วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2552

คำถามทึ่ไม่มีคำตอบ ตอนที่ 1

จุดอ่อนของภาษา กับคำถามที่ไม่มีคำตอบ

เรื่องที่เอามาลงคราวนี้ เป็นบทความที่เคยอ่านสมัยเรียนที่มหาวิทยาลัย แล้วได้คัดลอกเก็บใส่สมุดไว้ เสียดาย ไม่ได้จดชื่อหนังสือเล่มนั้นมาไว้ด้วย อ่านแล้วสนุกดีเลยเอาลงไว้อ่านเล่นๆครับ ^^ เบียร์

1  ปัญหาของจระเข้

แม่ลูกอ่อนคนหนึ่งอุ้มลูกไปเดินเล่นในสวนสัตว์ ด้วยความเผลอเรอ ปล่อยให้จะเข้ตัวหนึ่งคาบลูกน้อยไป ด้วยความรักลูกแม่จึงไหว้วอนขอให้จระเข้ส่งลูกของตนคืนมา แต่...

จระเข้ได้ตั้งเงื่อนไขว่า   :   "ถ้าแม่เดาใจมันถูกสักเรื่องหนึ่งมันจะคืนให้ มิฉะนั้นมันจะกินเสียต่อหน้าต่อตา"

แม่จึงกล่าวว่า  :   “ เจ้าจะไม่คืนลูกให้ข้า ”

จระเข้จึงมาคิดดูว่า ถ้ามันกินเด็กน้อยเสียก็จะตรงกับคำเดาของแม่ มันจะเอาลูกที่ไหนมาคืนให้แม่ แต่ถ้ามันคืนเด็กให้แม่ไปเสีย ก็หมายความว่าแม่เดาใจมันผิด มันก็มีสิทธิ์จะกินเด็กเพื่อไม่ให้เสียสัตย์ต่อวาจาที่ลั่นไป


2  ปัญหาของคนป่า

คนป่าเผ่าหนึ่งเป็นมนุษย์กินคน ครั้งหนึ่งจับเชลยมาได้คนหนึ่ง จึงชุมนุมกันทำพิธีสังเวยแล้วก็จะฉลองด้วยมื้ออาหารอันโอชะ

หัวหน้าเผ่านึกสนุกขึ้นมาจึงลั่นวาจากับเชลยว่า  :  “ ไหนเจ้าเชลยตัวดี จงพูดอะไรมาให้ข้าเสี่ยงทายหน่อยสิ ถ้าเจ้าพูดความจริงข้าจะจัดการต้มเจ้า ถ้าพูดความเท็จข้าก็จะจัดการย่างเจ้า ถ้าข้าไม่ทำตามที่พูด ขอให้เจ้าหักคอข้าเสีย ”

เชลยคนนั้นดีใจจึงพูดว่า

เชลย  :   “ข้าจะถูกย่าง”

หัวหน้าเผ่าจึงสั่งให้ย่าง แต่แม่มดที่อยู่ ณ. ที่นั้นค้านว่า ถ้าย่างเขาเจ้าเขาจะหักคอหัวหน้าเผ่า เพราะเขาพูดความจริงต้องต้ม

พ่อมดจึงค้านแม่มดว่า   :  “ ช้าก่อนต้มไม่ได้ เพราะว่าถ้าเอาเขาไปต้มก็หมายความว่า เชลยพูดเท็จ ตามคำสาบานของหัวหน้าเผ่า ต้องจัดการย่างมิฉะนั้น เจ้าเขาจะหักคอ”


คนป่าเผ่านั้นจนบัดนี้ยังปรึกษากันอยู่ว่าจะจัดการ กับเชลยอย่างไรดีจึงจะไม่ทำให้หัวหน้าเผ่าถูกหักคอ




ต่อตอนสองนะครับ :)

---------------------------------------------------------------------------------

