจำเครื่องบิน "ปกติแค่หนเดียวเท่านั้นแหละค่ะ" พนักงานตอบ

วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2552

นิทานดวงดาว Orion ตอนที่ 4 ภาคจบ




Artemis
The Virgin Goddess of the Hunt

ตำนานดวงดาว นายพราน Orion ตอนจบครับ

เป็นอีกครั้งหนึ่งที่พระเจ้ายังคงจับตาดู Hephaestus หยุดงานที่เขาทำอยู่และมองดูเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับชายหนุ่มผู้นี้ตั้งแต่วันที่พ่อพี่ชายของเขา ไปพบกับ Hyrieus “น่าเศร้าจริงๆ ข้าคงต้องช่วยเขาแล้วล่ะ”

    “ Orion” Hephaestus เปร่งเสียงเรียกจากเขา Olympus “ข้าจะให้ ทาสของข้า Cedalion ช่วยเหลือเจ้าทุกอย่างที่เจ้าต้องการ” ทาสของ Hephaestus Cedalion ซึ่งเป็นยักยกร่าง Orion ขึ้นหลังอย่างง่ายดาย
    “Helios ลูกชายแห่งพระอาทิตย์ เป็นหมอรักษาที่ยิ่งใหญ่” Cedalion พูดขึ้น “ข้าอยากจะพาเจ้าไปหาเขาแล้วขอให้เขาช่วยรักษาเจ้าเอาป่ะ” Orion ผงกศรีษะ แล้วพวกเขาก็เดินทางไปยังทิศตะวันออก
    ในเวลาไม่นานพวกเขาก็ถึงขอบของโลกด้านทิศตะวันออก เมื่อพวกเขามาถึง ก็เล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับ Orion ให้ Helios ฟัง

    “ก่อนที่จะให้ข้ารักษาเจ้า เจ้าต้องกำจัดความโกรธแค้นพยาบาทออกจากใจเจ้าซะก่อน และจงมองมายังข้า” Helios พูดกล่าว Orion เงิยหน้าขึ้นจนกระทั่งเขารู้สึกว่าดวงตาของเขาค่อยๆมีความอบอุ่นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เขามองเห็นแสงสีทอง เมื่อ Helios สัมผัสดวงตาของ โอไรออนเขารู้สึกอบอุ่นเป็นอย่างมากและเมื่อ Helios เอามือออกดวงตาของโอไรออนก็สามารถมองเห็นได้อีกครั้งหนึ่ง “จงใช้ชีวิตต่อไปข้างหน้าอย่างมีความสุข” Helios กล่าว

    แต่ Orion ต้องการที่จะแก้แค้นมากกว่าการมีความสุข “ของคุณท่านทั่งสอง” เขาพูดแล้วก็ลุกขึ้น “ข้าต้องไปแล้วล่ะ ข้ามีอะไรที่จำเป็นต้องทำ” Orion เรียกสุนัขของเขาแล้วออกไปสู่ Chios ที่ๆเขาจะไปแก้ค้า Oenopion ทันที แต่ Orion ไม่ใช่มนุษย์เพียงคนเดียวที่มีพระเจ้าคอยคุ้มครอง Poseidon ได้ยินโอไรออนวางแผนการที่จะแก้แค้น Oenopion  เขาจึงพา Oenopion ไปซ่อนไว้ในถ้ำ

    “Poseidon ปกป้อง Oenopion นะ” Zeus บอก Orion “ลืมการแก้แค้นแล้วกลับไปใช้ชีวิตตามปกติดีกว่า” โอไรออนจึงเลิกการแก้นแล้วเข้าไปอาศัยอยู่ในป่าที่เขียวชอุ่มกับสุนัขของเขาตามลำพัง

    วันหนึ่งเขาได้ยินเสียงผู้หญิงเรียกชื่อเขา “Orion Orion หันมาซิ ข้าคิดว่าข้ารักท่านเข้าแล้วล่ะ” เมื่อโอไรออนหันไปก็พบกับหญิงสาวที่มีผิวกายเปร่งประกายราวกับดวงจันทร์ ลอนผมสีดำเข้มและสวมเสื่อคลุมสีเงิน เธอถือธนูสีเงิน ลูกดอกไข่มุก “เจ้ารู้ใหมว่าเราคือใคร” เธอถาม “เราคือ Artemis เราไม่เคยหลงรักชายใดมาก่อน แต่ข้าสามารถพูดได้ว่าเรานั้นถูกสร้างมาคู่กัน”

    Orion ก็คิดแบบเดียวกัน เขารักเธออย่างสุดซึ้งเกินกว่าที่เขาจะเชื่อว่าเขาสามารถรักใครได้เท่านี้มาก่อน เขาท่องเที่ยวและล่าสัตว์ไปในป่าด้วยกัน “ข้ามีความสุขมาก เราสามารถฆ่าสิ่งมีชีวิตทุกอย่างได้ในโลกนี้” Orion ตะโกนขึ้นเพื่อให้โลกได้ยิน

    งี่เง่าและบ้าบอมากๆ Orion ไม่ได้คิดจะทำอะไรตามที่เขาพูด แต่ พระมารดาแห่งโลกคิดว่า Orion ต้องการจะฆ่าสิ่งมีชิวิตทุกอย่างบนโลกซึ่งเธอเป็นผู้สร้างขึ้น เธอจึงส่งแมงป่องมาเพื่อสังหารเขา คืนนั้นเอง ขณะที่ Artemis กำลังนำพระจันทร์ขึ้นสู่ท้องฟ้า แมงป่องก็เข้าไปต่อย Orion ที่เท้าของเขา Orion ตายทันที

