วันพฤหัสบดีที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2552

กลุ่มคนหลอกลวงรีดไถเงิน ลิกขสิทธิ์ พร้อมวิธีป้องกันตัว ตอนที่ 4

การไถเงินร้านเกมเพลย์
วิธีหากินมีหลายรูปแบบครับ-
- **1 ไถแบบจับลิขสิทธิ์เกมในร้าน มีวิธีดังนี้
- 1.1 คนที่จะหากินในทางนี้จะตรวจดูว่าเกมไหนที่กำลังฮิตและไม่มีลิขสิทธิ์ เมื่อพบจะทำทุกวิถีทางติดต่อกับต่างประเทศเพื่อขอเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์
1.2 ตะเวนจับร้านเกม โดยการเข้าจับใช้ขั้นตอนที่ผิดกฎหมาย โดยจะจ้างตำรวจมา 2นาย ตำรวจได้คนละ500บาท(แต่ตำรวจจะออกตัวว่า มาดูแลความเรียบร้อย)
1.3 เมื่อเข้าจับจะยังไม่เอาผิดตามกฎหมาย แต่จะไถเงินจำนวน 50000 บาทขึ้นไป(ถ้าเอาผิดตามกฎหมายจะได้เงินน้อย เพราะศาลจะให้ชดใช้ตามจำนวนจริง ประมาณ 2000 บาท)
1.4 เหยื่อส่วนใหญ่จะตกใจและกลัว จะยอมจ่ายเงินให้ 5000 บาท หรือต่อรองเหลือ 40000 30000 10000 เมื่อได้เงิน พวกลิขสิทธิ์จะรีบกลับโดยเร็ว

****วิธีแก้เบื้องต้น
- อย่ายอมจ่ายเงินทุกๆกรณี เพราะของแท้จะไม่เรียกเงินและของแท้จะไม่มาจับกระจอกๆแบบนี้ครับ

2 ไถแบบยัดเยียดหัวเกรียนเล่นผิดเวลา หากร้านไหนใช้เกมแท้ทั้งหมดจะเจอไม้นี้แทน มีวิธีดังนี้
แบบเดิม*****

วันพุธที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2552

กลุ่มคนหลอกลวงรีดไถเงิน ลิกขสิทธิ์ พร้อมวิธีป้องกันตัว ตอนที่ 3

การไถเงินร้านเน็ต ร้านเกม PC
1 ไถแบบจับลิขสิทธิ์ MP3
1.1 หน้าม้าจะแอบมานั่งเล่นแล้วแอบโหลด MP3 ลงเครื่อง
1.2 ตัวแทนลิขสิทธิ์ จะเข้ามาจับโดยไว จ้างตำรวจมาเป็นเพื่อน 2 นายเหมือนเดิมครับ(คนละ500)
1.3 ตัวแทนจะอ้างลิขสิทธิ์เพลง และเรียกเงิน 50000 บาท โดยให้จ่ายกันเองก่อน
1.4 หากรายไหนหัวแข็งจะพาไปโรงพัก โดยตำรวจ100เวรจะกล่อมให้จ่าย (มันจะเลือกแจ้งความเวลาที่100เวร ที่ร่วมแก๊งเข้าเวร)
1.5 จะโดนขู่มากมาย เช่น ประกันเป็น 100000 หรือหากขึ้นศาลจะโดนปรับเป็น แสนๆ โม้ครับ ประกันจริง 50000 บาท ศาลไม่ปรับครับเจ้าของร้านชนะแน่นอน
****วิธีแก้ไขเบื้องต้น
-อย่าจ่ายเงินเด็ดขาด เพราะคดีนี้เจ้าของร้านชนะแน่นอน เพราะในชั้นศาลไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าใครเป็นผู้ลงMP3
-ปิดร้าน แล้วก็ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น เพราะถ้าลิขสิทธิ์ของแท้จะมีหมายศาลและตำรวจจะพูดแสดงโจ่งแจ้งว่าจับคุณจริง และไม่มีการเรียกเงินค่าไถ่ และประเด็นสำคัญ ลิขสิทธิ์ของแท้ไม่จับคดีกระจอกๆแบบนี้
2 ไถแบบยัดเยียดหัวเกรียนเล่นผิดเวลา หากร้านไหนใช้เกมแท้ทั้งหมดจะเจอไม้นี้แทน มีวิธีดังนี้
2.1 หากร้านไหนเผลอ โจรจะแอบส่งหัวเกรียนอายุน้อยๆ ต่ำกว่า 18 ให้มานั่งเล่นเกินเวลา
2.2 นัดแนะตำรวจมาจับตรงเวลาแป๊ะๆ คือ 22.01น
2.3 ดิ้นไม่รอดครับตำรวจจะไถเงิน 50000 เช่นกัน ถ้าไม่จ่ายโดนจับไปโรงพัก
****วิธีแก้ไขเบื้องต้น
- อย่าให้หัวเกรียนเล่นเกินเวลาห้ามพลาดเด็ดขาด
- ถ้าโดนจับอย่าแอบจ่ายใต้โต๊ะเพราะมันแพง ยอมโดนจับและเตรียมเงินประกันครับ สู้กันในศาล ศาลจะดูเจตนาครับ โดนปรับนิดหน่อย
- ถ้าผิดจริงโดยจงใจให้เด็กเล่นเกินเวลาเพื่อหวังเงิน ขอให้สารภาพตามตรงจ่ายในศาลนะครับ แล้วที่หลังอย่าทำอีก

วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2552

กลุ่มคนหลอกลวงรีดไถเงิน ลิกขสิทธิ์ พร้อมวิธีป้องกันตัว ตอนที่ 2

การไถเงินร้านซ่อมคอมพิวเตอร์
1 ไถแบบจับลิขสิทธิ์เพลงที่มีอยู่ใน โปรแกรม NICK KARAOKE
1.1 หน้าม้าจะมาตีสนิทร้านคอมพิวเตอร์ด้วยการนำคอมพิวเตอร์มาซ่อมก่อน 1 เครื่อง
1.2 อีก2-3 วันหน้าม้าจะนำเครื่องคอมมาอ้อนวอนให้ลงโปรแกรม NICK ตกลงนัดรับเครื่องกันโดยดี
1.3 วันรับเครื่อง พวกนี้จะจ้างตำรวจมา 2 คน(คนละ500) โดยตำรวจจะออกตัวว่าไม่ได้มาจับมาดูแลความสงบ
1.4 ไถเงิน 50000 บาทแล้วจะไม่เอาความผิดโดยอ้างว่าเป็นเจ้าของเพลง 2-3 เพลง ในโปรแกรม NICK โดยตัวแทนลิขสิทธิ์พวกนี้จะไปขอลิขสิทธิ์เพลงเก่าๆ ราคาถูกๆ
1.5 หากรายไหนหัวแข็งจะพาไปโรงพัก โดยตำรวจ100เวรจะกล่อมให้จ่าย (มันจะเลือกแจ้งความเวลาที่100เวร ที่ร่วมแก๊งเข้าเวร)
1.6 จะโดนตำรวจขู่มากมาย เช่น ประกันเป็น 100000 หรือหากขึ้นศาลจะโดนปรับเป็น แสนๆ โม้ครับ ประกันจริง 50000 บาท ศาลไม่ปรับครับเจ้าของร้านชนะแน่นอน
********วิธีแก้ไขเบื้องต้น
- อย่าคุยกับพวกมันไล่พวกมันกลับไป คุณไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น แม้แต่โรงพัก เพราะมันไม่มีหมายศาล หมายค้น
- หากพวกมันดื้อไม่กลับก็ปิดร้าน โทรตามพวกมาเย๊อะๆ
- อย่ายอมจ่ายเงินให้มันเด็ดขาด ถ้าจะจ่ายก็จ่ายให้มันไป 200 บาท บอกว่าช่วยค่าน้ำมันรีบๆกลับบ้านไปเถอะ
- ถ้ามันโง่มากไม่รู้กฎหมายยังดื้อแจ้งความ ก็ไม่ต้องจ่ายอยู่ดีครับ คดีล่อซื้อแบบนี้ศาลยกฟ้องครับ คุณชนะแน่นอน
- /แต่ส่วนใหญ่พวกนี้ไม่โง่ขนาดนั้น มันไม่ฟ้องศาลหรอกครับ ถ้าไม่จ่ายมันก็กลับไปเฉยๆ ต่อให้ฟ้องไปแล้ว พวกตัวแทนไม่มาขึ้นศาลหรอกครับ คุณก็ชนะอยู่ดี
2 ไถแบบจับลิขสิทธิ์โปรแกรม WINDOWS/MICROSOFT OFFICE /PHOTOSHOP และอื่นๆ ที่ทางร้านลงให้ลูกค้า
**เนื่องจากร้านซ่อมคอมซ่อมคอมให้ชาวบ้านธรรมดา โดยคิดค่าซ่อมครั้งละ 300-500 บาท จึงไม่อาจให้ชาวบ้านซื้อโปรแกรมแท้ให้กับเครื่องที่มาซ่อมได้ หากซื้อของแท้
ค่าซ่อมอาจจะสูงถึง 100000 - 200000 บาท ไม่ได้พิมพ์ผิดครับ แสน-สองแสนครับ /แล้วใครจะบ้ามาซ่อมล่ะครับ พวกโจรจึงคิดวิธีหากิน
1.1 เอาคอมมาให้ลง windows และโปรแกรมที่ลิขสิทธิ์แพงๆ โดยอ้างว่าซื้อ PC มาจากห้างแบบไม่มี OS (อ้างโง่ๆชาวบ้านที่ไหนจะโง่ซื้อคอมจอดำๆไม่มีwindowsมาใช้)
1.2เอาคอมเก่ามาให้ลง windows และโปรแกรมที่ลิขสิทธิ์แพงๆ
1.3 เข้าจับเหมือนเดิมเรียกเงิน 50000 บาท แบบ / 1 ไถแบบจับลิขสิทธิ์เพลงที่มีอยู่ใน โปรแกรม NICK KARAOKE
********วิธีแก้ไขเบื้องต้น
- หากมีคนนำคอมใหม่ที่บอกว่า ไม่มี windowSมา ขอให้ลงwindowsและโปรแกรม ก็ปฏิเสธอย่าลงให้เด็ดขาด
- ให้ทำเอกสารซ่อมไว้ และเขียนชื่อโปรแกรมที่เครื่อง PCจำเป็นต้องมี/ให้ลูกค้าติ๊กในช่องว่าเคยมีโปรแกรมเหล่านั้น และเขียนชัดเจนว่าทางร้านทำการซ่อมให้ใช้ได้เหมือนเดิม
และส่วนโปรแกรมพิเศษต่างๆให้ลูกค้าเขียนเอง หากมีคนนำคอมเก่ามาให้ลง ก็ให้ลูกค้ากรอกแบบฟอร์มนั้น และให้ลูกค้าเซ็นชื่อ
- อย่าคุยกับพวกมันไล่พวกมันกลับไป คุณไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น แม้แต่โรงพัก เพราะมันไม่มีหมายศาล หมายค้น
- หากพวกมันดื้อไม่กลับ คุณก็ปิดร้าน โทรตามพวกมาเย๊อะๆ
- หากตำรวจพื้นที่นั้นโง่ไม่รู้กฎหมายว่าคดีแบบบนี้ศาลยกฟ้อง จับเจ้าของร้าน ให้เตรียมเงินประกัน 50000 บาท
- อย่ายอมจ่ายเงินเด็ดขาด
***************คดีแบบนี้ 99% การเข้าจับไม่มีหมายศาลครับ เพราะเมื่อขึ้นศาล ศาลก็ยกฟ้องครับ จึงไม่มีใครขอหมายศาล

วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2552

กลุ่มคนหลอกลวงรีดไถเงิน ลิกขสิทธิ์ พร้อมวิธีป้องกันตัว ตอนที่ 1

ไม่ได้สนับสนุนให้คนโกงนะครับ หากเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์จริง จับตามขั้นตอนกฎหมายจริง เรียกเงินตามจริง --ผมสนับสนุนครับ
แต่ การเรียกเงินตามศาลสั่งนั้น ของแท้จะรู้ว่าถ้าจับแบบรังแกชาวบ้านจะได้เงินน้อยอา จจะแค่ 2000บาท ดังนั้นของแท้จะจับโรงงานปั้มแผ่น หรือโรงงานผลิตครับของแท้ สังเกตุง่ายๆครับ ส่วนใหญ่จะมี 2 แบบ จะไปกับตำรวจกอบปราบครับ และจะไปกับตำรวจเศรษฐกิจ ครับ
คัดลอกมาจากกระทู้เวปพันทิปครับ กลัวมันจะหายไปเลยเอามาโพสไว้ครับ

ยุคนี้มีการหากินกันแปลกๆเกิดขึ้นเย๊อะ การละเมิดลิขสิทธิ์กำลังเป็นที่จับตาในสังคม
จึงเกิดกลุ่มคนที่คิดค้นอาชีพจับผู้ละเมิดลิขสิทธิ์
อาชีพจับของละเมิดลิขสิทธิ์ครับ ใครมีญาติหรือเพื่อนโดนรงแก หรือยังไม่โดนก็โปรดนำไปให้อ่านด้วยนะครับ
การจับของแท้จากเจ้าของลิขสิทธิ์โดยตรง ทำเพื่อให้คนหันมาใช้ของแท้ ไม่ใช่ทำเพื่อเรียกเงินเกินจริงจากเหยื่อ
-
-พูดง่ายๆคือ ตัวเองไม่ได้มีสิทธิ์ในลิขสิทธิ์นั้นๆ แต่ไปสมัครเพื่อไปไถเงินคนครับ แต่ถ้าทำตามกฎมันก็ไถเงินได้น้อยครับ คนจึงไม่เล่นตามกฎหมาย ใช้วิธีไถเงินและข่มขู่แทน
-
ที่จริงมันไม่ร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตครับ แต่ร้ายแรงตรงที่เป็นภัยสังคมครับ
ผู้เสียหายจะโดนไถเงินรายละ 10000-50000 บาท แต่ที่ผมบอกว่าร้ายแรงเพราะว่า มีคนโดนไปทั่วประเทศแล้วครับ