ถาม : ถ้าหากว่าคุณขับรถสปอร์ตสุดหรูไปเจอ


1.  คุณยายอายุมากแล้วป่วยหนักต้องการคนพาไปส่งโรงพยาบาลด่วนไม่งั้นท่านจะตาย
2.  เพื่อนสนิทที่สามารถตายแทนกันได้ ไม่ได้เจอกันมานานมาก ยืนรอรถอยู่เพื่อจะกลับบ้าน

3.  ผู้หญิงสาวสวยสุดเซ็กซี่ที่คุณจะไม่มีวันได้เจออีกแล้วในชีวิตนี้ซึ่งจะเป็นเนื้อคู่คุณในอนาคต

ถ้ารถคุณสามารถรับคนได้เพียงคนเดียวเท่านั้นแบบนี้แล้ว คุณจะทำอย่างไร



ตอบ




ผมจะส่งกุญแจรถผมให้เพื่อนที่สนิทแล้วให้เขาพาคุณยายไปส่งโรงพยาบาล ส่วนผมก็ไปกับสาวสวยสุดเซ็กซี่คนนั้น

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2552

โมเดลรถยนต์ 3D Falcon



นานๆทีได้ขึ้นโมเดลแปลกๆบ้าง อันนี้เป็นงานภาพนิ่งโมเดล 3D รถยนต์ ขึ้นโมเดลใช้เวลาประมาณวัน นิดๆ ไม่ต้องใส่เท็กเจอร์



ส่วนอันนี้เป็นไฟล์ภาพ Reference ของรถครับ



----------------------------------------------------------------------------

พ่อกับลูกชายขี้เกียจพอกัน วันหนึ่ง พ่อบอกว่า " ลุกไปดูที่ประตูสิว่าฝนตกหรือเปล่า "
ลูกตอบว่า " เอางี้ดีกว่าพ่อ เรียกเจ้าด่างเข้ามาข้างใน ถ้าขนมันเปียกก็แสดงว่าฝนตก "

โดย Rafael


วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2552

วิธีเปิดไฟล์ office 2007 ( .docx, pptx )ใน Office 2003

จะเปิดไฟล์ pptx, docx ยังไงดี?
หลังจากที่ทางไมโครซอร์ฟออกตัว Microsoft office 2007ถ้าได้ไฟล์งานที่เซฟมาจาก office 2007 หากลืมแปลงไฟล์เป็นนามสกุล ของออฟฟิตเวอร์ชั่นเก่าๆ
ต้องปวดหัวตลอดเวลา เพราะ เวลาเซฟงานจาก word excel หรือ power point จากเวอร์ชั่น 2007 มานามสกุลมันจะตามท้ายด้วย x ทำให้ ออฟฟิต เวอร์ชั่นเก่าๆ เปิดไม่ได้
ก็เลยลองหาดูว่า มีวิธีการเปิดไฟล์พวกนี้ใน 2003 หรือเปล่า แล้วก็ไปเจอเวปของไมโครซอร์ฟเองเลย ให้ดาวน์โหลด file formats ของเขามาลงเพื่อให้ word power point 2003 รู้จักกับไฟล์ของ 2007

ดาวน์โหลด formats file Microsoft office ได้จาก เวปไมโครวอร์ฟโดยตรงจาก

Download Microsoft file formats


วิธีการลงก็ง่ายๆครับ
1. หลังจากดาวน์โหลดเสร็จก็ดับเบิ้ลคลิ๊กไฟล์ แล้วก็รอ พอเสร็จมันก็จะขึ้น finish ให้กด

เท่านี้เราก็สามารถเปิดไฟล์พวก word, excel หรือ power point 2007 ได้แล้ว

---------------------------------------------------------

เมื่อสองสามอาทิตย์ก่อน ฉันไปยืมนิยายของอกาทา คริสตีที่ห้องสมุดแถวบ้าน เพราะเป็นแฟนที่เหนียวแน่นของนักเขียนท่านนี้
หลังจากเพียรหาตามชั้นหนังสือต่างๆ แต่ไม่เจอ ฉันจึงบ่นกับผู้ช่วย บรรณารักษ์ว่า วางหนังสือไม่เรียงตามลำดับตัวอักษร เธอตอบหน้าตายกลับมาว่า " ก็คุณชอบเรื่องลึกลับไม่ใช่หรือ "