    “ท่านอย่ามาพรากชายเดียวที่ข้ารักจากข้าไป” Artemis ร้องไห้เมื่อเห็น Hades มาเอาร่างของ Orion ขณะเดียวกัน Zeus เมื่อเห็นลูกสาวของเธอเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง เขาก็นำร่าง Orion ไปวางไว้บนท้องฟ้า ทำให้ Artemis สามารถอยู่ใกล้ๆ Orion ได้ตลอดเวลาเพราะเธอต้องขับราชรถผ่านดวงดาวบนท้องฟ้าทุกคืน เขาเสกให้ ดาว Orion สว่างจ้าที่สุด เพื่อที่จะให้ Artemis สามารถมองเห็น Orion ได้ตลอดเวลา ดังนั้น orion จะไม่มีวันโดดเดี่ยว Zeus ก็ได้วางสุนัขของ Orion ไว้กับเขาบนท้องฟ้าเช่นกัน ซึ่งมีชื่อว่า Canis Major และ Canis Minor นอกจากนี้ Zeus ยังนำ Lepus กระต่ายป่า ไว้บนท้องฟ้าเพื่อเชิดชูเกียร์ติโอไรออนที่ช่วยประชาชนชาวเมือง Leros สุดท้าย Zeus ก็นำแมงป่องไปไว้บนท้องฟ้าเช่นกันเพื่อนเตือนใจไว้ว่า ไม่มีใครยิ่งใหญ่หรือมีพลังมากจนไม่สามารถพ่ายแพ้ต่อผุ้อื่นได้

“โปรดกรุณาต่อข้าด้วยเถอะท่านพ่อ ” Artemis ขอร้องต่อ Zeus “โปรดช่วยรักษา Orion ให้ปลอดภัยจากแมงป่องด้วยเถิด” ตามคำขอของลูกสาว Zeus ย้ายดวงดาวแมงป่องไปอีกด้านหนึ่งของฝากฟ้าเมื่อใดก็ตามที่ดาวแมงป่องขึ้นทางตะวันออก Orion จะหายลับไปยังทิศตะวันตกเสมอ




จบแล้วคับผม :)

-----------------------------------------------------------------------------

นักแสดงตกงานสามคนกำลังเถียงกันว่า ทำอย่างไรจึงจะได้กลับไปแสดงอีก
คนหนึ่งเสนอว่าน่าจะร่วมกันแสดง คาบาเรต์บนเวที "ที่คิดไว้เป็นยังงี้นะ" เขาพูด
" พอม่านเปิด ฉันออกมาเล่าเรื่องตลก แล้วม่านก็ิปิด จากนั้นม่านเปิดอีก ฉันออกมาร้องเพลงสองสามเพลง แล้วม่านก็ปิด จากนั้นม่านก็เปิด "
" เดี๋ยว เดี๋ยว เดี๋ยว " อีกสองคนขัดขึ้น " แล้วเราสองคนจะต้องทำอะไรกันล่ะ "
ชายคนแรกพูด " ม่านมันปิดเิปิดเองไม่ได้หรอกนะ "

จาก Dodgeville, Wis., Chronicle







วันอังคารที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2552

คำพูดประทับใจของ พระอาจารย์มหาวุฒิชัย (ว. วชิรเมธี)

เมื่อคืนนั่งๆทำงานอยู่ เปิดทีวีไปด้วย พอดีเจอรายการช่อง 9 วู้ดดี้เกิดมาคุย วันนี้สัมภาษพระแฮะ ท่านว. วชิรเมธี ปกติเคยได้ฟังท่านเทศอยู่บ้างทางทีวี นับถือท่านแต่ไม่ได้อะไรมากมาย เลบไม่ได้สนใจอะไรรายการวันนี้เท่าไร พอได้ฟังท่านตอบคำถามของวู้ดดี้ประโยคนี้ เลยหันไปฟังทันที

ท่าน ว.วชิรเมธี  : มาหาพระพุทธเจ้าอย่าขอ   แต่บอกว่าพระองค์จะเป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิตของเรา
วู้ดดี้ : อยากจะได้เงินเยอะๆ วันนี้ขอให้เงินไหลมาเทมา ไม่ใช่
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ไม่มีทาง  พระพุทธเจ้าไม่ได้มีหน้าที่มาหาเงินให้ใคร   ท่านมีหน้าที่เป็นแรงบันดาลใจให้เรา   พระธรรมทำหน้าที่เป็นแผนที่ให้เรา  พระสงฆ์ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้เรา   พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์  ถ้านับถือให้ถูกต้อง  ต้องเป็นแบบนี้นะ
วู้ดดี้ : ขอให้พ่อแม่พ้นจากทุกข์โศกโรคภัยต่างๆ หรือขอให้ครอบครัวมีความสุข  อันนี้ก็ไม่ใช่
พระอาจารย์ ว.วชิรเมธี  : ถ้าคุณขอให้โลกนี้จะมีคนผิดหวังมั้ย  พุทธศาสนาไม่ใช่ศาสนาแห่งการขอ  เป็นศาสนาแห่งการลงมือทำ   คุณอยากได้อะไรดีๆ คุณทำเหตุให้ดีแล้วผลที่ดีจะตามมา  คุณมาขอท่านแต่คุณไม่ได้ทำอะไรให้พ่อให้แม่เลย  ท่านจะดีมั้ย