จุดเริ่มต้นแก๊งไถเงินครับ
1 เริ่มด้วยการตั้งบริษัทจำกัด แล้วรวบรวมขอซื้ออำนาจดำเนินคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา จากเจ้าของลิขสิทธิ์จริงเท่าที่ทำได้ เช่นเพลง กระเป๋า น้ำหอม เกม การ์ตูน โดยบริษัทเหล่านี้จะอ้างคุณธรรม ตั้งเพื่อปราบผู้ละเมิดลิขสิทธิ์
2 บริษัทเหล่านี้จะหาตัวแทน(ก็คือการรับพนักงานบริษัทตัวเอง)
3 ตัวแทนเหล่านี้จะหาสมาชิกแบบขายตรงเลยครับ เรียกว่าผู้รับอำนาจช่วง
4 ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่บ้านเมืองครับ แต่ก็มีโรงพักบางแห่งไม่ให้ความร่วมมือกับพวกโจร
5 เดินสายจับแบบผิดกฎหมายครับทีละจังหวัด ย้ายไปเรื่อย วนเวียนกลับมาทุกๆ 3-6เดือน
6 มีการทำธุรกิจนี้มาหลายปีแล้วครับ ประมาณ 7 ปี
-
รายได้
ตัวแทนพวกนี้จะรวยมาก รายได้เกินจะคาดเดา แต่ที่พบเห็นคือสามารถออกรถป้ายแดงกันทุกคน BMW ก็มี
-บางกลุ่มออกรถแวนป้ายแดงราคา 6 ล้านก็มี
-หัวหน้าบางคนทำจนมีเงินฝากถึง 200 ล้านบาท

-เห็นมั้ยครับว่าการตั้งบริษัทถูกกฎหมาย แต่ดูเจตนาการตั้งสิครับ เจตนาไม่ได้ทำเพื่อปราบหรือให้คนหันมาใช้ของแท้ แต่ทำเพื่อหาเงินเข้ากระเป๋าครับ
-
การไถแต่ละเเบบมีดังนี้ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2552

บางมุมที่น่ามอง - ใบพัด : ปิ๊งป่องปราบโจร ตอนจบ

"เอาอีกแล้ว ครั้งก่อนก็ที่ตักทรายของเด็กเล่น คราวนี้ก็แก้ว สเลอปี้อีก เซเว่นก็ไม่ได้อยู่แถวนี้ เอาไงดีหว่า" เขานึกอะไรไม่ออกเลยชูแก้วขึ้นเหนือหัว

ฮ้า ฮ้า ฮา ฮา....

"ยังไม่สำนึกอีกรึ" อาแปะพูดขึ้นมาขณะจมกองเลือด "พวกแกว่าคุณค่าของการมีชีวิตคืออะไร สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นงั้นรึ หรือว่าเบียดเบียนผลประโยชน์ของคนอื่น คนที่ตลอดทั้งชีวิตไม่เคยทำประโยชน์ต่อผู้อื่นว่าแย่แล้ว นี่พวกแกยังอุตส่าห์ไปก่อความเดือดร้อนให้คนอื่นอีก...น่าเศร้าจริงๆ เป็นขอทานยังดีกว่า ...ดูแก้วสเลอปี้นั่นสิ ! เคยเห็นใช่มั้ย ที่ขอทานเดี๋ยวนี้ใช้แทนขันน่ะ ท่านปิ๊งป่องชูมันขึ้นเพื่อเป็นการบอกว่า คนเหล่านั้นมีคุณค่าให้น่าเชิดชูยิ่งกว่าพวกเจ้าเสียอีก เพราะอย่างน้อยเขาก็ได้สร้างความสุขเล็กๆ ให้กับคนที่ให้เงินพวกเขา ขณะที่พวกเจ้าไม่ใช่"

พระเจ้าประทานอาหารให้แก่นกทุกตัว ทว่าพระองค์มิได้โยนอาหารเข้าไปในรังของมัน J.G. Holland เคยบอก

ฮื้อ ฮือ ฮื้อ ฮือ เสียงหัวเราะเปลี่ยนเป็นเสียงร้องไห้ด้วยความตื้นตัน โจรทั้งสองสัญญาว่าต่อไปนี้จะทำมาหากินโดยสุจริต ปิ๊งป่องให้แก้วสเลอปี้พวกเขาเป็นของที่ระลึก ก่อนที่ทุกฝ่ายจะโบกมือบ๋ายบาย

ความจริง อาแปะคือ เซียนตกอับที่ต้องมาขายอาหารประทังชีวิต เขาตอบแทนการช่วยเหลือของปิ๊งป่องด้วยการมอบ "ว๊าบ" ให้หนึ่งครั้ง ที่สามารถจะพาปิ๊งป่องไปยังจุดหมายใดก็ได้ในโลกที่เขาต้องการ เพียงแค่พริบตา

ปิ๊งป่องดีใจมากที่การเดินทางของเขาจะถึงจุดหมายได้เร็วขึ้น เขาอมยิ้มแล้วพริ้มตา นึกถึงจุดหมายที่อยากไป

พอลืมตา ปิ๊งป่องโผล่มาอยู่บนเกวียนของชายผู้หนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากที่เดิมมากนัก เขาดีใจมากที่ได้ไปอยู่ในเกวียนของคนที่จะเดินทางไปเขาเหลียงซาน

โดยลืมนึกไปว่า เขาว๊าบไปที่เขาเหลียงซานได้เลย...n


::

วันพุธที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2552

บางมุมที่น่ามอง - ใบพัด : ปิ๊งป่องปราบโจร ตอนที่ 2

บางมุมที่น่ามอง - ใบพัด : ปิ๊งป่องปราบโจร(?!!!)

Friday, May 02, 2003

โดยMGR ONLINE


ก็แปลกดี จอมยุทธ์ออกท่องยุทธจักร ไม่เห็นทำมาหากินอะไร แต่ไม่ยักมีใครอดอยาก

ยกเว้น เจ้าชายปิ๊งป่อง* พระเอกของเรา ที่ตอนนี้กำลังอด แล้วก็อยาก อาหารเป็นอย่างมาก

เดินทางมาตั้งไกล เหนื่อยก็เหนื่อย หิวก็หิว เงินสักแดงก็ไม่มี มีแต่หน้าซีดๆ ขาวๆ กับห่อผ้าขาวๆ ซีดๆ

"ข้าจะต้องไปถึงเขาเหลียงซานให้ได้" ปิ๊งป่องโหมไฟกำลังใจให้ตัวเองอีกครั้ง เพราะมันเริ่มแผ่วไปเพราะความเหนื่อยอ่อนจากการเดินทาง ก่อนจะก้มหน้าก้มตาเร่งฝีเท้าเพื่อไปให้ถึงจุดหมายเร็วที่สุด

เดินเร็วๆ เช่นนั้นได้ไม่นาน ปิ๊งป่องก็ล้มหมดสติลงที่ข้างทางด้วยความหิว และอ่อนล้า

โถ...ปิ๊งป่อง ตั้งหน้าตั้งตาเดินเสียอย่างนั้น ความงามข้างทางเจ้าก็ไม่ได้แลเห็น ซ้ำร้ายยังต้องมาเป็นลมเป็นแร้ง ให้ต้องเสียเวลาพักอีก

เดินช้าหน่อยก็ได้

ภาพใต้เปลือกตาของปิ๊งป่องตอนนี้ ย้อนไปสมัยที่เขาลุกขึ้นมา บอกกับสมาชิกในครอบครัวบนโต๊ะอาหารว่า เขาขอโทษ ที่ปกปิดความจริงทุกคนมาตลอด ภายใต้รูปโฉมอันหล่อเหลาเอาการ (แต่ไม่เอางาน... เพราะทำแล้วเหนื่อย) ของเขา แท้จริงแล้วมิใช่คนธรรมดาสามัญ ทว่าเป็นเจ้าชายผู้สูงศักดิ์ เปี่ยมด้วยเมตตาและบารมี

แน่นอน...ทุกคนหัวเราะก๊ากข้าวแทบพ่น เพราะใครๆ ก็รู้ว่าปิ๊งป่องไม่ใช่เจ้าชาย เว้นเสียแต่ปิ๊งป่องคนเดียวเท่านั้นแหละที่ไม่รู้ แรกๆ ก็คิดว่าเล่นมุข แต่เซ้าซี้บ่อยๆ เข้า ทุกคนจำต้องเออออห่อหมกไปกับปิ๊งป่อง ให้สิ้นเรื่องสิ้นราว...เอ้า ! เจ้าชายก็เจ้าชาย(วะ)

3 เดือนให้หลัง บนโต๊ะอาหารตัวเดิม เจ้าชายหอบข้าวของเดินเข้ามาลาทุกคน บอกว่าเขาได้คิดทบทวนดีแล้ว ว่าจะออกเดินทางไป "เขาเหลียงซาน" ตามที่ใฝ่ฝัน ขออย่าได้ทัดทานเขาเลย แล้วก็เดินออกจากบ้านไปด้วยความมุ่งมั่น ทิ้งให้คนในบ้านอ้าปากค้างด้วยความงวยงง

3 นาทีให้หลัง ปิ๊งป่องก็กลับมาพร้อมกับหยดเหงื่อบนหน้าผาก และคำถามที่ว่า "เขาเหลียงซาน ไปทางไหน" เล่นเอาสมาชิกบนโต๊ะอาหารแทบล้มคะมำ

คืนนั้นพ่ออธิบายให้ปิ๊งป่องฟังว่า การที่คนหนุ่มคิดจะออกเดินทางไปตามฝันของตัวเองนั้นเป็นสิ่งที่ดี ในเมื่อยังมีเรี่ยวแรงก็ทำเสียตอนนี้ให้เต็มที่ แก่ตัวลงอยากจะทำ บางทีอาจ ทำไม่ไหว เพียงแต่ขอให้เตรียมตัวเองให้พร้อมจะไปผจญกับอุปสรรค และโอกาสที่จะมาระหว่างทาง เป็นพอ

แล้วพ่อก็เล่าอะไรต่อมิอะไรให้ปิ๊งป่องฟังอีกเยอะแยะ รวมทั้งเส้นทางที่จะไปสู่เขาเหลียงซานด้วย จากนั้นก็บอกว่าจะเตรียม "ของจำเป็น" ไว้ให้ก่อนเดินทางในวันพรุ่ง ที่หน้าประตู

"ของทุกอย่างในนี้ ใช้ได้กับทุกสถานการณ์ ทุกยามที่คับขัน...ขอเพียงมีสติ" แล้วเจ้าชายก็ออกเดินทาง

...เขาจำไม่ได้หรอกว่าสลบไปนานเท่าไหร่ แต่หลังจากแง้มเปลือกตาขึ้น เขาได้รับการช่วยเหลือจากอาแปะเจ้าของรถเข็นขายอาหารที่จัดให้เขานอนอยู่บนกองฟางหนานุ่มราวกับนอนอยู่กับพิซซ่าขอบชีสที่เพิ่งออกจากเตา ผิดแต่ว่าเย็นสบายกว่าเท่านั้น (จินตนาการแบบนี้เพราะหิวมาก)

ชายแก่เอ่ยถามเขาว่าหิวไหม อยากกินอะไร

"ข้าขออาหารที่เศร้าที่สุดหน่อยเถอะ" ปิ๊งป่องบอก

"อะไรของเจ้า อาหารที่เศร้าที่สุด" ชายสูงอายุเกาหัวด้านซ้ายด้วยมือขวา แล้วเกาสีข้างด้านขวาด้วยมือซ้าย แกรกๆ ๆ ๆ เนื่องเพราะความสงสัย (คำเตือน : ห้ามทำตาม เพราะท่าทางคุณจะดูตลกมาก)

ปิ๊งป่องเบ้ปาก ตีหน้าเศร้า แล้วตอบด้วยเสียงสั่นเครือว่า "หมั่น โถ......."

ชายแก่หัวเราะลั่น แล้วเขวี้ยงถังแก๊สใส่ปิ๊งป่องด้วยความเอ็นดู จากนั้นทั้งคู่ก็นั่งกินหมั่นโถแล้วสนทนากันอย่างถูกคอ จนกระทั่งผู้มาเยือนเข้ามาขัดจังหวะ

"นี้ ! อาแป๊ะถึ๊งเวล้าจ๊ายเงินแล้ว เอ๊ามาเสียดี๊ๆ" หนึ่งในสองอันธพาล "เสียงตรี" เอ่ยขึ้น (กลุ่มโจรกระจอก ที่มีชื่อเสียงอยู่บ้างในซัวเถา มักออกเสียงวรรณยุกต์ผิดเป็นเสียงตรี พูดแล้วเหมือนกับร้องเพลง ทว่าน่าขบขันกว่า)

"ไม่มีหรอก วันนี้ยังขายของไม่ได้เลย เอ้านี่ เอาขนมจีบซาลาเปาไปกินก่อนนะ"

"ไม้กิน ! ข๊าจะเอ๊าเงิน" แล้วก็ผลักอาแปะล้มลงจนก้นจ้ำเบ้า

ปิ๊งป่องอดรนทนไม่ได้ ลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธ แล้วตะโกนบอกให้นักรีดไถทั้งสองหยุดทำร้ายอาแปะ

"ฮ้า ฮ้า ฮา ฮา" เสียงหัวเราะราวกับเสียงคอรัสวงสุนทราภรณ์ของสองโจร บาดหัวใจของปิ๊งป่องยิ่งนัก

ทั้งสองไม่สนใจ เข้ารุมทำร้ายอาแปะต่อ ปิ๊งป่องสุดทน จำต้องล้วงของในห่อผ้าออกมาเพื่อเอามาช่วยชายแก่ผู้มีพระคุณ

แก้วสเลอปี้ใช้แล้ว เป็นสิ่งที่ ปิ๊งป่องหยิบขึ้นมา !

วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

รัฐบาลไหน ใครกู้ IMF

จากบทความชื่อ เลิกคิดเสียทีว่า ประชาธิปัตย์ เป็นผู้เริ่มกู้ IMF

ในสมัยรัฐบาลพลเอกชวลิต ประเทศไทยประสบกับปัญหาทางเศรษฐกิจที่รุมเร้าต่อเนื่องจากรัฐบาลบรรหาร ไทยถูกโจมตีค่าเงินบาท และทางการไทยเลือกที่จะปกป้องค่าเงินบาท จนเงินทุนสำรองระหว่างประเทศแทบหมดสิ้น...สุดท้ายรัฐบาลพลเอกชวลิตประกาศ "ลอยตัวค่าเงินบาท" เมื่อวันที่ ๒ ก.ค. ๔๐

หลังจากนั้นก็ตามมาด้วยความวุ่นวายต่างๆ การปิดกิจการของบริษัทเงินทุนต่างๆ การเลิกจ้างพนักงานจำนวนมาก จนในที่สุดประเทศไทยต้องขอความช่วยเหลือจาก IMF (เป็นการกู้ครั้งที่ ๕ นับตั้งแต่ไทยเป็นสมาชิกเมื่อ ๓ พ.ค. ๒๔๙๒) โดย IMF ให้ความช่วยเหลือด้าน "การเงิน" และด้าน "วิชาการ"

หนังสือแสดงเจตจำนง หรือ Letter of Intent (LOI) ฉบับที่ ๑ ทำขึ้นเมื่อวันที่ ๑๔ ส.ค. ๔๐ เป็นสมัยของรัฐบาลพลเอกชวลิต โดยมี ดร.ทนง พิทยะ เป็นรมว.คลัง ต่อมาพลเอกชวลิตประกาศลาออกเมื่อเดือน พฤศจิกายน ๒๕๔๐

เป็นที่ทราบโดยทั่วกันว่ารัฐบาลที่มารับช่วงต่อคือรัฐบาลชวน ภาระต่างๆ ที่ต้องจัดการก็ยังมีอยู่มาก รวมถึงพันธะที่ได้ทำไว้กับ IMF ตั้งแต่สมัยรัฐบาลพลเอกชวลิต

ผมยืนยันไว้ตรงนี้ว่า ผมไม่ขอกล่าวโทษแก่รัฐบาลพลเอกชวลิต เพราะผมเห็นว่าในสถานการณ์ขณะนั้น ทางเลือกของประเทศไทยมีอยู่ไม่มากครับ




 เป็นที่แน่นอนว่ารัฐบาลชวน หลีกภัย หรือพรรคประชาธิปัตย์เองไม่ได้เป็นที่มาของ IMF โปรดทำความเข้าใจเสียใหม่ด้วย

ประเด็นต่อมาก็คือใน LOI ฉบับที่ ๑ ได้ระบุไว้ชัดเจนว่า "ประเทศไทยมีพันธะจะต้องปฏิบัติตามแนวทางและเงื่อนไขต่างๆ..." ทั้งนี้ก็เพราะในขณะนั้นไทยต้องใช้ความช่วยเหลือด้านการเงิน ที่มาพร้อมกับความช่วยเหลือด้าน "วิชาการ"

เรื่องของ "ด้านวิชาการ" ที่ IMF จะให้ความช่วยเหลือก็เพื่อให้ไทยได้ปรับโครงสร้างต่างๆ เพื่อก้าวให้พ้นวิกฤตเศรษฐกิจ (การช่วยเหลือไทยนี้จะด้วยความจริงใจหรือต้องการให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์...ผมมิอาจกล่าวในที่นี้ได้ ท่านผู้อ่านโปรดพิจารณาแล้วกัน) เช่น การแปรรูปรัฐวิสาหกิจโดยเฉพาะด้านพลังงาน ที่ IMF อ้างข้อดีมากมายว่าจะทำให้เพิ่มประสิทธิภาพ หรือลดภาระภาครัฐในสถานการณ์การคลังย่ำแย่ก็ตาม

 

จุดนี้ใช่หรือไม่ครับที่เป็นที่มาของกฎหมาย ๑๑ ฉบับ หรือกฎหมายขายชาติ ที่ผมเองก็ต่อต้าน แต่จะให้ทำยังไงครับในเมื่อ ณ ขณะนั้น ไทยยังอยู่ในพันธะของ IMF จะให้มีนายกชื่อพลเอกชวลิต, ชวน, บรรหาร หรือแม้แต่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็หนีไม่พ้นที่จะต้องทำตามพันธะนี้

 

นอกจากนี้พันธะของ IMF (ที่ไม่ได้มาจาก ปชป. อย่างที่หลายคนเข้าใจ) ก็ยังกำหนดให้ "เข้มงวดในการปรับเงินเดือนภาครัฐ..." จุดหมายก็เพื่อไม่ให้กระทบกับฐานะการคลังมากนัก

ฉะนั้นแล้วการบริหารงานของสมัยพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ, นายชวน หลีกภัย และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จึงแต่ต่างกันราวฟ้ากับดิน

ในสมัยที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น แท้จริงปัญหาทางเศรษฐกิจที่รุมเร้าได้แก้ไขไปมากแล้ว อีกทั้งปัจจัยทางเศรษฐกิจต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกประเทศก็ได้เอื้ออำนวยกับการบริหารงานของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ

 

คุณอาจจะกล่าวอย่างใดก็ได้ตามต้องการ แต่หลักฐานมันชัดครับ

คุณอาจกล่าวโดยไม่ทราบข้อมูล

ไม่เป็นไรครับ แค่อ่านและทำความเข้าใจก็พอ


ที่มาจาก บล๊อก oknation  http://www.oknation.net/blog/print.php?id=286908

-----------------------------------------------------------------
พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง
โททนต์เสน่งคง สำคัญหลายในกายมี
นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์
สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา”
(สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส : กฤษณาสอนน้องคำฉันท์)
 

วัวควายและช้าง เมื่อตายลงแล้ว เขาและฟันแม้นซากก็ยังสามารถเอามาใช้ประโยชน์ได้ ส่วนมนุษย์ เมื่อตาย ไม่มีอะไรที่เอาไปใช้สอยให้เป็นประโยชน์ได้ จะมีก็แต่ความชั่ว ด ที่ี คงอยู่ในโลก
 

 

วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

นิทานผจญภัย ตอนที่ 1 จบ

"ชุดเล่นตักทราย" ที่เด็กๆ เอาไว้เล่นริมหาดบางแสน คือสิ่งที่เขาหยิบขึ้นมา มีพลั่วพลาสติกสีแดงสด กับถ้วยสีเหลืองใบเล็กไว้ก่อปราสาททราย แถมด้วยพรวนสีน้ำเงินอีกอัน...ตายล่ะสิ !!! ช่วยไม่ได้แล้ว ยามนี้เจ้าชายกลัวอย่างถึงที่สุด โช้ง! เช้ง! ๆ ๆ แต่แล้วคิดขึ้นมาได้ว่า ในเวลาที่ทุกคนกำลังต่อสู้กัน คงจะเป็นการดีที่สุด หากเขาจะพรางตัวด้วยการปลอมเป็นคนที่นั่งเล่นตักทราย โช้ง! เช้ง! ๆ ๆ "ที่นี่ไม่ใช่ทะเล คงไม่มีใคร สนใจคนเล่นตักทรายหรอกกระมัง" เขาเลยนั่งยองๆ ลงพรางตัว ท่ามกลางสมรภูมิและคมดาบ โช้ง! เช้ง! ๆ ๆ โถ...เจ้าชายนี่มันในโรงเตี้ยมนะ คมดาบของหัวหน้าพรรคซัวรักเถากำลังจะบั่นลงที่คอของเจ้าชาย ทว่าทุกสิ่งก็ต้องหยุดลง !

"ทุกคนหยุดก่อน!" หัวหน้าพรรคตะโกน โช้ง! เช้ง! ๆ ๆ "ข้าบอกให้หยุด" ฉี่...(เสียงของความเงียบ) จากนั้นทุกคนก็มามุงดูคนบ้าเล่นตักทรายในที่ที่คนกำลังยกพวกตีกัน "เจ้ากำลังทำอะไร !" หัวหน้าพรรคตะคอกถาม พร้อมเหลือบดูกองข้าวที่ถูกสร้างเป็นปราสาทด้วยถ้วยพลาสติกสีเหลือง ประดับด้วยไก่ คูน้ำซุปรอบกำแพงเมืองที่ถูกขุดด้วยพลั่วและพรวน แซมด้วยต้นไม้ ที่แทนด้วยเศษแตงกวา กับเลือดไก่ จู่ๆ หัวหน้าพรรคทั้งสองเกิดดวงตาเห็นธรรม "ข้ามีตาหามีแววไม่ ท่านปราชญ์ วจีที่ไม่ต้องเอ่ยของท่านส่งถึงข้าแล้ว" หัวหน้าพรรคทั้งสองโค้งคารวะเจ้าชายที่งงเป็นไก่ตอนไม่เอาหนังตาแตก เพราะไม่คิดว่าที่ทำไปจะมีนัยอะไร "ปราสาทข้าว" ก็เสมือนกับ "เมือง" ที่ประกอบขึ้นโดยประชาชนแต่ละหน่วยๆ หลอมรวมกันขึ้นจนเป็นปราสาทที่แข็งแกร่ง เมื่อเมืองถูกแบ่ง ไฉนเลยจะเป็นเมืองอยู่ (ช่วงนี้ แบ็คกราวน์เพลง "ปราสาททราย" ของสุรสีห์ เฟดขึ้นเบาๆ) ...หัวหน้าพรรคทั้งสอง คิดในใจ "ใยท่านไม่นำเอาเศษเนื้ออื่นๆ ที่กระจัดกระจายมากมายมาวางประดับบนปราสาททั้งหมดเสียเล่า" ลิ่วล้อคนหนึ่งเอ่ยขึ้น

"เอ่อ...ถ้าไก่เยอะกว่าข้าว มันก็เป็นไก่ข้าวมันน่ะสิ ไม่ใช่ข้าวมันไก่" เจ้าชายตอบซื่อๆ ผู้นำของทั้งสองพรรคครางฮือ เพราะไม่คิดว่าจะได้ยินอะไรที่คมกริบเช่นนี้ "โอ้ โน่ว ข้าคิดออกแล้ว ส่วนที่เป็นเนื้อไก่บนข้าว ก็เสมือนกับชนชั้นปกครอง ที่เขาจะต้องรักษาสมดุลระหว่างอำนาจของตนกับพลังของประชาชน หากเขายึดในอำนาจของตัวเองเป็นใหญ่เสียแล้ว ประเทศก็จะไม่เป็นประเทศ เมืองก็จะไม่ใช่ของประชาชนอย่างแท้จริง ขณะเดียวกันหากประชาชนยึดแต่อำนาจของตัว จนไร้กรอบสิ้นวินัย ประเทศก็จะไร้ระเบียบเช่นกัน" คราวนี้ผู้นำของ "ประเฉาซัวธา" เอ่ยบ้าง จากนั้นลูกน้องระดับบัวใต้น้ำก็ครางตามอย่างเจ้านายบ้าง แล้วก็จับกลุ่มซุบซิบชื่นชมกับจนเสียงระงมไปหมด ระงม ระงมๆ ๆ ท่ามกลางสายตาปราบปลื้มของเหล่าจอมยุทธ ระงมๆ ๆ เจ้าชาย เก็บเครื่องมือตักทรายลงในห่อผ้า ระงมๆ ๆ จากนั้นก็เตรียมเดินทางต่อด้วยความรู้สึกเหนียมอายและหิวเต็มที่ ระงมๆ ๆ "ช้าก่อนท่าน ไม่ทราบท่านมีชื่อเสียงเรียงนามว่ากระไร" หัวหน้าซัวรักเถาถาม "ข้าชื่อระงม เอ้ย ! ไม่ใช่ ชื่อเจ้าชายปิ๊งป่อง" เขาเดินไปตอบไปโดยไม่หันหน้ากลับมามองแม้เพียงนิด เขารีบเดินก้มหน้ากอดห่อผ้าวิเศษพลางซาบซึ้งกับคำสอนของป๋า ทิ้งให้สมาชิกทั้งสองพรรคมองตามจนลับสายตา ...การเดินทางไปถึงยอดเขานั้นแสนยาวไกลต้องเจอผู้คนอีกมาก "ของจำเป็น" ในห่ออีกหลายชิ้นยังไม่ถูกใช้ ถ้ารักปิ๊งป่องก็อย่าลืมติดตามอ่านต่อ หรือไม่ก็เมล์มาให้กำลังใจ แต่ถ้าไม่รัก ก็ขอให้เกลียด น้อยๆ และอย่าเกลียดนานๆ ล่ะ เอ่ออ...พี่เบิร์ดรู้น่ะ ว่าไม่รักก็คงไม่มา อะ อะ อะ หรอกใช่ไหมจ้ะ

วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

นิทานผจญภัย ตอนที่ 1

Friday, April 25, 2003

โดย Manager Online บางมุมที่น่ามอง - ใบพัด : ห่อผ้าของปิ๊งป่อง

     มหากาพย์ที่คุณกำลังจะได้อ่านต่อไปนี้ เป็นเรื่องราวที่ถูก สมมติขึ้น ส่วนจะเกี่ยวข้องกับบุคคลใดหรือเปล่านั้น ต้องเรียนตามตรงว่า เกินปัญญาที่ผมจะไปสืบทราบ... ผู้รับบทพระเอก มีนามตามท้องเรื่องว่า "เจ้าชายปิ๊งป่อง" เป็นหนุ่มน้อยหน้าตาดี ที่มักคิดไปเองว่าเจ้าหญิงต่างเมืองมาหลงใหลยื้อแย่งตบตีไม่เว้นแต่ละวัน ซึ่งจริงๆ แล้ว มันไม่ได้เป็นเจ้าชงเจ้าชายอะไรกับเขาหรอก...คิดไปเองทั้งนั้น โชคดีที่คนละแวกบ้านไม่ถือสา พากันเรียกคนบ๊องส์อย่างปิ๊งป่องว่าเป็นเจ้าชายตามใจ(มัน) ปิ๊งป่องอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ในซัวเถา หมายใจว่าจะไปพิชิตยอดเขาเหลียงซานอันเลื่องชื่อให้ได้ก่อนวัยจะเหยียบ 30 (ทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่าบนนั้นมีอะไรบ้าง รู้แค่ว่าอยากไปแค่นั้นน่ะ) เส้นทางแม้นจะยาวไกล แต่คนหนุ่มแน่วแน่ว่าจะออกเดินทางไปพร้อมโชคชะตา และห่อผ้าคู่ชีพที่ภายในมีของใช้ "จำเป็น" ที่เสด็จพ่อมอบให้ อย่างที่โบราณว่าจริงๆ "ที่ใดมีโรงเตี้ยม ที่นั่นมีทุกข์"