โดย Sheila

วันพุธที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2552

ก่อร่างสร้างบ้าน WIP01 โมเดลบ้าน 3d

อยู่ว่างๆไม่ได้ทำอะไรก็เริ่มหาโน่นนี่นั่นทำ เพราะจะลองหัดโปรแกรมใหม่อยู่ ไปๆมาๆก็นึกสนุกลองทำบ้านตัวเองเป็น 3d เทสเลย เริ่มจากโมเดลบ้าน 3d ก่อน
อันนี้ชั้นล่าง



ทำไปซักพัก ก็มีโทรศัพท์โทรมาเรียกไปออฟฟิต มีงานให้ทำเพิ่ม เลยติดอยู่แค่นี้มาสามวันแล้ว -.-' แต่งานไม่ได้เร่งก็เรื่อยๆเปื่อยๆ ว่างๆก็ขึ้นต่อไป (แล้วเมื่อไรจะได้ลงเท็กเจอร์ล่ะเนี่ย)

ชั้นล่างกับชั้นสอง ที่กำลังสร้าง ว่าแต่หยุดอยู่ตรงนี้มาสามวันละ กับโมเดลบ้าน 3d ของเรา -.- ...

------------------------------------------------------------------------------------------------


ในชีวิตการทำงาน ผมพบว่าคำพูดบางประโยคของคนรอบข้าง ทำให้เราสามารถคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาได้ เช่น

" วันนี้จะไปกินข้าวที่ไหนดี" - วันนี้คุณต้องไปกินข้าวที่ร้านประจำซึ่งเคยกินอยู่ทุกวันนั่นแหละ
" ที่คุณพูดมา ผมก็เห็นด้วยนะครับ " - ความเห็นของคุณกำลังจะถูกโต้แย้ง
" อย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใครเชียว " - คุณอาจเ็ป็นคนสุดท้ายของแผนกที่รู้เรื่องดังกล่าว
" พี่ไม่อยากนินทาใครหรอกนะ " - คุณกำลังจะได้ยินเรื่องซุบซิบนินทาอีกแล้ว
" ใครมีคำถามบ้างครับ " - ถึงเวลาที่คุณจะต้องก้มหน้าก้มตาแสร้งทำเป็นสนใจกับเอกสาร ที่วางอยู่ตรงหน้าแล้ว

เอามาจาก คุณอดิศร

วันเสาร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2552

เรื่องของเวลา

เป็นบทความที่ชอบมาก บทความหนึ่ง เมื่อก่อนอ่านแล้วรู้สึกมีกำลังใจ แต่พอแ่ก่ตัวลงอ่านแล้วรู้ซึกเศร้าใจยังไงไม่รุ้ -.-'


------------------------------------------------------------------------------------------------------




เมื่อพูดถึงเวลาคงไม่มีใครไม่รู้จักคงไม่มีใครไม่เคยสัมผัสกับคำว่า " เวลา " และคงไม่มีใครไม่เคยลิ้มรสของคำว่า " เสียดายเวลา " เคยถามตัวเองบ้างหรือไม่ว่าทำไมคำว่า “เสียดายเวลา” จึงเกิดขึ้นกับชีวิตเราและคำๆนี้ไม่ได้เกิดเพียงแค่ครั้งเดียวในชีวิตคนเรา มันเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก จนเรารู้สึกเคยชินกับมันไปแล้ว