วู้ ดดี้ : วู้ดดี้ก็จะบอกว่าผมจะเริ่มจากการเป็นคนดี  ผมจะมีสติในการใช้ชีวิต  ผมจะดูแลสุขภาพตัวเองให้แข็งแรงเพื่อที่จะได้มีสติในการช่วยเหลือชาวโลก
พระอาจารย์ ว.วชิรเมธี  : ถูกต้อง   เรามาหาพระองค์ท่านเพียงเพื่อขอให้พระองค์ท่านเป็นสักขีพยานให้เรา  การลงมือทำเป็นเรื่องของเราทั้งหมด   เคยได้ยินมั้ย  อัตตาหิ  อัตตาโน  นาโถ  ตนเป็นที่พึ่งของตน
วู้ดดี้ : แสดงว่าตั้งแต่เกิดมาผมเข้าใจผิดมาตลอดเลยว่าเวลาเจอพระคือขอๆๆๆๆ อย่างเดียว
พระอาจารย์ ว.วชิรเมธี  : ไม่ใช่แล้ว  พุทธศาสนาไม่ใช่ศาสนาแห่งการขอ  เราเป็นศาสนาแห่งการลงมือทำ  ไม่ใช่ให้มาหาแล้วก็ขอๆๆๆ
วู้ดดี้ : แล้ววู้ดดี้ควรจะตั้งจิตแล้วก็อธิษฐานว่ายังไงครับ
พระอาจารย์ ว.วชิรเมธี  : ตั้งสัตยาธิษฐานว่าวันนี้ข้าพระพุทธเจ้ามาอยู่เบื้องพระพักตร์ของพระองค์ แล้ว พระองค์เป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จด้วยความเพียรพยายามของพระองค์เองฉันใด ข้าพเจ้าจะขอเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จด้วยความเพียรพยายามของข้าพระ พุทธเจ้าฉันนั้นเหมือนกัน  นี่เป็นการขอที่ถูกต้องนะ  ขอให้ตัวเองได้ทำอย่างที่พระองค์ทำสำเร็จมาแล้ว  ไม่ใช่มาขอให้พระองค์มาทำให้เรา

ให้เครดิตคุณ : autumn whispers เอามาโพสไว้ในพันทิป


อันนี้มีคนมาโพสลง youtube เป็นคลิปรายการ

ตอนที่ 1


ตอนที่ 2


ตอนที่ 3


ตอนที่ 4


-----------------------------------------------------------------------

ทางเล็กๆที่แยกจากทางด่วนในเมืองลองบีช รัฐแคลิฟอร์เนียเสียหายมานานหลายปีละ เมื่อเร็วๆนี้มีคนนำป้ายที่เีขียนด้วยลายมือไปปักไว้ ใจความว่า "นักวิทยาศาสตร์บอกว่า อีก 1.5 ล้านปี ดวงอาทิตย์จะแตกดับ น่าสงสารคนงานที่จะต้องซ่อมถนนนี้โดยไม่มีแสงแดด"

A.B.Jame

วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2552

นิทานดวงดาว Orion ตอนที่ 3


The blind Orion searching the rising sun (Detail), Nicolas Poussin (1594 –1665), Metropolitan Museum, New York

ตำนานดวงดาว โอไรออน

Hyrieus เป็นพ่อที่ใจดีมาก เขาสอนทุกอย่างที่เขารู้ให้กับลูกชาย ทำให้ Orion กลายเป็น นักล่าและชาวนาที่เก่งกาจมาก Orion เป็นหนุ่มที่สูง แข็งแรงและหล่อเหลา ทำให้เขาเป็นที่หลงใหลของสาวๆในหมู่บ้าน เขาแต่งงานกับหญิงงามนางหนึ่ง และอยู่กันอย่างมีความสุข แต่ว่าวันหนึ่ง ภรรยาของ Orion พูดรำพึงเบาๆว่า “ ข้าได้แต่งงานกับชายหนุมรูปงานแบบนี้ ก็เป็นที่แน่นอนว่าข้านั้นต้องสวยที่สุดสวยกว่า Hera ซะอีก” หญิงสาวผู้นี้คิดว่าไม่มีใครได้ยิน เพราะเธอไม่เห็นใครอยู่แถวนั้น แต่ Heraก็ยังได้ยิน Hera โกรธมาก

    “กล้วดียังไงมาเปรียบเทียบตัวเองกับข้าเนี่ย เธอเป็นเพียงแค่มนุษย์ธรรมดา ดี ข้าจะสั่งสอนบทเรียนให้เจ้าได้รู้ซึ้งไว้บ้าง” Hera เรียกสามีของเธอ Zeus “นางผู้นั้นไม่มีความเคารพในพระเจ้า ท่านต้องกำจัดเธอซะ ได้ยินใหม ข้าต้องการให้เธอหายไปซะ เดี๋ยวนี้!” Zeus ไม่สามารถทำอะไรได้กับภรรยาที่กำลังโกรธ  เพื่อรักษาสันติสุขภายในบ้าน เขาเอาสายฟ้าเขวี้ยงลงสู่โลก ฆ่าภรรยาของ Orion ทันที


    หลังจากพิธีศพเสร็จสิ้น ไม่นานนัก Orion จึงตัดสินใจ “เราต้องไปจากที่นี่” Orion บอกกับพ่อของเขา “ลูกไม่สามารถอยู่ได้โดยปราศจากเธอ ที่นี่เต็มไปด้วยความทรงจำต่างๆมากมาย ลูกจะกลับมาหลังจากลูกได้มีชีวิตใหม่และลืมความเศร้าโศกนี้ได้” พ่อของ Orion เศร้ามาก แต่เขาเข้าใจ เขาจูบลาลูกชายเป็นครั้งสุดท้ายแล้วปล่อยให้ลูกชายเขาจากไปพร้อมกับ สุนัขลาเนื้อสองตัวที่เขาเลี้ยงมาตั้งแต่ยังเป็นลูกสุนัข