ปิ๊งป่องแวะเข้าพักที่โรงเตี้ยมกลางแจ้งข้างทาง หลังเหนื่อยอ่อนจากการเดินเท้ามาตลอดหลายชั่วยาม เถ้าแก่เจ้าของโรงเตี้ยมมุงจาก พื้นดินลูกรังแห่งนี้ มาต้อนรับเจ้าชาย ปิ๊งป่องอย่างสุภาพว่า "เฮ้ย ! เองน่ะ ที่นั่งตรงนั้นมันของหัวหน้าพรรคเขาโว้ย ของเองต้องมานั่งตรงนี้" เจ้าชายยิ้มพร้อมส่ายหัว แล้วลุกไปนั่งที่โต๊ะตากแดดถัดไปอีก 2 โต๊ะตามที่เถ้าแก่เชิญ พร้อมกับสั่งข้าวหน้าเป็ด 1 จาน "อืม เถ้าแก่...ข้าขอข้าวหน้าเป็ดจานนึง แต่ไม่เอาเป็ดนะ เปลี่ยนเป็ดเป็นไก่ตอนสับ แล้วข้าวน่ะ ข้าขอเป็นข้าวมัน แล้วขอน้ำซุปด้วย" เถ้าแก่ขานรับเจ้าชายจากในครัวเป็นคำหยาบ

ข้าวมันไก่คำแรกยังไม่ทันได้เข้า ปากของปิ๊งป่อง ท่านหัวหน้าพรรค "ซัวรักเถา" ที่เถ้าแก่พูดถึง ก็เข้ามานั่งในร้านพร้อมกับสมาชิกพรรคอีกเป็นกระบุง เถ้าแก่จัดให้พวกนั้นนั่งที่วีไอพีที่แกจองไว้ให้ ให้ตายเถอะ วันแรกของการท่องยุทธภพของเจ้าชายก็มีเรื่องวุ่นเสียแล้ว เพราะทันทีที่พรรคซัวรักเถานั่งเก้าอี้กันครบ พรรค "ประเฉาซัวธา" ซึ่งเป็นพรรคคู่อริก็ยกพวกกันมาที่โรงเตี้ยมแห่งนี้เช่นกัน ไม่มีการพูดพร่ำทำเพลง เพราะไม่ได้เป็นโปรดิวเซอร์ แต่เป็นนักรบที่เจอศัตรูเมื่อไหร่เป็นต้องฆ่า หันไปทางเถ้าแก่ก็หนีหัวซุกหัวซุนไปแล้ว เจ้าชายก็เตรียมจะเผ่นบ้าง ทว่าไม่ทันกาล เพราะสงครามย่อยๆ เริ่มขึ้นแล้ว ย้ากส์...โช้ง! เช้ง! ๆ ๆ... เพี้ยย!...โอยย...ตูม!...โครม! โต๊ะของเจ้าชายถูกผลกระทบของการต่อสู้ ทำให้จานข้าวมันไก่ที่อยู่ตรงหน้า คะมำลงไปที่พื้นดินเบื้องล่าง ! สมาชิกสองพรรคตีกันยกใหญ่แล้ว ใจหนึ่งก็กลัว โช้ง! เช้ง! ๆ ๆ ใจหนึ่งก็ทนงในศักดิ์ศรีของความเป็นเจ้าชาย โช้ง! เช้ง! ๆ ๆ จึงตัดสินใจเปิดห่อผ้าที่เสด็จพ่อมอบให้ไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน "ของทุกอย่างในนี้ เป็นของจำเป็น ใช้ได้กับทุกสถานการณ์ ทุกยามที่คับขัน...ขอเพียงมีสติ" คำของเสด็จป๋ายังอยู่ในโสตประสาท เจ้าชาย รีบควักของวิเศษออกมาจากห่ออย่าง ลนลาน หมายจะเอามาปกป้องตัวเอง

ต่อ ตอนจบ

วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ฉันกับปัญหาการ sign in MSN ไม่ได้

มาดูกันว่า จะออนไลน์ msn ยังไงดีเมื่อตอนนี้ไม่สามารถเข้าเอ็มได้อีกแล้ว ดาวน์โหลดเวอร์ชั่นก่อนหน้าก็ยังใช้ไม่ได้ ตอนแรกนึกว่าเน็ตหลุดซะอีกอยู่ๆเอ็มก็ดับไป แล้วเข้าไม่ได้ แต่เอ๊ะ เว็ปก็เข้าได้ปกตินี่น่า
อยู่ๆก็เกิดอะไรขึ้นกับ MSN ก็ไม่รุู้ ทำให้หลายๆคน รวมทั้งผมเองด้วยไม่สามารถ ออนไลน์ MSN ได้ หาทางแก้อยู่นานไม่ว่าจะเป็น uninstall msn 9 ออกจากเครื่องให้หมด ลบ registry ลง 8.5 ที่เมื่อก่อนเคยใช้ได้ แต่ตอนนี้ ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้อีก กำละสิ ทำไงดีเนี่ย หลังจากเซิร์จหลายๆเวป บางคนก็ให้เข้าไปแก้ ที่ system เปิด run พิมพ์โน่นนี่มากมายแต่ยังไม่สามารถแก้ปัญหา ทำให้เข้า msn ได้อีก เวปต่างประเทศก็เริ่มมีคนโพสถามเยอะขึ้นถึง วิธีแก้ให้สามารถกลับมา online msn ได้อีกครั้ง สุดท้าย ผมเลยเลิกหาวิธีแก้ แต่เปลี่ยนไปใช้ ตัวอื่นออนไลน์แทน msn ซะเลย -.-'' ได้มาสามโปรแกรมครับ ออนไลน์โดยใช้ hotmail เหมือน msn เลย contact ใน msn  เราก็ยังอยู่ครบ เพียงแต่ไม่ใช่ msn ออนไลน์เท่านั้นเองครับ แถมกินทรัพยากรเครื่องน้อยกว่า msn อีกต่างหาก ฟรีอีกด้วย  มาดูกันว่ามีโปรแกรมอะไรบ้างดีกว่า โปรแกรมแรก

  1 Pidgin ค่อนข้างเบาใช้งานง่ายมากๆเห็นหน้าตาเป็นแบบนี้ สามารถออนไลน์ msn, skype และโปรแกรมแช็ตอื่นๆได้ด้วย เยี่ยมมาก ลดการสิ้นเปลืองทรัพยากรเครื่องได้เยอะทีเดียว แถมเปิดทุกตัวยังกินแรมน้อยกว่าเอ็มตัวเดียวอีก



ดาวน์โหลด Pidgin ได้ที่นี่เลยครับ

   2 Windows Live Messenger Khalid Edition ตัวนี้หน้าตาเหมือน msn เลยครับ เว้นแต่จะมีตัว kk เป็นสัญลักษณ์ ข้างหน้าเท่านั้นเอง ใครอยากได้บรรยากาศหน้าตาแบบ msn ก็เชิญตัวนี้ได้เลยครับ



หน้าตาตอน sign in คล้าย msn มากๆผิดแค่โลโก้ 



หน้าตาเมื่อ sign in เข้าไปแล้ว โอ้ ถ้าไม่ติดโลโก้ kk นี่มัน msn ชัดๆ แต่น่าเสียดาย microsoft ห้ามไม่ให้แจกโปรแกรม
Windows Live Messenger Khalid Edition ครับ ลองเข้าไปดูในเวปผู้ผลิตเขาบอกว่า ถ้าอยากได้ไม่จำเป็นต้องเมลย์มาถามเค้านะครับ ว่าจะหาโปรแกรมได้ที่ไหน google เป็นเพื่อนที่ดีของเราครับ ^^


 3  Trillian โปรแกรมสารพัด chat ออนมันทุกอันใน หน้าต่างเดียวครับ ไม่ว่าจะเป็น msn, facebook, skype, Windows Live™, Yahoo!, MySpaceIM, AIM, Google, ICQ, Jabber,  IRC, และมีระบบจัดการ Email, Twitter™! รองรับ Windows, iPhone and Web
 ยอดไปเลยผมออน 3 อัน facebook, msn, skype กินแรมครึ่งหนึ่งของ msn ตัวเดียวครับ เวลาออนหลายๆอัน โปรแกรมจะแยกเป็นกลุ่มๆให้เลยครับ ว่ากลุ่มนี้ของ skype กลุ่มนี้ของ facebook กลุ่มนี้ของ msn นะ ทำให้สะดวกมาก ไม่ต้องออนหลายโปรแกรมให้วุ่นวาย

หน้าตากก็ประมาณนี้ครับ โหลดได้ที่นี่เลย ^^


---------------------------------------------------------------------

วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ฮวงจุ้ย ที่ทำงาน ตามวันเกิด วันอาทิตย์

ท่านที่เกิดวันอาทิตย์

    มีปัญหากับเจ้านายควรจะเสริมดวงชะตาด้วยน้ำ 1 แก้วใหญ่หรือจะใส่ในแจกันแก้วใส
วางไว้บนมุมขวามือ ของโต๊ะทำงาน ห้ามนำไปดื่ม และเทน้ำทิ้งทุกวัน น้ำจะเป็นตัวตกกระทบพลังด้านลบต่าง ๆ และจะช่วยแก้ไขปัญหาให้ค่อย ๆ เย็นลงได้ มีปัญหากับเพื่อนร่วมงานควรจะแก้เคล็ดเสริมดวงด้วยการนำต้นไม้ต้นเล็กๆมาวางบน โต๊ะทำงานหรือชั้นวางของข้างหลังที่นั่ง จะเป็นบอนไซ ตะโกดัด หรืออะไรก็ได้ และควรจะมีดินด้วย แต่อย่าใช้ดินวิทยาศาสตร์ ที่ทำงานวุ่นวายเมื่อมีแต่เรื่องที่ทำให้เครียด ไม่สบายใจ ควรใช้หินโรสควอตซ์สีชมพูตกแต่งเป็นต้นไม้ต้นเล็กๆนำมาวางไว้บนโต๊ะทำงาน ก็จะสามารถ แก้เคล็ดเสริมดวงชะตาให้ดีขึ้นได้เช่นกัน

วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ฮวงจุ้ย ที่ทำงาน ตามวันเกิด วันเสาร์

ท่านที่เกิดวันเสาร์

    มีปัญหากับเจ้านายควรเสริมดวงชะตาด้วยการวางโคมไฟ 1 ดวง ไว้บนโต๊ะทำงาน
และเปิดให้มีแสงสว่างอยุ่ตลอดเวลา จะแก้เคล็ดเสริมดวงชะตาที่มีปัญหากับผู้ที่เหนือกว่าได้
มีปัญหากับเพื่อนร่วมงานหากเพื่อนร่วมงานอิจฉาริษายาหรือไม่ลงรอยกันบ่อยครั้ง
ควรวางหินคริสตัลควอตซ์ที่เป็นแท่ง ๆ ไว้บนโต๊ะทำงานจะเสริมให้จิตใจ
และอารมณ์เย็นลง เพื่อนร่วมงานเชื่อมั่นเชื่อถือ
ที่ทำงานวุ่นวายหากต้องการขจัดปัญหายุ่งยากยุ่งเหยิงในที่ทำงานก็ควรใช้น้ำรินน้ำไหลหรือน้ำผุด
ขนาดพอดี ๆ มาวางเสริมในห้องทำงานหรือข้างโต๊ะทำงานของคุณ จะช่วยให้ภายในสถานที่ทำงาน
เกิดการถ่ายเท เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ไม่วุ่นวายเคร่งเครียดอย่างที่เป็นอยู่

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ฮวงจุ้ย ที่ทำงาน ตามวันเกิด วันศุกร์

ท่านที่เกิดวันศุกร์

    มีปัญหากับเจ้านายควรพกหินลาพิสลาชูรีติดตัวหรือสวมใส่เป็นเครื่อง
ประดับอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ให้บ่อยครั้งในช่วงนั้น
จะเสริมอำนาจบารมีและความเมตตาจากเจ้านายได้มีปัญหากับเพื่อนร่วม
งานควรนำสิ่งของเครื่องใช้อะไรก็ได้ที่มีเสียงเพลงร่วมด้วยมาวางบนโต๊ะทำงาน
เช่น วิทยุ กล่องดนตรี หรือการ์ดเสียงเพลง คลื่นพลังของเสียงจะ
ช่วยขจัดความยุ่งเหยิงวุ่นวายต่างๆรวมทั้งทำให้เราจิตใจเย็นลงอยู่ในความสงบ
และมองโลกในแง่ดีขึ้นด้วย วิธีนี้ยังช่วยขจัดปัญหาและความวุ่นวาย
ยุ่งเหยิง ด้านสถานที่ทำงานด้วย

วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ฮวงจุ้ย ที่ทำงาน ตามวันเกิด พฤหัสบดี

 ท่านที่เกิดวันพฤหัสบดี

    มีปัญหากับเจ้านายควรนำรูปปั้น เช่น รูปปั้นนางฟ้ามีปีก หรือเทวรูปบางอย่าง
เช่น พระพิฆเนศ มาวางบนโต๊ะทำงาน จะช่วยเสริมดวงชะตาให้มั่นคง กล้าแข็ง เจ้านายเกรงอกเกรงใจ
มีปัญหากับเพื่อนร่วมงานควรใช้แจกันดอกไม้สีเหลืองหรือขวดแก้วทรง
สูงปักดอกไม้สีเหลืองมาวางบนโต๊ะทำงานหรือชั้นวางของข้างหลังที่นั่ง
จะช่วยขจัดปัญหาเรื่องอิจฉาริษยาขัดแย้งกับคุณได้ที่ทำงานวุ่นวาย
ถ้าต้องการการบำบัดสถานที่ทำงานให้คลายความยุ่งยากยุ่งเหยิง ควรจะติดภาพวิวทิวทัศน์
ที่มีต้นไม้เขียวสด   และมีถนนทอดยาวสุดสายตาเอาไว้เบื้องหลังที่นั่งของคุณเพื่อเสริม
ดวงชะตาและแก้ปัญหาด้านนี้

วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ฮวงจุ้ย ที่ทำงาน ตามวันเกิด วันพุธ

ท่านที่เกิดวันพุธ

    มีปัญหากับเจ้านายควรถือเคล็ดด้วยการวางข้าวของเครื่องใช้ที่มีปลายแหลมและมีสี
ทองไว้บนโต๊ะทำงาน จะเป็นนาฬิกาตั้งโต๊ะหรือถ้วยรางวัลอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้
จะเสริมความเข้มแข็งมั่นคงให้กับสถานภาพการงานของคุณมีปัญหากับเพื่อนร่วมงานควร
จะใช้ถ้วยแก้วปากกว้าง 1 ใบ ใส่หินอเมทิสต์เอาไว้อย่างน้อย 3-4 ก้อน
หรือมากกว่าจะช่วยขจัดปัญหาทั้งกับเพื่อนร่วมงานที่อิจฉาริ ษยาขัดแย้งกับคุณไปจน
ถึงการบำบัดสถานที่ จะช่วยให้ความระส่ำระสายยุ่งเหยิงที่เกิดขึ้นในที่ทำงานคลายความยุ่งยากลง
ผู้คนที่อยุ่ร่วมกันก็มีจิตใจสงบดีขึ้น

วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ฮวงจุ้ย ที่ทำงาน ตามวันเกิด วันอังคาร

ท่านที่เกิดวันอังคาร

    มีปัญหากับเจ้านายควรถือเคล็ดด้วยการสวมเสื้อผ้าโทนสีเขียวให้บ่อยครั้ง ให้กลัด
เข็มกลัดรูปใบไม้ติดตัวทุกวัน โดยเฉพาะในยามที่ต้องเข้าพบเจ้านาย
จะช่วยลดการประทะเจ้านาย เชื่อมั่นชื่อถือในความคิดของคุณมีปัญหากับเพื่อนร่วม
งานให้นำเทียนแท่งที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 นิ้ว ซึ่งเน้นให้มีสีเขียว
มาวางบนโต๊ะทำงานจะขจัดปัญหายุ่งเหยิงขัดแย้งได้มากที่ทำงานวุ่นวายควรใช้หินสี
เขียวสดใส เช่น กรีนอเวนเจอรีน มาวางบนโต๊ะทำงาน จะใช้หินก้อนหรือเป็นแท่ง ๆ ก็ได้
จะช่วยบำบัดสถานที่ต่างๆ ที่วุ่นวายให้สงบลงได้

ฮวงจุ้ย ที่ทำงาน ตามวันเกิด วันจันทร์

ได้บทความมาทางเมลย์เลยเอามาโพสไว้อ่านเล่นกัน
 

ท่านที่เกิดวันจันทร์

    มีปัญหากับเจ้านายควรนำสิ่งของเคริ่องใช้บางอย่างที่ทำด้วยมุก หรือเปลือกหอย
ชิ้นขนาดเหมาะมือมาวางบนโต๊ะทำงาน
จะเป็นที่ทับกระดาษหรือกล่องใส่นามบัตรก็ได้ จะช่วยขจัดปัญหายุ่งเหยิงออกไปได้
บ้างมีปัญหากับเพื่อนร่วมงานให้ ใช้หินอความารีนสักก้อนหนึ่งมาวางบนโต๊ะทำงาน
หินจะช่วยส่งคลื่นพลังให้คนรอบข้างจิตใจเย็นลง และมองเราในแง่ดี ตัดความวุ่นวาย
ยุ่งเหยิงในจิตใจของคุณที่ทำงานวุ่นวาย หากที่ทำงานมีแต่เรื่องที่ทำให้เครียดไม่สบายใจ
ให้ใช้แจกันปากกว้างหรือถ้วยแก้วใสใส่น้ำและลอยดอกไม้ที่มีสีฟ้า น้ำเงิน หรือ
ม่วง ใช้เป็นดอกไม้ผ้าหรือพลาสติกก็ได้ จะช่วยบำบัดสถานที่ต่างๆให้คนเกิดวันจันทร์สงบลง
คลายความเคร่งเครียดวุ่นวายลงได้บ้างไม่มากก็น้อย

วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

วิธีปิด Autorun และ วิธีปิด Autoplay

ช่วงนี้ลงวินโดวน์ ใหม่บ่อยมาก ลงเสร็จก็ต้องนั่งหาทีว่า ปิด Autorun ยังไงนะ เพื่อป้องกันไวรัสลงเครื่อง ก็เลยเอามาเขียนลง blog ซะเลย ^^

วิธีปิด Autoplay

1. คลิก Start คลิก Run พิมพ์ GPEDIT.MSC เสร็จแล้วกด Enter
2. ในหน้าต่าง Group Policy Editor ให้คลิกที่เครื่องหมาย + หน้า Computer Configuration จากนั้นคลิกที่เครื่องหมาย + หน้า Administrative Templates แล้วคลิกที่ System
3. จากนั้นในด้านขวามือของหน้าต่าง Group Policy Editor ให้คลิกที่ Turn Off AutoPlay
4. ในหน้า Turn Off AutoPlay Properties ให้เลือกตั้งค่าเป็น Enble แล้วเลือก All Drives ดังรูปที่ 3 เสร็จแล้วคลิก OK

เป็นอันเสร้จสิ้นทีนี้ เมื่อปิด Autoplay แล้วก็ต้องปิด Autorun ด้วย

วิธีการปิด Autorun

1. เปิดโปรแกรม Star>Run แล้วก็พิมพ์ Regedit 
2. เข้าไปที่ HKEY_LOCAL_MACHINE > SOFTWARE\\Microsoft > Windows NT > CurrentVersion > IniFileMapping
3. จากนั้นให้สร้าง Key ใหม่ชื่อ Autorun.inf
4. คลิ๊กที่ folder ที่สร้างใหม่ ด้านขวาที่เขียนว่า Default ดับเบิ้ลคลิ๊ก ตรงช่อง Value (Default) พิมพ์ SYS:DoesNotExist แล้วปิดโปรแกรม Regedit 

เพียงเท่านี้ก็จะเป็นการปิดการทำงานของ Autorun เรียบร้อยแล้วล่ะครับ

ก๊อบมาจาก pantip.com/tech/techblog/article.php?articleID=SV2792868 ครับผม

วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ต้อนรับ เพื่อนร่วมทาง Thinkpad RZ4 ตอนที่ 2






นี่ครับ โฉมหน้าของเธอ Thinkpad R400 ผิวเธอเนียนได้ใจครับ เวลาสัมผัส นุ่มมือดีครับ ^^

เป็นที่เล่าลือกันมานานกับ notebook IBM thinkpad ถึงแม้ตอนที่จะขายกิจการส่วนนี้ให้ lenovo แล้วก็ยังคงคุณภาพของ thinkpad ไว้อยู่ แต่ก็ไม่ได้หวังว่าจะทนเท่าที่ตอนเป็นของ IBM หรอก มาดูส่วนประกอบกันครับ







อีกมุมหนึ่งของ Lenovo thinkpad RZ4วางบนโต๊ะ คีย์บอร์ดไม่มีภาษาไทยบนแป้นเลยดูไม่รกตาครับ

Thinkpad ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในงานด้านธุรกิจ ความปลอดภัยของข้อมูลสำคัญมากครับ ดังนั้นจึงมีฟังก์ชั่นหลายๆอย่างที่ใส่ไว้เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลเริ่มต้นจาก

1.    โครงสร้าง ThinkPad Roll Cage ซึ่งทำจาก โครงเหล็ก ทำจาก แม็กนี่เซียมอัลลอยด์ ทำให้รองรับการกระแทกได้ทนมากติดอยู่ที่ฝาบนและ ฐานของ notebook แอบดีใจรุ่น R400 ก็มี rool cage ด้วย อิอิ  http://shop.lenovo.com/SEUILibrary/controller/e/web/LenovoPortal/en_US/catalog.workflow:expandcategory?current-catalog-id=12F0696583E04D86B9B79B0FEC01C087&current-category-id=52A252555D554F338EB4B3178B3B6554&tab=3#tab-container-4  ความสามารถของมันทำให้ notebook สามารถรับแรงกระแทกที่เกิดจากลูกบอลหนักครึ่งกิโลได้ที่ความสูง 120 ซม.
2.    Harddisk Protection Thinkpad ทุกตัว Harddisk จะมีวัสดุรองรับกันไม่ให้หัวอ่านฮาร์ดดิส กระแทกกับแผ่นจาน ด้วย
3.    ฐานยางรองโน๊ตบุ๊ก เป็นยางรุปตัว w ทำให้รองรับแรงกระแทกได้ด้วย
4.    บานพับจอสามารถหมุนได้ 180 องศาครับ แถมแข็งแรงมากอีกด้วย จับจอยกขนานกับพื้นโลกสบายเลย แต่อย่าทำดีกว่า
5.    Power Management Lenovo มี ThinkVantage Power Manager ที่ช่วยในการบริหารจัดการพลังงาน โดยแตกต่างกับยี่ห้ออื่นๆคือ
มันสามารถบริหารจัดการได้จนถึงระดับ Hardware ไม่ใช่แค่ OS หรือ Software ทำให้สามารถจัดการได้ดีกว่าและใช้งาน Battery ได้มากกว่า

6.    พัดลมระบายความร้อนการอ่านข้อมูลในฮาร์ดดิส เบามากๆ แทบไม่ได้ยินเสียงเลย ไม่สิ ไม่ได้ยินเสียงเลย ระบายความร้อนได้ดีอีก เพราะเอาวางทำงานบนขา ไม่รุ้สึกร้อนเลย แค่อุ่นๆ เพราะมันระบายความร้อนออกด้านข้างนิ
7.    เรื่องการกันน้ำครับ Thinkpad เรามีระบบ Spill Resistant คือสามารถทำของเหลวหกใส่ได้ ไม่เกิน 120 cc ครับ กันได้ไม่ว่าจะเป็น น้ำเปล่า นม กาแฟ โดยที่รูระบายจะอยู่ใต้เครื่องครับ คีย์บอร์ดจะเว้าเพื่อช่วยในการระบายน้ำด้วย รูเครื่องที่ซื้อมานี่ยังเป็นวงกลมอยู่ แต่รุ่นใหม่ๆ เป้นสีเหลี่ยมแล้วลดปัญหาเรื่องแรงตึงผิวของน้ำทำให้ระบาย น้ำออกได้หมดจดเลยทีเดียว ไม่อยากทดสอบกับเครื่องตัวเองครับ เอาแค่รู้ไว้มามีดีกว่าใช้ได้ไม่ได้อีกเรื่อง ^^’
8.    Thinklight ตรงด้านบนๆของจอจะมีหลอดไฟครับเอาไว้เปิดส่องคีย์บอร์ดในกรณีที่ทำงานในที่มืดไม่มีแสงไฟ บางคนบอกไฟจาก LCD ก็พอครับ แต่หลังจากมาเปิดในห้องดู โอ้หรูดู ไฮโซ กว่าเยอะแฮะ ถึงไม่ค่อยจะเห็นประโยชน์แต่ได้งาน (แต่ปกติทำงานในที่มีแสงตลอดแล้วจะได้ใช้ตอนใหนล่ะนี่)

ข้อมูลส่วนหนึ่งจาก www.thaithinkpad.com ครับ






-------------------------------------------------------------------------------

ชายตาบอดเดินไปตามถนน โดยมีสุนัขนำทาง พอไปถึงสี่แยก สุนัขเจ้ากรรมกลับเดินดุ่ยๆ ไปในถนนซึ่งมีรถวิ่งขวักไขว่ชายตาบอดไม่รู้เรื่องก็เดินตาม ผู้ขับขี่ต้องเหยียบเบรกดังเอี๊ยด ตามมาด้วยเสียงบีบแตรจนแสบแก้วหู

แต่ในที่สุด ทั้งคนและสุนัขก็สามารถข้ามไปฝั่งตรงข้ามด้วยความปลอดภัย หลังยืนสูดหายใจอยู่พักใหญ่ ชายตาบอดก็หยิบขนมปังกรอบออกมาจากกระเป๋า และยื่นให้สุนัขคู่ชีวิต ผู้เห็นเหตุการณ์โดยตลอดสงสัยเป็นกำลัง จึงตรงเข้าไปถามว่า

"หมาตัวนี้เกือบทำให้คุณถูกรถทับตาย ยังจะให้รางวัลมันอีกเหรอ"
ชายตาบอดทำท่าเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันแล้วตอบว่า "ผมอยากรู้ว่าหัวมันอยู่ทางไหน จะได้เตะก้นมันให้จังๆ ไม่มีพลาด"

วันอังคารที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ต้อนรับ เพื่อนร่วมทาง Thinkpad RZ4 ตอนที่ 1

 


Lenovo Thinkpad R400




กล่องใหญ่มาก


กระเป๋าแถม


สมาชิกใหม่ของผมสำหรับ notebook ซื้อเองเครื่องแรกในชีวิต lenovo Thinkpad R400 หลังจากหาข้อมูลรีวิวต่างๆอยู่นาน ทั้งราคาและก็อุปกรณ์ภายใน ก็มาหยุดอยู่กับเธอ งบที่ตั้งไว้ 20000 บาทครับ เกินได้นิดหน่อย ว่าแต่งบเท่านี้ไม่แคล้วได้ CPU รุ่นไม่เกิน  T6600  แน่ๆสำหรับคอร์ทูในตอนนั้นคิด ทีแรกก็ว่าจอรอคอมมาร์ท แต่หลังจากหาตามเวปอยู่หลายสัปดาห์ ก็เจอจนได้ กับ Thinkpad R400 ในราคา 23000 ไม่รวมภาษี ก็โอเคกับราคานี้นะ มาดูกันหน่อยว่าได้อะไรมาบ้าง