ถึงแม้จะมีนักคิดนักเขียนจะออกมาพูดตลอดเวลาว่าเวลาเป็นสิ่งมีค่า ซื้อหาไม่ได้ ขายไม่ได้ หยิบยืมไม่ได้ ขอใช้ล่วงหน้าไม่ได้ กักตุนไม่ได้ สะสมไม่ได้ แบ่งปันไม่ได้ และที่สำคัญไม่มีใครเป็นเจ้าของเวลาที่แท้จริง เพราะเวลาเป็นกฎธรรมชาติอิสระที่ทุกคนได้มาเท่าเทียมกัน ทุกคนมีเวลาบนพื้นฐานเดียวกันคือวันละ 24 ชั่วโมง ชั่วโมงละ 60 นาที ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนของโลกเชื้อชาติอะไร สัญชาติใด คุณก็มีเวลาเท่าเทียมกันแต่ความสำคัญอยู่ที่ใครจะใช้เวลาได้คุ้มค่ากว่าใคร เท่านั้น


เราคงเห็นเพื่อนๆหลายคนที่เกิดมาพร้อมๆกัน สิ่งแวดล้อมไม่แตกต่างกัน เรียนหนังสือมาพร้อมๆกัน เข้าทำงานพร้อมๆกัน แต่นับวันความแตกต่างในชีวิตเริ่มมีให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดห่างไกลกันคนละชั้นหรือเรียกได้ว่าคนละระดับกันเลยก็มี ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ส่วนสำคัญส่วนหนึ่งคือ การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเวลาในชีวิตของแต่ละคนแตกต่างกันนั่นเอง

คนส่วนมากใช้เวลาอ่านหนังสือเพื่อให้ได้ความรู้เพิ่มขึ้น คนหลายคนใช้เวลาอ่านหนังสือเพื่อพัฒนาความรู้ คนบางคนอ่านหนังสือเพื่อต่อยอดของความรู้ และคนบางคนอ่านหนังสือเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ ดังนั้นเราไม่สามารถบอกได้ว่าคนอ่านหนังสือเรื่องเดียวกันในเวลาเดียวกัน จะได้ผลตอบแทนที่เหมือนๆกัน สิ่งสำคัญอยู่ที่คนๆนั้นได้ใช้โอกาศแห่งเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากน้อย เพียงใด
ถ้าเราอยากรู้ว่าเราทำเวลาตกหล่นในชีวิตมากน้อยเพียงใด ขอให้เราลองนำจำนวนความสำเร็จที่ได้มาในปัจจุบันหารด้วยเวลาในชีวิตที่ผ่าน มาเพื่อดูว่าความสำเร็จนั้นๆใช้เวลาเฉลี่ยเท่าไหร่ คนบางคนใช้เวลาทั้งชีวิตกว่าจะได้บ้านมาสักหลัง แต่คนบางคนใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีก็สำเร็จแล้ว บางคนอาจคัดค้านและไม่เห็นด้วยเพราะแต่ละคนมีฐานะแตกต่างกัน ถึงแม้บางคนจะเกิดมาบนกองมรดกกองเงินกองทองในขณะที่บางคนเกิดมาบนกองขยะแห่ง ความยากจนก็ตาม แต่บทสรุปของชีวิตก็คือคนเรามีหนึ่งสมองสองมือเหมือนกัน เราจะเห็นได้ว่าในสังคมนี้มีคนเคยรวยเยอะแยะที่กลายมาเป็นคนจนแทบจะไม่มีกิน เราเคยเห็นคนเคยจนแทบจะเอาชีวิตไม่รอดมาเป็นคนรวยเป็นมหาเศรษฐีติดอันดับ สิ่งเหล่านี้แหละที่ผมต้องการชี้ให้เห็นว่าความแตกต่างภายนอกของคนไม่ได้ เป็นสิ่งที่จีรังยั่งยืนเท่ากับสิ่งที่อยู่ภายในของเราเอง ดังนั้นเราอย่าไปหาเหตุมาอธิบายตัวเองให้ดูดีเลยว่าที่เราเป็นอย่างนี้เพราะ เราไม่มีโน่นไม่มีนี่เหมือนคนอื่นเขา เราต้องหันมาทบทวนและมองตัวเองว่าเราได้ใช้เวลาที่ผ่านมาคุ้มค่าและเพิ่มค่า ให้กับชีวิตมากน้อยเพียงใด