    Orion เดินทางไปเรื่อยๆเป็นเวลาหลายสัปดาห์ จนกระทั่งเขามาถึงดินแดนหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า Chios ที่นี่มีปัญหาเกี่ยวกับกระต่ายซึ่งมีเป็นจำนวนมาก เดิมมันอาศัยอยู่ใน Leros ที่เป็นเมืองที่อยู่ใกล้ๆ Chios เรื่องมีอยู่ว่า มีชายหนุ่มคนหนึ่งเห็นไปเห็นกระต่ายที่อาศัยอยู่ในดินแดน Leros เขาเห็นว่ากระต่ายพวกนี้เหมาะกับการนำไปทำเป็นอาหาร ถ้าเขานำมันไปขายต้องได้เงินอย่างมหาศาลแน่นอน ซึ่งก็เป็นความคิดที่ดีไม่น้อยเพียงแต่ว่า หนุ่มน้อยผู้นี้ยังขาดความเชี่ยวชาญ เขาไม่ได้คิดว่าเขาจะจัดระเบียบกับกระต่ายอย่างไรเมื่อมันโตขึ้น และแข็งแรงพอที่จะทำลายรั้วที่กักขังมันแล้วหนีเข้าไปสู่ป่า ดังนั้นหลังจากนั้นไม่นาน พวกกระต่ายที่หลบหนีเข้าไปในป่า ก็โตขึ้นขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างเป็นทวีคูณในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้มีกระต่ายเต็มไปหมดในตอนนี้ บางคนพบมันแม้กระทั่งบนเตียงนอน เมื่อกระต่ายมีจำนวนมหาศาลทำให้มันกินทุกอย่างที่ขวางหน้า ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้เมล็ดพันธุ์พืช และอาหารของชาวบ้าน ทำให้ประชาชนในดินแดนแห่งนี้ต้องทำใจ ทิ้งผืนแผ่นดินนี้ไปหาที่อยู่ใหม่


    “ถ้าพวกท่านจะพยายาม ข้ามีไอเดียร์ดีๆ” Orion พูดขึ้น “รวบรวมคนให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ บอกพวกเขาให้เอาอาวุธแห และสุนัขล่าเนื้อมาด้วยเราจะไปบนแผ่นดินนั้นด้วยกัน” ชายหญิงและเด็กต่างหยิบแหหอกดาบและสุนัขขึ้นเรือเดินทางไปสู่
Chios เมื่อถึงที่นั่นเด็กๆต่างพากันวางกับดัก ผู้หญิงขึงตาขายผุ้ชายหยิบอาวุธ เริ่มต้นจากด้านหนึ่งของเกาะ พวกเขาเดินต้อนกระต่ายร้องตะโกนบ้างตบมือบ้าง เมื่อกระต่ายได้ยินเสียงเหล่านั้นก็ตกใจวิ่งออกมาจากที่ซ่อนต่างๆ ชาวบ้างก็ต่างเอาธนูไล่ยิง บางตัวก็วิ่งไปติดร่างแหที่ถูกขึงไว้รออีกด้านหนึ่งของเกาะ เมื่อพระอาทิตย์อัสดง พวกเขาสามารถฆ่าและจับกระต่ายได้ทั้งหมด ทำให้ประชาชนในเมือง Chios สามารถกลับมาอพยบกลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม Orion ก็กลายเป็น hero ในทันที บรรดาสาวๆในเกาะนั้นต่างพากันตกหลุมรักเขา Orion ตกหลุมรักหญิงสาวคนหนึ่งชื่อว่า Merope และทั้งคู่ก็ตกลงใจที่จะแต่งงานกัน





Hares

    พ่อของหญิงสาวทุกคนในเมือง Chios ต่างอยากจะได้ Orion มาเป็นลูกเขยเว้นก็แต่พ่อของ Merope นี่แหละพ่อของเธอมีนามว่า Oenopion เขาค่อนข้างที่จะใจแคบเมื่อเขาได้ยินว่า Orion ต้องการจะแต่งงานกับลูกสาวของตนทำให้เขาไม่พอใจเป็นอย่างมาก “เจ้าหนุ่มนั่นฉลาดมากมันจะต้องเอาทุกอย่างที่เป็นของเราไปหมดอย่างแน่นอน” Oenopion พูดกับตนเอง “เราไม่สามารถไว้ใจเจ้าหมอนี่ได้ ข้าแน่ใจเหลือเกินว่า เจ้านี่ก่อนที่จะมาที่นี่ต้องทำการตกลงกับผุ้ร้ายที่ใหนซักแห่งแน่ๆ จะมีเหตุผลอะไรที่ทำให้ผู้ชายออกมาไกลจากบ้าน ข้าจะปกป้องพวกเราทุกคนจากเขา” ว่าแล้ว Oenopion ก็วางแผนขึ้น

    เมื่อ Orion มาและขอลูกสาวกับ Oenopion Oenopion ก็แสร้งทำเป็นยินดี “ได้ซิ” Oenopion พูด “ข้ายอมรับเจ้าเป็นเสมือนลูกชายของข้าอยู่แล้ว เอาละงั้นเรามาดื่มฉลองให้กับโอกาสดีๆแบบนี้ดีกว่า” เขานำเหยือกขนาดใหญ่แล้วรินไวน์ใส่ลงไปให้โอไรออนดื่ม เหยือกแล้วเหยือกเล่าจนโอไรออนเมาและหลับไป Oenopion จึงหยิบเหล็กเขี่ยไฟแล้วทิ่มลงไปที่ตาของ Orion Orion กรีดร้องและสลบไปอีกครั้งด้วยความเจ็บปวด หลังจากที่เขาฟื้นขึ้นอีกครั้ง เขารู้สึกว่ามีน้ำใหลเปียกที่เท้าของเขา สุนัขของเขาทั้งสองตัวเลียแผลที่ดวงตาเขาอย่างเบาๆ Oenopion นำเขามาทิ้งไว้ที่ชายหาดพร้อมกับสุนัขของเขาทั้งสองตัว



----------------------------------------------------------------------------------

ลูกชายของเมลวิ่งพรวดพราดเ้ข้าบ้านมา "คุณพ่อครับ คุณพ่อ"  ลูกชายตะโกน
"ผมได้เล่นละครโรงเรียนครับ"
"ยอดมากลูก" เมลชมอย่างภาคภูมิใจ "ลูกเล่นเป็นอะไรล่ะ"
"เล่นบทพ่อครับ"
เมลใคร่ครวญสักครู่แล้วสั่งลูกชาย "ไปหาคุณครูพรุ่งนี้นะ บอกคุณครูว่าลูกอยากได้บทที่ได้พูดด้วย"

วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2552

นิทานดวงดาว Orion ตอนที่ 2


 Orion, c. 1770, Giovanni Battista Bernero( 1736 Cavallerleone - 1796 Torino )

กำเนิด โอไรออน

นานมาแล้วใน Boetia มีชายคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ที่นั่นนามว่า Hyrieus เขาทำงานหนักมาตลอดทั้งชีวิต ไม่มีเวลาแม้แต่จะสร้างครอบครัว ตอนนี้เขาแก่ชราลงมาก ซึ่งทำให้เขารู้สึกเสียใจที่ได้ทำงานหนักเกินไป
“ฉันไม่ควรมานั่งเสียใจให้กับตัวเอง” Hyrieus พูดกับตัวเอง “ในโลกนี้มีอะไรตั้งมากมายให้ทำมากกว่าที่จะมานั่นสมเพชตัวเอง ฉันควรจะเอาเวลาที่เหลืออยู่ทำดีที่สุดเพื่อผู้อื่นและเด็กๆมากกว่า”  ซึ่งแม้ว่าเขาจะพูดกับตัวเองแต่ขณะนั้น Zeus และ ลูกชาย Hermes ก็กำลังฟังเขาอยู่

“Ah, Hermes” Zeus พูดกับลูกชายของเขา “ดูนั่นสิ Hyrieus เขาช่างเป็นชายแก่ใจดีที่โดดเดี่ยวเหลือเกิน พอข้าเห็นแล้วมันทำให้ใจข้าเจ็บปวดยิ่งนัก ฉันไม่สามารถจะจินตนาการได้เลยว่า ถ้าข้าเป็นแบบเขา ข้าจะอยู่อย่างโดดเดี่ยวแบบนั้นได้อย่างไร โดยปราศจากลูกชายที่ทำให้ข้าหัวเราะเวลาที่ข้าเศร้าโศก ข้าช่างโชคดีเหลือเกินที่มีเจ้า” มหาเทพ Zeus วางมือลงบนไหล่ของลูกชาย

“ใช่ครับท่านพ่อ เขาเป็นชายที่นิสัยดีมาก ดังนั้นเหตุใดเขาจึงอยู่เพียงลำพัง” Hermes ถามพ่อของเขา “ท่านเป็นเทพที่มีพลังอันยิ่งใหญ่ที่สุดใน Olympus ลูกแน่ใจเหลือเกินว่า ท่านพ่อสามารถทำอะไรบางอย่างเพื่อช่วยเขาได้ใช่ใหม”

“แน่นอน” Zeus บอกอย่างมีความสุข แว๊ป แสงสว่างเกิดขึ้น แล้วทั้งสองก็หายลงไปสู่โลกมนุษย์
“เอ๊ย สายฟ้าผ่าลงมาบนถนนใช่มั๊ยนั่น” Hyrieus รู้สึกสงสัย “เป็นไปได้ยังไง ไม่ได้มีพายุซักหน่อย ท้องฟ้าก็เปิดบ้าไปแล้ว ฉันคงฝันหรือตาฝาดไป” แต่ Hyrieus ก็ยังเดินลงไปดูที่ถนนเพื่อความแน่ใจ เขาพบชายหนุ่มกับชายแก่สองคน สวมเสื้อผ้าขาดๆ ถือถุงที่มีลาย ภูเขาและดวงดาวยืนเถียงกันอยู่
“อ๋า” ชายอายุน้อยพูดขึ้นก่อน “พ่อไม่รู้ว่ากำลังจะไปใหนใช่มั๊ยเนี่ย ไม่เข้าใจเลยแล้วทำไมถึงยังต้องการจะเป็นคนนำอ๊ะ”

“จะรู้หรือไม่ข้าก็พาเจ้าไปในที่ๆน่าสนใจทุกครั้งไม่ใช่รึไง” ชายแก่แปลกหน้าพูด “ชีวิตมันช่างน่าเบื่อ น่าเบื่อแล้วก็น่าเบื่อ ไม่ใช่เหรอ เอาล่ะๆทำใจให้สบาย ถามชายแก่นี่ดีกว่าว่าเราควรจะไปที่ใหนดีคืนนี้” ชายแก่แปลกหน้าพูดขึ้นพร้อมชี้นิ้วไปที่ Hyrieus พร้อมทั้งพูดกับเขาว่า“เรามีอะไรที่ยังตกลงกันไม่ได้นิดหน่อย ท่านรุ้ใหมว่าเราควรจะเดินทางไปที่ใหนดีคืนนี้?”

“ข้ามีบ้านเล็กๆอยู่หลังหนึ่ง แต่ข้าจะรู้สึกดีใจมากถ้าได้มีคนมาพูดคุยด้วย พวกท่านโปรดมาเป็นแขกของข้าเถิด” Herieus พูดกับชายทั้งสอง




“เห็นมั๊ย ที่นี่น่าสนใจกว่าที่จะไปหมู่บ้านอื่นอีกนะเนี่ย” ชายแก่แปลกหน้าพูดพร้อมดันลูกชายเบาๆ ทั้งสองหัวเราะและขอบคุณ Hyrieus อย่างสุภาพพร้อมทั้งเดินตาม Hyrieus ไปยังบ้านของเขา

ที่บ้าน Hyrieus ทั้งหมดมานั่งพูดคุยเรื่องสนุกสนานต่างๆอยู่หน้าบ้านหลังจากทานอาหารเรียบร้อยแล้ว เมื่อนั่งคุยกันไปได้ซักระยะหนึ่ง แล้วชายเฒ่าแขกก็ชี้นิ้วแล้วถาม Hyrieus ขึ้นว่า “ถ้าเจ้าสามารถขออะไรก็ได้ในโลกนี้ เจ้าอยากได้อะไรเป็นของขวัญมากที่สุด”