CPU : Cor 2 Dual P8400 โอ้ ไม่คิดว่าจะได้ครอบครองนะนี่ แรกได้ใจ ความเร็วอยู่ที่ 2.26 GHz ก็โอล่ะครับ แรงกว่าเครื่องเก่า

Graphic Card :  Intel X4500 Integrated Graphics การ์ดจอออนบอร์ด ก็ถือว่าโออยู่ครับ เพราะเทียบกับยี่ห้ออื่นแพงๆ ที่การ์ดจอออนบอร์ดแล้วก็รุ่นนี้เหมือนกัน

Display :  14’’ WXGA TFT 1280x800

Ram : 1 GB DDR3 เพิ่มอีกหนึ่ง กิ๊กครับผม รวมเป็น 2 GB เพิ่มแค่ 499 บาท อยากเพิ่มมากกว่านี้แต่หมดเงินแล้ว T_T

HDD : 80 GB SATA 5400 rpm น้อยไปนิ๊ด แต่จะเอาอะไรมากล่า ราคาเท่านี้

Keyboard : English อันนี้ได้ใจ ไม่มีภาษาไทยครับ ใครพิมพ์สัมผัสไม่ได้ ก็ใช้เครื่องเราพิมพ์ไม่ได้ เฮ่อๆ แอบเลวนิดๆ

DVD : Ultrabay Burner

OS : Windows Vista Bussiness 32 bit Upgrade เป็น window 7 ได้ฟรีครับ

Weight รวมแบ็ต: 2.5 kg หนักมาก -.-‘’ มีเบาๆครับรุ่น T, X กิโลกว่าๆ แต่ราคาหนักมากกก 30k โน่นเงินไม่ถึงอ่า

ประกัน 1 ปีครับ ซื้อเพิ่มแน่ๆแต่เก็บเงินก่อน

Wi-fi 5100 AGN

Lan /MODEM /Bluetooth/No Camera / No fingerprint

Battery 6 Cell, Free Bag lenovo, Tecfon optic mouse 1200 Dpi 1 ตัว

เอาล่ะดูสเป็คแล้วก็เบๆ ถ้าไม่ดูที่ซีพียูก็ว่าแพงด้วยซ้ำกับ HDD 80 GB แล้วไหงเลือกเจ้านี่ล่ะ?
ตอนที่ 2 นะ





------------------------------------------------------------------------

ฉันรับหน้าที่ดูแลน้องชายวัยสิบขวบของเพื่อนชาย ระหว่างนั้นมีคนโทรศัพท์มาเขากระโดดไปรับทันที สักพักก็เดินกลับมาพร้อมกับทำหน้างงๆ ฉันเลยถามว่าเกิดอะไรขึ้น เขาบอกว่าคนที่โทรมาเมื่อกี้ยังไม่โทรกลับมาอีกเลย
"แล้วทำไมเขาต้องโทรกลับมาด้วยล่ะ"
"เขาอยากพูดกับแม่" เขาตอบ "ผมบอกว่าแม่ไม่อยู่ เขาเลยบอกว่างั้นขอฝากข้อความได้ไหม ผมก็เลยวางหู"
"อ้าว ก็เขาจะฝากข้อความแล้วหนูวางหูทำไม" ฉันถาม
"เป็นหน้าที่ของเครื่องตอบรับโทรศัพท์ ที่ต้องรับข้อความไม่ใช่หรือครับ" เขาตอบ

วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2552

เชื่อฉัน แจ้ ดนุพล แก้วกาญจน์

เนื้อเพลง: เชื่อฉัน
นักร้อง : แจ้ ดนุพล แก้วกาญจน์

ไม่อยากจะเจอคนที่ลืมสัญญา
ก่อนว่าเคยรักเราจริงจัง
เธอแหละทำให้ฉันต้องผิดหวัง
อกฉันแทบพัง
ใครมาเปลี่ยนใจเธอ
แต่ต้องเจอ เจอกันอยู่ทุกวัน
สักคำก็ยังไม่ยอมทักทาย
ดวงใจฉันแตกสลาย
เธอยิ้มสบายคงจะพบใครใหม่

ถ้าหัวใจไม่มั่นคง
แล้วใคร จะซื่อตรง
คิดไปห่วง และกังวล
คนอื่นคงจะไม่ชอบเธอจริง

(ต้อง) เชื่อฉัน อย่าหลงไปเชื่อใคร
ฉันนี้แหละห่วงใย
รักแท้ และแน่จริง
โปรดทิ้งความคิดจะเปลี่ยนใจ
ห้ามหนีไปชอบใคร ชอบทำไม
ชอบได้แต่ฉัน คนเดียว

ถ้าหัวใจไม่มั่นคง
แล้วใคร จะซื่อตรง
คิดไปห่วง และกังวล
คนอื่นคงจะไม่ชอบเธอจริง

(ต้อง) เชื่อฉัน อย่าหลงไปเชื่อใคร
ฉันนี้แหละห่วงใย
รักแท้ และแน่จริง
โปรดทิ้งความคิดจะเปลี่ยนใจ
ห้ามหนีไปชอบใคร ชอบทำไม
ชอบได้แต่ฉัน คนเดียว

(ต้อง) เชื่อฉัน อย่าหลงไปเชื่อใคร
ฉันนี้แหละห่วงใย
รักแท้ และแน่จริง
โปรดทิ้งความคิดจะเปลี่ยนใจ
ห้ามหนีไปชอบใคร ชอบทำไม
ชอบได้แต่ฉัน คนเดียว

วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ชิเมจิ ยานางิ เข็มทอง ผัดน้ำมันหอย อยู่เหย้าเข้าครัว V2

ค่ำๆ หลังจากปั่นงานเสร็จไปได้นิดหน่อย ฟ้ามืดและ กินไรดีล่ะค่ำนี้ ช่วงนี้เป็นไรไม่รู้ เบื่ออาหาร ไม่ค่อยอยากกินอะไรเลย แต่ไหงน้ำหนักมันขึ้นเอาๆ ว่าแล้วก็วิ่งไปเปิดคอมหาวิธีทำอาหาร ได้ล่ะผัดเห็ด -.-' (จะรอดมั๊ยเนี่ย) ว่าแล้วก็ไปฟู้ดแลนด์




พอถึงฟู้ดแลนด์ โอ๊ะๆ เห็ดรวมญี่ปุ่นนี่หว่า หวานล่ะ ลดราคา 49 บาท ว่าแต่มันทำอะไรได้บ้างล่ะนี่
ช่างมัน ซื้อมาก่อนค่อยว่ากันละกัน อย่างมากก็ต้ม (ลืมไปเลยว่าจะทำผัดเห็ด ><)


เครื่องปรุง (ภาพมันออกฟ้าๆเพราะลองปรับกล้องเป็น แสงฟลูออเรสเซนต์)

เอาล่ะถึงบ้านแล้วก็หาเครื่องปรุงก่อน ผัดเห็ดแน่ๆ มีน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว กระเทียม (ซื้อมา 1 ขีดหกบาท ) น้ำตาลเหลือจากตอนทำ ทีรามิสุ ^^



หน้าตาเห็ดรวมที่ล้างแล้ว มีเห็ดเข็มทอง ยานางิขาว และก็ชิเมจิ
ตามวิธีการที่หาได้ เค้าบอกว่า

1. พอกระทะร้อน ก็ใส่กระเทียมไปก่อนเลย ในน้ำมันร้อนๆ ให้พอเริ่มหอม เอ้าตอนนนี้ยังได้อยู่
2. ใส่เห็ดลงไป เอาล่ะอะไรมันน่าจะสุกยากล่ะนี่ อืม ชิเมจิก่อนล่ะกัน ตามด้วย ยานางิ แล้วเข็มทอง
3. ใส่น้ำมันหอย ว่าแล้วก็เปิดเท ...  ไม่ออก ... กำซวยละตู ... ตบตูดๆ ... ไม่ออก ...  กำๆๆ กำ ... มันแข็งสงสัยเพราะแช่เย็น อารมณ์เดียวกับวิปปิ้งครีมเลยวุ้ย อ้าวเอ๊ย เด๋วเห็ดไหม้ผัดก่อนๆ ตบตูดน้ำมันหอยต่อ ออกซิๆๆๆ ... ออกซิว้อย ... ออกๆ ออกๆ ... หลังจากเขย่าอย่างแรงออกมาซะเยอะเลย เอ๊ยๆ พอแล้วๆ กำๆ แล้วก็ลองชิมน้ำมันหอย อืม น้ำตาลอีกนิด ซีอิ๊วอีกหน่อย ผัดไป



เสร็จแล้วก็ได้ออกมาแบบนี้ ว่าแต่จะกินได้มั๊ยหว่า ลองชิมก่อน เอาสีขาวก่อนเลย เข็มทองมันเคี้ยวยากเดี๋ยวติดฟันเ็ซ็งมัน
...

หอมกระเทียม หวานนิ๊ดนิด เค็มหน่อยๆ หอมน้ำมันหอย ใช้ได้แฮะ เทข้าวสวยร้อนๆ ใช้ได้เลยแฮะ ว่าแต่งานนี้ไม่มีใครมาเทสเลย ว่าใช้ได้มั๊ย ว้าๆ ...


---------------------------------------------------------------

 ขณะเปลี่ยนหัวเทียนในรถ ฉันเกิดคิดขึ้นมาว่าลูกชายสองคนควรเรียนรู้วิธีไว้บ้าง
"ทำไมผมถึงต้องรู้ด้วยล่ะ" คนหนึ่งตั้่งข้อสงสัย
ฉันบอกทั้งคู่ว่าสักวันเขาจะมีรถยนต์ของตัวเอง จึงจำเป็นต้องเรียนรู้การซ่อมเล็กๆน้อยๆ เอาไว้บ้าง
"ให้ภรรยาทำไม่ได้เหรอครับ" เจ้าแปดขวบถาม

วันอังคารที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ข้างขึ้น ข้างแรม เค้าดูกันยังไงนะ




ไม่ได้อัพบล๊อกหลายวันเอาซะหน่อยวันนี้ ถึงแม้ว่าจะเลยเทศกาลไหว้พระจันทร์ไปไม่กี่วัน แต่พอแหงนมองท้องฟ้าช่วงนี้ก็ยังเห็นพระจันทร์สวยอยู่ วันนี้เลยเขียนบทความเกี่ยวกับวิธีดูข้างขึ้นข้างแรม ดีกว่า ^^

อย่างแรกเลยต้องรู้ก่อนว่าทิศตะวันออก ตะวันตกอยู่ไหน จากนั้นก็แหงนดูดวงจันทร์ ถ้าส่วนที่เป็นด้านมืด (ไม่ว่าจะแบ่งเป็นเสี้ยว หรือปูดนูนออกมา) หันไปทางทิศตะวันออก แสดงว่าเวลานั้นเป็นช่วงเวลาข้างขึ้นครับ ตรงกันข้าม ถ้าส่วนที่เป็นเงามืดบนดวงจันทร์ หันไปทางทิศตะวันตก ก็แสดงว่าเป็นช่วงของเวลาข้างแรมนั่นเอง

นอกจากนี้วิธีดูว่าขึ้นหรือแรมกี่ค่ำ โดยดูจากการประมาณส่วนเว้าหรือแหว่งของดวงจันทร์ครับ โดยที่
ถ้าดวงจันทร์สว่างเต็มดวง แน่นอน ขึ้น 15 ค่ำ
ถ้าสว่างครึ่งดวง คือ ขึ้น 7 - 8 ค่ำ หรือแรม 7 - 8 ค่ำ
ถ้าเป็นเสี้ยวประมาณ 1 ใน 4 ของดวง คือ ขึ้น  3 - 4 ค่ำ หรือ แรม  3 - 4 ค่ำ
และถ้าดวงจันทร์มืดเต็มดวง ก็แรม 15 ค่ำนั่นเอง ^^

-------------------------------------------------------------------------

"เครื่องบินแบบนี้ตกบ่อยไหมครับ" ผู้โดยสารท่าทางตื่นกลัว ถามพนักงานประจำเครื่องบิน "ปกติแค่หนเดียวเท่านั้นแหละค่ะ" พนักงานตอบ

วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2552

นิทานดวงดาว Orion ตอนที่ 4 ภาคจบ




Artemis
The Virgin Goddess of the Hunt

ตำนานดวงดาว นายพราน Orion ตอนจบครับ

เป็นอีกครั้งหนึ่งที่พระเจ้ายังคงจับตาดู Hephaestus หยุดงานที่เขาทำอยู่และมองดูเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับชายหนุ่มผู้นี้ตั้งแต่วันที่พ่อพี่ชายของเขา ไปพบกับ Hyrieus “น่าเศร้าจริงๆ ข้าคงต้องช่วยเขาแล้วล่ะ”

    “ Orion” Hephaestus เปร่งเสียงเรียกจากเขา Olympus “ข้าจะให้ ทาสของข้า Cedalion ช่วยเหลือเจ้าทุกอย่างที่เจ้าต้องการ” ทาสของ Hephaestus Cedalion ซึ่งเป็นยักยกร่าง Orion ขึ้นหลังอย่างง่ายดาย
    “Helios ลูกชายแห่งพระอาทิตย์ เป็นหมอรักษาที่ยิ่งใหญ่” Cedalion พูดขึ้น “ข้าอยากจะพาเจ้าไปหาเขาแล้วขอให้เขาช่วยรักษาเจ้าเอาป่ะ” Orion ผงกศรีษะ แล้วพวกเขาก็เดินทางไปยังทิศตะวันออก
    ในเวลาไม่นานพวกเขาก็ถึงขอบของโลกด้านทิศตะวันออก เมื่อพวกเขามาถึง ก็เล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับ Orion ให้ Helios ฟัง

    “ก่อนที่จะให้ข้ารักษาเจ้า เจ้าต้องกำจัดความโกรธแค้นพยาบาทออกจากใจเจ้าซะก่อน และจงมองมายังข้า” Helios พูดกล่าว Orion เงิยหน้าขึ้นจนกระทั่งเขารู้สึกว่าดวงตาของเขาค่อยๆมีความอบอุ่นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เขามองเห็นแสงสีทอง เมื่อ Helios สัมผัสดวงตาของ โอไรออนเขารู้สึกอบอุ่นเป็นอย่างมากและเมื่อ Helios เอามือออกดวงตาของโอไรออนก็สามารถมองเห็นได้อีกครั้งหนึ่ง “จงใช้ชีวิตต่อไปข้างหน้าอย่างมีความสุข” Helios กล่าว