คนส่วนมากมักจะปล่อยให้เวลาแห่งชีวิตผ่านไปตามยถากรรมเหมือนลูกมะพร้าวแห้ง ลอยน้ำที่ล่องลอยไปตามกระแสคลื่นไม่สามารถกำหนดเป้าหมายแห่งชีวิตให้กับตัว เองได้ หรือไม่ก็มีเพียงกำหนดเป้าหมายของชีวิตเหมือนคนทั่วๆไป เช่น ทำงานเป็นลูกจ้างไปเรื่อยๆ วันหนึ่งก็จะเติบโตเป็นผู้บริหาร และสุดท้ายก็เก็บเงินออมให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพื่อนำไปใช้ในวัยเกษียณ และนั่งดูลูกดูหลานรุ่นต่อๆไปเจริญเติบโตตามรอยของตัวเอง

คนที่สามารถบริหารเวลาแห่งชีวิตให้มีมูลค่าเพิ่มได้นั้น สิ่งแรกที่ต้องทำคือ กำหนดเป้าหมายแห่งชีวิตให้ชัดเจนก่อนว่าเมื่อไหร่ ต้องมีอะไร ได้อะไร อยู่ที่ใหน เพราะชีวิตเปรียบเสมือนการแข่งเรือใบ ไม่ใช่มะพร้าวแห้งลอยน้ำ เราจะต้องมีการกำหนดว่าจะแล่นเรือใบไปที่ไหน ระยะทางเท่าไหร่ และเรามีเวลาอยู่เท่าไหร่ เมื่อเราทราบเป้าหมายและเวลาที่มีอยู่แล้ว จะทำให้เรามีการวางแผนการใช้เวลาอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่นต้องใช้เวลาในการออกสตาร์ทเท่าไหร่ ต้องใช้เวลาในการปรับใบเพื่อเปลี่ยนทิศทางภายในกี่วินาที ถ้าเจอมรสุมหรือคลื่นแรงๆเราจะต้องจัดการอย่างไร สิ่งเหล่านี้ล้วนมีคำตอบในตัวมันเองว่าถ้าเป้าหมายเป็นแบบนี้ มีเวลาเท่านี้แล้วเราจะบริหารเวลาที่มีอยู่ได้อย่างไร
ในชีวิตของเราทุก คนก็เหมือนกัน ถ้าเรามีเป้าหมายชัดเจนมันจะบอกเราเองว่าอีก 5 ปีข้างหน้าเราจะต้องทำอะไรบ้าง อีก 1 ปีข้างหน้าเราจะต้องมีอะไรบ้าง เดือนหน้าเราจะต้องทำอะไรบ้าง และมันจะบอกเราแม้กระทั่งว่าวันนี้เวลานี้เราจะต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งจะทำให้การใช้เวลาของเราทุกวินาทีตอบโจทย์ได้ว่าเราใช้เวลาในแต่ละช่วง ไปเพื่ออะไรและใช้อย่างไร

การที่หลายคนชอบยกตัวอย่างให้เราคิดตามว่า ถ้าเรามีเวลาเหลือเพียง 7 วันในชีวิตนี้ มีอะไรบ้างที่เรายังไม่ได้ทำและอยากจะทำก่อนที่จะไม่มีชีวิตอยู่ในโลกนี้ เป็นตัวอย่างที่ดีที่สามารถจำลองการใช้เวลาในชีวิตของเราให้ชัดเจนมากยิ่ง ขึ้น สิ่งนี้คงจะคล้ายๆกับสำนวนไทยที่ว่า “ ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา ” นั่นเอง