“สิ่งเดียวที่ข้าอยากได้ก็คือ ลูกชาย” หลังจาก Hyrieus พูดจบชายชราก็ยืนขึ้นเสื้อคลุมของเขาเริ่มเปล่งแสง
“บูชายัญวัว และหนังเอามาให้แก่ข้า” ชายชราพูดด้วยเสียงคล้ายกับสั่ง
Hyrieus เริ่มงงว่ามันเกิดอะไรขึ้นแต่เนื่องจากเขาเมามากแล้ว เขาจึงทำตามที่ชายชราสั่งเขาไปหลังบ้านฆ่าวัวแล้วเอาหนังมาให้ ในขณะที่ Hyrieus กำลังวุ่นอยู่กับการจัดการกับเนื้อวัว ชายทั้งสองดื่มไวน์จากไหจนหมดแล้วเสื้อผ้าขาดๆที่เขาสวมใส่ก็เริ่มเปลี่ยนเป็นผ้าคลุมสีฟ้ากับสีเหลืองพร้อมกับสายพาดเอวสีทองเผยให้เห็นรูปร่างที่งดงาม Hyrieus วางหนังสัตว์ไว้ที่เท้าของชายทั้งสอง ชายชราแปลกหน้าก็พูดขึ้นว่า “เอาหนังวัวนี้ไปฝังไว้ในสวน” แล้วก็หัวเราะเสียงดัง แต่ทันทีที่ชายชราแปลกหน้านี้หัวเราะก็มีฟ้าแลบฟ้าผ่าท่ามกลางสายฝน Hyrieus หลับตาแล้วมองมาอีกทีก็พบว่าชายทั้งสองได้หายไปแล้ว ตอนนี้เขากลับมาอยู่เพียงลำพังอีกครั้งหนึ่ง

    ฝนตกตลอดทั้งคืน ทำให้ในตอนเช้าดินนุ่ม Hyrieus จึงขุดหลุมได้อย่างง่ายดาย  เขาฝังหนังวัวไว้ในหลุมใกล้ๆหน้าต่างตามคำที่ชายชราแปลกหน้าบอกไว้ เก้าเดือนต่อมา Hyrieus ได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ตรงจุดที่เขาได้ฝังหนังวัวไว้ “เจ้าถ่ายปัสสวะใส่ที่ๆเจ้าเกิดมางั้นเหรอ” ชายชราพูดพร้อมทั้งเข้าไปอุ้มเด็กชายนั้นมากอดไว้ “ข้าจะเรียกเจ้าว่า Urion” แต่เนื่องจากเพื่อนบ้านบอกกับ Hyrieus ว่าชื่อนี้เวลาออกเสียงแล้วดูน่ากลัว เขาจึงเปลี่ยนชื่อเด็กชายผุ้นี้เป็น Orion




------------------------------------------------------------------------------------



หมาส่วนใหญ่มีความจริงใจ ทำให้มันเป็นที่เอ็นดูรักใคร่ของคน
ไม่ว่าคุณจะพูดบ้าบอกับมันอย่างไรก็ได้ มันจะแค่มองคุณด้วยสายตาที่ว่า
"โอ้โฮ เจ้านายพูดถูกแล้ว ผมไม่เคยนึกแบบนี้มาก่อนเลย"


ความสวยงามของตัวเลข


จากบทความสมัยยังอยู่ มหาวิทยาลัยอีกแล้วครับ ^^

บทความชื่อ ยากอย่างไรก็ยังงาม

ตัวเลขสวย โดย อ.สุเทพ จันทร์สมศักดิ์

มนุษย์ค้นคิดสร้างปัญหาเกี่ยวกับตัวเลขที่น่าสนใจ และสวยงามมานานหลายพันปีแล้ว ต่อไปนี้เป็นตัวอย่าง
ซึ่งจะให้นักเรียนคิดเล่นสนุกๆ
พิจารณา 987,654,321 กลับตัวเลขนี้ได้ 123,456,789 หาผลลบได้
987,654,321
-
123,456,789
864,197,532
จงสังเกตว่าทั้งสามจำนวนประกอบด้วยเลขโดด 1,2,3,4,5,6,7,8,9

พหุคูณของ 3 เมื่อคูณด้วย 37 ได้ตัวเลยที่น่าสนใจมาก

3 x37 = 111 และเมื่อนำ 1 + 1 + 1 = 3
6 x37 = 222 และเมื่อนำ 2 + 2 + 2 = 6
9 x37 = 333 และเมื่อนำ 3 + 3 + 3 = 9
12 x37 = 444 และเมื่อนำ 4 + 4 + 4 = 12
15 x37 = 555 และเมื่อนำ 5 + 5 + 5 = 15
18 x37 = 666 และเมื่อนำ 6 + 6 + 6 = 18
21 x37 = 777 และเมื่อนำ 7 + 7 + 7 = 21
24 x37 = 888 และเมื่อนำ 8 + 8 + 8 = 24
27 x37 = 999 และเมื่อนำ 9 + 9 + 9 = 27


พหุคูณจอง 7 เมื่อคูณด้วย 15,873 ก็ได้ตัวเลขที่น่าสนใจ

7 x 15,873 = 111 111
14 x 15,873 = 222 222
21 x 15,873 = 333 333
28 x 15,873 = 444 444
35 x 15,873 = 555 555
42 x 15,873 = 666 666
49 x 15,873 = 777 777
56 x 15,873 = 888 888
63 x 15,873 = 999 999

ตัวเลขต่อไปนี้ก็สวยมาก


( 0 x 9 ) + 8 = 8
( 9 x 9 ) + 7 = 88
( 98 x 9 ) + 6 = 888
( 987 x 9 ) + 5 = 888 8
( 987 6 x 9 ) + 4 = 888 88
( 987 65 x 9 ) + 3 = 888 888
( 987 654 x 9 ) + 2 = 888 888 8
( 987 654 3 x 9 ) + 1 = 888 888 88
( 987 654 32 x 9 ) + 0 = 888 888 888