    แต่ Orion ต้องการที่จะแก้แค้นมากกว่าการมีความสุข “ของคุณท่านทั่งสอง” เขาพูดแล้วก็ลุกขึ้น “ข้าต้องไปแล้วล่ะ ข้ามีอะไรที่จำเป็นต้องทำ” Orion เรียกสุนัขของเขาแล้วออกไปสู่ Chios ที่ๆเขาจะไปแก้ค้า Oenopion ทันที แต่ Orion ไม่ใช่มนุษย์เพียงคนเดียวที่มีพระเจ้าคอยคุ้มครอง Poseidon ได้ยินโอไรออนวางแผนการที่จะแก้แค้น Oenopion  เขาจึงพา Oenopion ไปซ่อนไว้ในถ้ำ

    “Poseidon ปกป้อง Oenopion นะ” Zeus บอก Orion “ลืมการแก้แค้นแล้วกลับไปใช้ชีวิตตามปกติดีกว่า” โอไรออนจึงเลิกการแก้นแล้วเข้าไปอาศัยอยู่ในป่าที่เขียวชอุ่มกับสุนัขของเขาตามลำพัง

    วันหนึ่งเขาได้ยินเสียงผู้หญิงเรียกชื่อเขา “Orion Orion หันมาซิ ข้าคิดว่าข้ารักท่านเข้าแล้วล่ะ” เมื่อโอไรออนหันไปก็พบกับหญิงสาวที่มีผิวกายเปร่งประกายราวกับดวงจันทร์ ลอนผมสีดำเข้มและสวมเสื่อคลุมสีเงิน เธอถือธนูสีเงิน ลูกดอกไข่มุก “เจ้ารู้ใหมว่าเราคือใคร” เธอถาม “เราคือ Artemis เราไม่เคยหลงรักชายใดมาก่อน แต่ข้าสามารถพูดได้ว่าเรานั้นถูกสร้างมาคู่กัน”

    Orion ก็คิดแบบเดียวกัน เขารักเธออย่างสุดซึ้งเกินกว่าที่เขาจะเชื่อว่าเขาสามารถรักใครได้เท่านี้มาก่อน เขาท่องเที่ยวและล่าสัตว์ไปในป่าด้วยกัน “ข้ามีความสุขมาก เราสามารถฆ่าสิ่งมีชีวิตทุกอย่างได้ในโลกนี้” Orion ตะโกนขึ้นเพื่อให้โลกได้ยิน

    งี่เง่าและบ้าบอมากๆ Orion ไม่ได้คิดจะทำอะไรตามที่เขาพูด แต่ พระมารดาแห่งโลกคิดว่า Orion ต้องการจะฆ่าสิ่งมีชิวิตทุกอย่างบนโลกซึ่งเธอเป็นผู้สร้างขึ้น เธอจึงส่งแมงป่องมาเพื่อสังหารเขา คืนนั้นเอง ขณะที่ Artemis กำลังนำพระจันทร์ขึ้นสู่ท้องฟ้า แมงป่องก็เข้าไปต่อย Orion ที่เท้าของเขา Orion ตายทันที

    “ท่านอย่ามาพรากชายเดียวที่ข้ารักจากข้าไป” Artemis ร้องไห้เมื่อเห็น Hades มาเอาร่างของ Orion ขณะเดียวกัน Zeus เมื่อเห็นลูกสาวของเธอเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง เขาก็นำร่าง Orion ไปวางไว้บนท้องฟ้า ทำให้ Artemis สามารถอยู่ใกล้ๆ Orion ได้ตลอดเวลาเพราะเธอต้องขับราชรถผ่านดวงดาวบนท้องฟ้าทุกคืน เขาเสกให้ ดาว Orion สว่างจ้าที่สุด เพื่อที่จะให้ Artemis สามารถมองเห็น Orion ได้ตลอดเวลา ดังนั้น orion จะไม่มีวันโดดเดี่ยว Zeus ก็ได้วางสุนัขของ Orion ไว้กับเขาบนท้องฟ้าเช่นกัน ซึ่งมีชื่อว่า Canis Major และ Canis Minor นอกจากนี้ Zeus ยังนำ Lepus กระต่ายป่า ไว้บนท้องฟ้าเพื่อเชิดชูเกียร์ติโอไรออนที่ช่วยประชาชนชาวเมือง Leros สุดท้าย Zeus ก็นำแมงป่องไปไว้บนท้องฟ้าเช่นกันเพื่อนเตือนใจไว้ว่า ไม่มีใครยิ่งใหญ่หรือมีพลังมากจนไม่สามารถพ่ายแพ้ต่อผุ้อื่นได้

“โปรดกรุณาต่อข้าด้วยเถอะท่านพ่อ ” Artemis ขอร้องต่อ Zeus “โปรดช่วยรักษา Orion ให้ปลอดภัยจากแมงป่องด้วยเถิด” ตามคำขอของลูกสาว Zeus ย้ายดวงดาวแมงป่องไปอีกด้านหนึ่งของฝากฟ้าเมื่อใดก็ตามที่ดาวแมงป่องขึ้นทางตะวันออก Orion จะหายลับไปยังทิศตะวันตกเสมอ




จบแล้วคับผม :)

-----------------------------------------------------------------------------

นักแสดงตกงานสามคนกำลังเถียงกันว่า ทำอย่างไรจึงจะได้กลับไปแสดงอีก
คนหนึ่งเสนอว่าน่าจะร่วมกันแสดง คาบาเรต์บนเวที "ที่คิดไว้เป็นยังงี้นะ" เขาพูด
" พอม่านเปิด ฉันออกมาเล่าเรื่องตลก แล้วม่านก็ิปิด จากนั้นม่านเปิดอีก ฉันออกมาร้องเพลงสองสามเพลง แล้วม่านก็ปิด จากนั้นม่านก็เปิด "
" เดี๋ยว เดี๋ยว เดี๋ยว " อีกสองคนขัดขึ้น " แล้วเราสองคนจะต้องทำอะไรกันล่ะ "
ชายคนแรกพูด " ม่านมันปิดเิปิดเองไม่ได้หรอกนะ "

จาก Dodgeville, Wis., Chronicle







วันอังคารที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2552

คำพูดประทับใจของ พระอาจารย์มหาวุฒิชัย (ว. วชิรเมธี)

เมื่อคืนนั่งๆทำงานอยู่ เปิดทีวีไปด้วย พอดีเจอรายการช่อง 9 วู้ดดี้เกิดมาคุย วันนี้สัมภาษพระแฮะ ท่านว. วชิรเมธี ปกติเคยได้ฟังท่านเทศอยู่บ้างทางทีวี นับถือท่านแต่ไม่ได้อะไรมากมาย เลบไม่ได้สนใจอะไรรายการวันนี้เท่าไร พอได้ฟังท่านตอบคำถามของวู้ดดี้ประโยคนี้ เลยหันไปฟังทันที

ท่าน ว.วชิรเมธี  : มาหาพระพุทธเจ้าอย่าขอ   แต่บอกว่าพระองค์จะเป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิตของเรา
วู้ดดี้ : อยากจะได้เงินเยอะๆ วันนี้ขอให้เงินไหลมาเทมา ไม่ใช่
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ไม่มีทาง  พระพุทธเจ้าไม่ได้มีหน้าที่มาหาเงินให้ใคร   ท่านมีหน้าที่เป็นแรงบันดาลใจให้เรา   พระธรรมทำหน้าที่เป็นแผนที่ให้เรา  พระสงฆ์ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้เรา   พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์  ถ้านับถือให้ถูกต้อง  ต้องเป็นแบบนี้นะ
วู้ดดี้ : ขอให้พ่อแม่พ้นจากทุกข์โศกโรคภัยต่างๆ หรือขอให้ครอบครัวมีความสุข  อันนี้ก็ไม่ใช่
พระอาจารย์ ว.วชิรเมธี  : ถ้าคุณขอให้โลกนี้จะมีคนผิดหวังมั้ย  พุทธศาสนาไม่ใช่ศาสนาแห่งการขอ  เป็นศาสนาแห่งการลงมือทำ   คุณอยากได้อะไรดีๆ คุณทำเหตุให้ดีแล้วผลที่ดีจะตามมา  คุณมาขอท่านแต่คุณไม่ได้ทำอะไรให้พ่อให้แม่เลย  ท่านจะดีมั้ย

วู้ ดดี้ : วู้ดดี้ก็จะบอกว่าผมจะเริ่มจากการเป็นคนดี  ผมจะมีสติในการใช้ชีวิต  ผมจะดูแลสุขภาพตัวเองให้แข็งแรงเพื่อที่จะได้มีสติในการช่วยเหลือชาวโลก
พระอาจารย์ ว.วชิรเมธี  : ถูกต้อง   เรามาหาพระองค์ท่านเพียงเพื่อขอให้พระองค์ท่านเป็นสักขีพยานให้เรา  การลงมือทำเป็นเรื่องของเราทั้งหมด   เคยได้ยินมั้ย  อัตตาหิ  อัตตาโน  นาโถ  ตนเป็นที่พึ่งของตน
วู้ดดี้ : แสดงว่าตั้งแต่เกิดมาผมเข้าใจผิดมาตลอดเลยว่าเวลาเจอพระคือขอๆๆๆๆ อย่างเดียว
พระอาจารย์ ว.วชิรเมธี  : ไม่ใช่แล้ว  พุทธศาสนาไม่ใช่ศาสนาแห่งการขอ  เราเป็นศาสนาแห่งการลงมือทำ  ไม่ใช่ให้มาหาแล้วก็ขอๆๆๆ
วู้ดดี้ : แล้ววู้ดดี้ควรจะตั้งจิตแล้วก็อธิษฐานว่ายังไงครับ
พระอาจารย์ ว.วชิรเมธี  : ตั้งสัตยาธิษฐานว่าวันนี้ข้าพระพุทธเจ้ามาอยู่เบื้องพระพักตร์ของพระองค์ แล้ว พระองค์เป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จด้วยความเพียรพยายามของพระองค์เองฉันใด ข้าพเจ้าจะขอเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จด้วยความเพียรพยายามของข้าพระ พุทธเจ้าฉันนั้นเหมือนกัน  นี่เป็นการขอที่ถูกต้องนะ  ขอให้ตัวเองได้ทำอย่างที่พระองค์ทำสำเร็จมาแล้ว  ไม่ใช่มาขอให้พระองค์มาทำให้เรา

ให้เครดิตคุณ : autumn whispers เอามาโพสไว้ในพันทิป


อันนี้มีคนมาโพสลง youtube เป็นคลิปรายการ

ตอนที่ 1


ตอนที่ 2


ตอนที่ 3


ตอนที่ 4


-----------------------------------------------------------------------

ทางเล็กๆที่แยกจากทางด่วนในเมืองลองบีช รัฐแคลิฟอร์เนียเสียหายมานานหลายปีละ เมื่อเร็วๆนี้มีคนนำป้ายที่เีขียนด้วยลายมือไปปักไว้ ใจความว่า "นักวิทยาศาสตร์บอกว่า อีก 1.5 ล้านปี ดวงอาทิตย์จะแตกดับ น่าสงสารคนงานที่จะต้องซ่อมถนนนี้โดยไม่มีแสงแดด"

A.B.Jame

วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2552

นิทานดวงดาว Orion ตอนที่ 3


The blind Orion searching the rising sun (Detail), Nicolas Poussin (1594 –1665), Metropolitan Museum, New York

ตำนานดวงดาว โอไรออน

Hyrieus เป็นพ่อที่ใจดีมาก เขาสอนทุกอย่างที่เขารู้ให้กับลูกชาย ทำให้ Orion กลายเป็น นักล่าและชาวนาที่เก่งกาจมาก Orion เป็นหนุ่มที่สูง แข็งแรงและหล่อเหลา ทำให้เขาเป็นที่หลงใหลของสาวๆในหมู่บ้าน เขาแต่งงานกับหญิงงามนางหนึ่ง และอยู่กันอย่างมีความสุข แต่ว่าวันหนึ่ง ภรรยาของ Orion พูดรำพึงเบาๆว่า “ ข้าได้แต่งงานกับชายหนุมรูปงานแบบนี้ ก็เป็นที่แน่นอนว่าข้านั้นต้องสวยที่สุดสวยกว่า Hera ซะอีก” หญิงสาวผู้นี้คิดว่าไม่มีใครได้ยิน เพราะเธอไม่เห็นใครอยู่แถวนั้น แต่ Heraก็ยังได้ยิน Hera โกรธมาก

    “กล้วดียังไงมาเปรียบเทียบตัวเองกับข้าเนี่ย เธอเป็นเพียงแค่มนุษย์ธรรมดา ดี ข้าจะสั่งสอนบทเรียนให้เจ้าได้รู้ซึ้งไว้บ้าง” Hera เรียกสามีของเธอ Zeus “นางผู้นั้นไม่มีความเคารพในพระเจ้า ท่านต้องกำจัดเธอซะ ได้ยินใหม ข้าต้องการให้เธอหายไปซะ เดี๋ยวนี้!” Zeus ไม่สามารถทำอะไรได้กับภรรยาที่กำลังโกรธ  เพื่อรักษาสันติสุขภายในบ้าน เขาเอาสายฟ้าเขวี้ยงลงสู่โลก ฆ่าภรรยาของ Orion ทันที


    หลังจากพิธีศพเสร็จสิ้น ไม่นานนัก Orion จึงตัดสินใจ “เราต้องไปจากที่นี่” Orion บอกกับพ่อของเขา “ลูกไม่สามารถอยู่ได้โดยปราศจากเธอ ที่นี่เต็มไปด้วยความทรงจำต่างๆมากมาย ลูกจะกลับมาหลังจากลูกได้มีชีวิตใหม่และลืมความเศร้าโศกนี้ได้” พ่อของ Orion เศร้ามาก แต่เขาเข้าใจ เขาจูบลาลูกชายเป็นครั้งสุดท้ายแล้วปล่อยให้ลูกชายเขาจากไปพร้อมกับ สุนัขลาเนื้อสองตัวที่เขาเลี้ยงมาตั้งแต่ยังเป็นลูกสุนัข