ผมจึงอยากให้ทุกคนลองคิดดูว่าเวลาทำงานของเราจริงๆ นั้นมีเพียงไม่กี่พันวัน ลองคิดกันเล่นๆนะครับว่าสัปดาห์หนึ่งเราทำงาน 5 วัน เดือนหนึ่งทำงาน 22 วัน ปีหนึ่ง 264 วัน ถ้าเราอายุ 30 เรามีเวลาเหลือเพียงอีก 30 ปีก่อนเกษียณอายุ เราจะมีเวลาทำงานจริงๆเพียง 7,920 วันเท่านั้นเอง ซึ่งไม่มากมายอะไร ขอให้ลองมาคำนวณดูว่าในจำนวนวันทำงานที่เหลืออยู่นี้ เราต้องการทำอะไรบ้าง แต่ละอย่างต้องใช้เวลาเท่าไหร่ พอหรือไม่ ถ้าไม่พอเราจะคิดหาหนทางบริหารเวลาที่เหลือนี้อย่างไร ผมเชื่อว่าถ้าทุกคนนำเป้าหมายและเวลาที่เหลืออยู่มาวางแผนการใช้ล่วงหน้า แล้ว เราสามารถใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่าและเพิ่มมูลค่าให้กับชีวิตได้

ดังนั้น การบริหารเวลาสำคัญอยู่ที่เราได้มีการกำหนดเป้าหมายชีวิตไว้ชัดเจนหรือยัง ในแต่ละช่วงเวลาเราได้จัดลำดับความสำคัญของกิจกรรมในชีวิตได้ดีเพียงใด คนบางคนบอกว่าอยากออกกำลังกายแต่ไม่มีเวลา จริงๆแล้วทุกคนมีเวลาเพียงพอสำหรับการออกกำลังกายหรืออาจจะมีเหลือเฟือด้วย ซ้ำไป แต่ที่เราไม่สามารถออกกำลังกายได้เพราะเราได้จัดลำดับของการออกกำลังกายไว้ อันดับท้ายๆนั่นเอง เรามัวแต่ไปให้ความสำคัญกับการทำงาน สังคม หรือกิจกรรมในชีวิตด้านอื่นๆจนไม่มีเวลาเหลือให้กับการออกกำลังกาย คุณเชื่อหรือไม่ว่าถ้าวันหนึ่งคุณเป็นโรคบางอย่างที่สร้างปัญหาให้กับชีวิต ของคุณอย่างยิ่งยวด และคุณหมอแนะนำว่ามีวิธีเดียวที่จะสามารถรักษาโรคนี้ได้คือการออกกำลังกาย ผมเชื่อเหลือเกินว่าการออกกำลังกายของคุณจะแซงทางโค้งขึ้นมาเป็นความสำคัญ อันดับหนึ่งในชีวิตของคุณอย่าแน่นอน


โดย ณรงค์วิทย์ แสนทอง
ผู้จัดการฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์ บริษัท เซเรบอส(ประเทศไทย) จำกัด

------------------------------------------------------------------------------------------------------

ปากพูดได้ดี กายก็ปฏิับัติการได้ดี นี่เป็นสิ่งวิเศษของแคว้น
ปากพูดไม่เก่ง แต่กายปฏิบัติการได้ดี นี่เป็นสิ่งมีค่าของแคว้น
ปากพูดได้ดี แต่กายปฏิบัติการไม่ได้ดี นี่เป็นสิ่งใช้ได้ของแคว้น
ปากพูดดี แต่ปฏิิบัีติตัวเลวร้าย นี่คือปิศาจของแคว้น

การปกครองแคว้นต้องเคารพยกย่องสิ่งวิเศษ ถนอมรักสิ่งมีค่า ช่วงใช้สิ่งใช้ได้ และ กำจัดปิศาจ

การแบ่งคนเก่งของท่านซุ่นจื้อ