ตัวเลขอีกชุดหนึ่งซึ่งน่าสนใจเช่นกัน

( 1 x 8 ) + 1 = 9
( 12 x 8 ) + 2 = 98
( 123 x 8 ) + 3 = 987
( 1234 x 8 ) + 4 = 9876
( 12345 x 8 ) + 5 = 98765
( 123456 x 8 ) + 6 = 987654
( 1234567 x 8 ) + 7 = 9876543
( 12345678 x 8 ) + 8 = 98765432
( 123456789 x 8 ) + 9 = 987654321

ตัวเลขชุดสุดท้ายนี้ก็สวยเช่นกัน

( 1 x 9 ) + 2 = 11
( 12 x 9 ) + 3 = 111
( 123 x 9 ) + 4 = 111 1
( 1234 x 9 ) + 5 = 111 11
( 12345 x 9 ) + 6 = 111 111
( 123456 x 9 ) + 7 = 111 111 1
( 1234567 x 9 ) + 8 = 111 111 11
( 12345678 x 9 ) + 9 = 111 111 111



---------------------------------------------------------------------------

ดิฉันพาสามีไปรับประทานอาหารค่ำที่บ้านพ่อแม่เป็นครั้งแรกหลังแต่งงาน
พ่อดิฉันแหย่ลูกเขยคนใหม่ "เป็นไงมาร์ก มิเชลกับแม่เขานี่ ใครทำกับข้าวเก่งกว่ากัน"
ดิฉันใจหายวูบ ตาจ้องมาร์กเป๋ง กลัวว่าเขาจะตอบอะไรเปิ่นๆ แต่สามีกลับวาดลวดลายราวกับนักการทูต
เขาตอบว่า "ผมคิดว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นเลยครับ คุณพ่อ"



วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2552

นิทานดวงดาว Orion ตอนที่ 1




กลุ่มดาวนายพราน โอไรออน (Great hunter Orion) 

 

ใกล้หน้าหนาวแล้ว เวลาท้องฟ้ามืดครึ้ม พอมองขึ้นไปบนฟ้าช่วงค่ำๆ ก็จะเห็นกลุ่มดาวกลุ่มหนึ่งสว่างไสว เสมอเลย ในนั้นมีกลุ่มดาวกลุ่มหนึ่งที่ผมชอบที่สุด กลุ่มดาวกลุ่มนี้จะปรากฏให้เห็นเวลาเข้าหน้าหนาวเท่านั้น เวลามองทีไรรู้สึกหนาวเย็นทุกทีเลย กลุ่มดาวกลุ่มนั้นก็คือกลุ่มดาว Orion หรือดาวนายพรานครับ ถ้าคนไทยจะรู้จักกันในชื่อดาวเต่า ถ้าจะพูดให้อ๋อเลย ตรงส่วนเข็มขัดนายพราน (Orion 's belt) เราจะเรียก ว่า "ดาวไถ" ครับผมรู้จักกลุ่มดาวนี้ก็ตอนเข้าค่ายดูฝนดาวตกลีโอนิคตอนปีสอง ที่อ่าวมะนาว อาจารย์ชี้กลุ่มดาวนี้แล้วเล่านิทานเกี่ยวกับดาวกลุ่มนี้ให้ฟัง สามวันนั้นเป็นวันที่หนาวมากๆ โดยเฉพาะคืนนั้นจารย์เล่าให้ฟังเสร้จก็เปิดเพลงเย็นๆ ของ Carpenter พอส แล้วก็ห่างไกลเหลือเกิน กลิ่นอากาศหนาวที่เย็นจับขั้วหัวใจ กลิ่นลมจากหาดชายทะเลที่พัดเข้ามากระทบผิวยังจำฝังใจ ตามองดวงดาวบนท้องฟ้า เ็ป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดในตอนนั้นเลย ทำให้ทุกครั้งที่มองกลุ่มดาวนี้ทีไร ความรู้สึกนั้นก็ยังกลับมาตลอดเลยทีเดียว



กลุ่มดาวนายพราน Orion มือหนึ่งถือคันธนู มือหนึ่งถือลูกศร
  
ภาพร่างกลุ่มดาวนายพรานโอไรออน ครับ บางคนก็บอกว่าถือโล่กับกระบอง บางคนเห็นเป็น โล่กับดาบ กระบองกับสิงโต อันนี้แล้วแต่จินตนาการครับ ของไทยเราเห็นเป็นเต่า ก็เก๋ไปอีกแบบ ^^

 
An engraving of Orion from Johann Bayer's Uranometria, courtesy of the US Naval Observatory Library

เมื่อปีที่แล้วเกิดสนใจอยากอ่านนิทานของดาวดวงนี้อีกครั้งเลย หาดู ก็เจอนิทานที่น่าสนใจอันหนึ่ง เลยแปลเก็บไว้ ว่าแล้วก็เริ่มกันดีกว่า แปลสำนวนยังแปลกๆบ้างนะครับ เพราะไม่ค่อยได้แปลนิทานยาวๆแบบนี้เท่าไร

" มีดวงดาวเป็นล้านล้านดวงบนท้องฟ้า แต่เชื่อมั๊ยนักเรียน เมื่อเรามองดูดาวบนท้องฟ้า เค้าว่ากันว่ามีเพียงคนพิเศษคนเดียวเท่านั้นที่มองดาวดวงเดียวกันกับเรา " ลมหนาวก็พัดโชยมาทันที หลังจากจารย์พูดจบ จารย์ พูดไว้ระหว่างเช็คชื่อก่อนพาไปหาด เพื่อดูดาว


-------------------------------------------------------------------------------





ช่างตัดผมทำมีดโกนบาดลูกค้าสามครั้งระหว่างโกนหนวด พอถูกบาดอีกครั้ง ลูกค้าซึ่งพยายามข่มความโกรธเต็มที่ก็เอ่ยปากขอมีดโกนจากช่าง
"จะเอาไปทำอะไรเหรอครับ" ช่างตัดผมถาม "หรือคุณจะโกนเอง" 
ลูกค้ากล่าวอย่างเหลืออดว่า "ฉันอยากได้อาวุธไว้ป้องกันตัวเท่านั้นแหละ"




วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2552

Tiramisu อยู่เหย้าเข้าครัว ตอนที่ 1

หลังจากเปิดๆเวปหาวิธีทำขนมดู ก็ไปเจอเวปบล๊อกหนึ่งเข้าของคุณปูขาเก ในพันทิป สอนทำขนม แล้วเราก็เหลือบไปเห็น ทิรามิสุ ขนมของโปรดของเรา พออ่านวิธีการทำดีใจมาก ไม่ต้องใช้เตาอบ เพราะที่บ้านไม่มี แต่อุปกรณ์และส่วนผสมต่างๆที่อ่านดู บ้านก็ไม่มีซักอย่างเหมือนกัน (-.- ที่บ้านไม่ได้มีอะไรเลย มีแต่กระทะไฟฟ้า) เอาๆ ไหนๆก็ไหนๆละ ลองทำดูหน่อยละกัน ว่าแล้วก็ออกไปซื้ออุปกรณ์และส่วนผสมมา หมดไปเกือบพัน T_T นั่งรถไปซื้อกินจะถูกกว่ามั๊ยเนี่ย พอได้ของมาครบก็เปิดเวปและทำตามเลยครับ ทิรามิสุ เวอร์ชั่น บ้านเบียร์ เสร้จแล้วก็หน้าตาเป็นแบบนี้



ส่วนผสมขาดๆเกินๆครับยอมรับเลย ชิมแล้วยังถือว่าไม่ค่อยดีเท่าไร กลิ่นรัมแรงไปนิดกลบกลิ่นหอมของวีิปปิ้งครีมไปหมดเลย ตอนผสมวิปครีมห้อมหอม สงสัยเทเหล้ามากไปกินไปสองสามคำมึนเลยแฮะ



ตอนนี้ยังเหลือ มาสคาโปน วีปปิ้งครีม และ โกลเด้นเลดี ฟิงก์เกอร์อยู่นิดหน่อยคับ พอทำแก้ตัวได้อีกครั้งนึ



ชิมไปครึ่งนึงหลังจากแช่มาสองวัน ไม่เมาแฮะ ก็ใช้ได้นะ :p


ขอบขอบคุณสูตรจากคุณปูขาเก

www.bloggang.com/mainblog.php?id=pookhakae&month=25-09-2008&group=2&gblog=35

--------------------------------------------------------------------------------------

วันหนึ่งขณะเสริฟอาหารค่ำในเที่ยวบินจากนครนิวยอร์กไปชิคาโก ดิฉันวางจานลาซานญาบนถาดของสุุภาพบุรุษคนหนึ่ง เขาลองชิมแล้วแสดงท่าทางไม่พอใจ
"รสชาติสู้ของคุณแม่ไม่ได้ใช่มั๊ยคะ" ดิฉันถามติดตลก
"แม่เหรอ" เขาย้อน "พ่อทำยังอร่อยกว่านี้เลย!"

                                              J. Michelle

วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2552

คำถามทึ่ไม่มีคำตอบ ตอนที่ 2 ภาคจบ

จุดอ่อนของภาษา กับคำถามที่ไม่มีคำตอบ


3. ปัญหาของนักสืบ

นักสืบคนหนึ่งถามนายดำว่า นายขาวเป็นคนอย่างไร 
นายดำบอกว่า : “นายขาวเป็นคนโกหกเสมอ”
ครั้นมาถามนายขาวว่านายดำเป็นคนอย่างไร
นายขาวบอกว่า : “นายดำเป็นคนพูดจริงเสมอ” 
นักสืบจะสรุปอย่างไรดี

4. ปัญหาของช่างตัดผม 


ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งเป็นโรคเหาจนปราบไม่ไหว เจ้าหน้าที่เห็นทางออกทางเดียวคือสั่งให้ทุกคนในหมู่บ้านนั้นโกนผมให้หมด เพื่อให้แน่ใจ เจ้าหน้าที่คนนั้นเรียกช่างตัดผมซึ่งมีอยุ่คนเดียวในหมูบ้านนั้นมากำชับว่า “ให้แกรออกสำรวจคนในหมูบ้านทุกคน ถ้าพบผู้ใดไม่โกนผมของตนเอง แกรต้องโกนให้ แต่ถ้าคนไหนโกนผมของตนเองก็อย่าไปโกนให้เป็นอันขาด ถ้าแกรขัดคำสั่งนี้แม้แต่ครั้งเดียวแกรจะถูกลงโทษ” ช่างตัดผมขณะนั้นยังไม่ได้โกนผม ถ้าเขาจะไม่โกนก็จะถูกลงโทษ ถ้าเขาลงมือโกนเมื่อใดเขาก็จะต้องระงับการโกนตามคำสั่ง เพราะว่าจะโกนให้ผู้ที่โกนผมของตนเองไม่ได้ เขาจะทำอย่าไรดีกับผมของตนเอง จึงจะไม่ขัดคำสั่งเจ้าหน้าที่


------------------------------------------------------------------------------------------



ฟังคำกล่าวมาก็มาก ยังไม่เคยเห็นใครพูดได้ยืดยาวเท่ากับประธานบริษัทคนใหม่ ในที่สุด ท่านก็ทำท่าจะสรุปโดยกล่าวว่า "โปรดอภัยด้วยถ้าผมพูดยาวเกินไป เพราะเมื่อเช้าผมลืมสวมนาฬิกาออกจากบ้านและในห้องนี้ก็ไม่มีนาฬิกาเสียด้วย"
มีเสียงแว่วๆมาจากหลังห้องว่า "แต่มีปฏิทินอยู่ด้านหลังนี่ครับ"