    Orion เดินทางไปเรื่อยๆเป็นเวลาหลายสัปดาห์ จนกระทั่งเขามาถึงดินแดนหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า Chios ที่นี่มีปัญหาเกี่ยวกับกระต่ายซึ่งมีเป็นจำนวนมาก เดิมมันอาศัยอยู่ใน Leros ที่เป็นเมืองที่อยู่ใกล้ๆ Chios เรื่องมีอยู่ว่า มีชายหนุ่มคนหนึ่งเห็นไปเห็นกระต่ายที่อาศัยอยู่ในดินแดน Leros เขาเห็นว่ากระต่ายพวกนี้เหมาะกับการนำไปทำเป็นอาหาร ถ้าเขานำมันไปขายต้องได้เงินอย่างมหาศาลแน่นอน ซึ่งก็เป็นความคิดที่ดีไม่น้อยเพียงแต่ว่า หนุ่มน้อยผู้นี้ยังขาดความเชี่ยวชาญ เขาไม่ได้คิดว่าเขาจะจัดระเบียบกับกระต่ายอย่างไรเมื่อมันโตขึ้น และแข็งแรงพอที่จะทำลายรั้วที่กักขังมันแล้วหนีเข้าไปสู่ป่า ดังนั้นหลังจากนั้นไม่นาน พวกกระต่ายที่หลบหนีเข้าไปในป่า ก็โตขึ้นขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างเป็นทวีคูณในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้มีกระต่ายเต็มไปหมดในตอนนี้ บางคนพบมันแม้กระทั่งบนเตียงนอน เมื่อกระต่ายมีจำนวนมหาศาลทำให้มันกินทุกอย่างที่ขวางหน้า ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้เมล็ดพันธุ์พืช และอาหารของชาวบ้าน ทำให้ประชาชนในดินแดนแห่งนี้ต้องทำใจ ทิ้งผืนแผ่นดินนี้ไปหาที่อยู่ใหม่


    “ถ้าพวกท่านจะพยายาม ข้ามีไอเดียร์ดีๆ” Orion พูดขึ้น “รวบรวมคนให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ บอกพวกเขาให้เอาอาวุธแห และสุนัขล่าเนื้อมาด้วยเราจะไปบนแผ่นดินนั้นด้วยกัน” ชายหญิงและเด็กต่างหยิบแหหอกดาบและสุนัขขึ้นเรือเดินทางไปสู่
Chios เมื่อถึงที่นั่นเด็กๆต่างพากันวางกับดัก ผู้หญิงขึงตาขายผุ้ชายหยิบอาวุธ เริ่มต้นจากด้านหนึ่งของเกาะ พวกเขาเดินต้อนกระต่ายร้องตะโกนบ้างตบมือบ้าง เมื่อกระต่ายได้ยินเสียงเหล่านั้นก็ตกใจวิ่งออกมาจากที่ซ่อนต่างๆ ชาวบ้างก็ต่างเอาธนูไล่ยิง บางตัวก็วิ่งไปติดร่างแหที่ถูกขึงไว้รออีกด้านหนึ่งของเกาะ เมื่อพระอาทิตย์อัสดง พวกเขาสามารถฆ่าและจับกระต่ายได้ทั้งหมด ทำให้ประชาชนในเมือง Chios สามารถกลับมาอพยบกลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม Orion ก็กลายเป็น hero ในทันที บรรดาสาวๆในเกาะนั้นต่างพากันตกหลุมรักเขา Orion ตกหลุมรักหญิงสาวคนหนึ่งชื่อว่า Merope และทั้งคู่ก็ตกลงใจที่จะแต่งงานกัน





Hares

    พ่อของหญิงสาวทุกคนในเมือง Chios ต่างอยากจะได้ Orion มาเป็นลูกเขยเว้นก็แต่พ่อของ Merope นี่แหละพ่อของเธอมีนามว่า Oenopion เขาค่อนข้างที่จะใจแคบเมื่อเขาได้ยินว่า Orion ต้องการจะแต่งงานกับลูกสาวของตนทำให้เขาไม่พอใจเป็นอย่างมาก “เจ้าหนุ่มนั่นฉลาดมากมันจะต้องเอาทุกอย่างที่เป็นของเราไปหมดอย่างแน่นอน” Oenopion พูดกับตนเอง “เราไม่สามารถไว้ใจเจ้าหมอนี่ได้ ข้าแน่ใจเหลือเกินว่า เจ้านี่ก่อนที่จะมาที่นี่ต้องทำการตกลงกับผุ้ร้ายที่ใหนซักแห่งแน่ๆ จะมีเหตุผลอะไรที่ทำให้ผู้ชายออกมาไกลจากบ้าน ข้าจะปกป้องพวกเราทุกคนจากเขา” ว่าแล้ว Oenopion ก็วางแผนขึ้น

    เมื่อ Orion มาและขอลูกสาวกับ Oenopion Oenopion ก็แสร้งทำเป็นยินดี “ได้ซิ” Oenopion พูด “ข้ายอมรับเจ้าเป็นเสมือนลูกชายของข้าอยู่แล้ว เอาละงั้นเรามาดื่มฉลองให้กับโอกาสดีๆแบบนี้ดีกว่า” เขานำเหยือกขนาดใหญ่แล้วรินไวน์ใส่ลงไปให้โอไรออนดื่ม เหยือกแล้วเหยือกเล่าจนโอไรออนเมาและหลับไป Oenopion จึงหยิบเหล็กเขี่ยไฟแล้วทิ่มลงไปที่ตาของ Orion Orion กรีดร้องและสลบไปอีกครั้งด้วยความเจ็บปวด หลังจากที่เขาฟื้นขึ้นอีกครั้ง เขารู้สึกว่ามีน้ำใหลเปียกที่เท้าของเขา สุนัขของเขาทั้งสองตัวเลียแผลที่ดวงตาเขาอย่างเบาๆ Oenopion นำเขามาทิ้งไว้ที่ชายหาดพร้อมกับสุนัขของเขาทั้งสองตัว



----------------------------------------------------------------------------------

ลูกชายของเมลวิ่งพรวดพราดเ้ข้าบ้านมา "คุณพ่อครับ คุณพ่อ"  ลูกชายตะโกน
"ผมได้เล่นละครโรงเรียนครับ"
"ยอดมากลูก" เมลชมอย่างภาคภูมิใจ "ลูกเล่นเป็นอะไรล่ะ"
"เล่นบทพ่อครับ"
เมลใคร่ครวญสักครู่แล้วสั่งลูกชาย "ไปหาคุณครูพรุ่งนี้นะ บอกคุณครูว่าลูกอยากได้บทที่ได้พูดด้วย"

วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2552

นิทานดวงดาว Orion ตอนที่ 2


 Orion, c. 1770, Giovanni Battista Bernero( 1736 Cavallerleone - 1796 Torino )

กำเนิด โอไรออน

นานมาแล้วใน Boetia มีชายคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ที่นั่นนามว่า Hyrieus เขาทำงานหนักมาตลอดทั้งชีวิต ไม่มีเวลาแม้แต่จะสร้างครอบครัว ตอนนี้เขาแก่ชราลงมาก ซึ่งทำให้เขารู้สึกเสียใจที่ได้ทำงานหนักเกินไป
“ฉันไม่ควรมานั่งเสียใจให้กับตัวเอง” Hyrieus พูดกับตัวเอง “ในโลกนี้มีอะไรตั้งมากมายให้ทำมากกว่าที่จะมานั่นสมเพชตัวเอง ฉันควรจะเอาเวลาที่เหลืออยู่ทำดีที่สุดเพื่อผู้อื่นและเด็กๆมากกว่า”  ซึ่งแม้ว่าเขาจะพูดกับตัวเองแต่ขณะนั้น Zeus และ ลูกชาย Hermes ก็กำลังฟังเขาอยู่

“Ah, Hermes” Zeus พูดกับลูกชายของเขา “ดูนั่นสิ Hyrieus เขาช่างเป็นชายแก่ใจดีที่โดดเดี่ยวเหลือเกิน พอข้าเห็นแล้วมันทำให้ใจข้าเจ็บปวดยิ่งนัก ฉันไม่สามารถจะจินตนาการได้เลยว่า ถ้าข้าเป็นแบบเขา ข้าจะอยู่อย่างโดดเดี่ยวแบบนั้นได้อย่างไร โดยปราศจากลูกชายที่ทำให้ข้าหัวเราะเวลาที่ข้าเศร้าโศก ข้าช่างโชคดีเหลือเกินที่มีเจ้า” มหาเทพ Zeus วางมือลงบนไหล่ของลูกชาย

“ใช่ครับท่านพ่อ เขาเป็นชายที่นิสัยดีมาก ดังนั้นเหตุใดเขาจึงอยู่เพียงลำพัง” Hermes ถามพ่อของเขา “ท่านเป็นเทพที่มีพลังอันยิ่งใหญ่ที่สุดใน Olympus ลูกแน่ใจเหลือเกินว่า ท่านพ่อสามารถทำอะไรบางอย่างเพื่อช่วยเขาได้ใช่ใหม”

“แน่นอน” Zeus บอกอย่างมีความสุข แว๊ป แสงสว่างเกิดขึ้น แล้วทั้งสองก็หายลงไปสู่โลกมนุษย์
“เอ๊ย สายฟ้าผ่าลงมาบนถนนใช่มั๊ยนั่น” Hyrieus รู้สึกสงสัย “เป็นไปได้ยังไง ไม่ได้มีพายุซักหน่อย ท้องฟ้าก็เปิดบ้าไปแล้ว ฉันคงฝันหรือตาฝาดไป” แต่ Hyrieus ก็ยังเดินลงไปดูที่ถนนเพื่อความแน่ใจ เขาพบชายหนุ่มกับชายแก่สองคน สวมเสื้อผ้าขาดๆ ถือถุงที่มีลาย ภูเขาและดวงดาวยืนเถียงกันอยู่
“อ๋า” ชายอายุน้อยพูดขึ้นก่อน “พ่อไม่รู้ว่ากำลังจะไปใหนใช่มั๊ยเนี่ย ไม่เข้าใจเลยแล้วทำไมถึงยังต้องการจะเป็นคนนำอ๊ะ”

“จะรู้หรือไม่ข้าก็พาเจ้าไปในที่ๆน่าสนใจทุกครั้งไม่ใช่รึไง” ชายแก่แปลกหน้าพูด “ชีวิตมันช่างน่าเบื่อ น่าเบื่อแล้วก็น่าเบื่อ ไม่ใช่เหรอ เอาล่ะๆทำใจให้สบาย ถามชายแก่นี่ดีกว่าว่าเราควรจะไปที่ใหนดีคืนนี้” ชายแก่แปลกหน้าพูดขึ้นพร้อมชี้นิ้วไปที่ Hyrieus พร้อมทั้งพูดกับเขาว่า“เรามีอะไรที่ยังตกลงกันไม่ได้นิดหน่อย ท่านรุ้ใหมว่าเราควรจะเดินทางไปที่ใหนดีคืนนี้?”

“ข้ามีบ้านเล็กๆอยู่หลังหนึ่ง แต่ข้าจะรู้สึกดีใจมากถ้าได้มีคนมาพูดคุยด้วย พวกท่านโปรดมาเป็นแขกของข้าเถิด” Herieus พูดกับชายทั้งสอง




“เห็นมั๊ย ที่นี่น่าสนใจกว่าที่จะไปหมู่บ้านอื่นอีกนะเนี่ย” ชายแก่แปลกหน้าพูดพร้อมดันลูกชายเบาๆ ทั้งสองหัวเราะและขอบคุณ Hyrieus อย่างสุภาพพร้อมทั้งเดินตาม Hyrieus ไปยังบ้านของเขา

ที่บ้าน Hyrieus ทั้งหมดมานั่งพูดคุยเรื่องสนุกสนานต่างๆอยู่หน้าบ้านหลังจากทานอาหารเรียบร้อยแล้ว เมื่อนั่งคุยกันไปได้ซักระยะหนึ่ง แล้วชายเฒ่าแขกก็ชี้นิ้วแล้วถาม Hyrieus ขึ้นว่า “ถ้าเจ้าสามารถขออะไรก็ได้ในโลกนี้ เจ้าอยากได้อะไรเป็นของขวัญมากที่สุด”

“สิ่งเดียวที่ข้าอยากได้ก็คือ ลูกชาย” หลังจาก Hyrieus พูดจบชายชราก็ยืนขึ้นเสื้อคลุมของเขาเริ่มเปล่งแสง
“บูชายัญวัว และหนังเอามาให้แก่ข้า” ชายชราพูดด้วยเสียงคล้ายกับสั่ง
Hyrieus เริ่มงงว่ามันเกิดอะไรขึ้นแต่เนื่องจากเขาเมามากแล้ว เขาจึงทำตามที่ชายชราสั่งเขาไปหลังบ้านฆ่าวัวแล้วเอาหนังมาให้ ในขณะที่ Hyrieus กำลังวุ่นอยู่กับการจัดการกับเนื้อวัว ชายทั้งสองดื่มไวน์จากไหจนหมดแล้วเสื้อผ้าขาดๆที่เขาสวมใส่ก็เริ่มเปลี่ยนเป็นผ้าคลุมสีฟ้ากับสีเหลืองพร้อมกับสายพาดเอวสีทองเผยให้เห็นรูปร่างที่งดงาม Hyrieus วางหนังสัตว์ไว้ที่เท้าของชายทั้งสอง ชายชราแปลกหน้าก็พูดขึ้นว่า “เอาหนังวัวนี้ไปฝังไว้ในสวน” แล้วก็หัวเราะเสียงดัง แต่ทันทีที่ชายชราแปลกหน้านี้หัวเราะก็มีฟ้าแลบฟ้าผ่าท่ามกลางสายฝน Hyrieus หลับตาแล้วมองมาอีกทีก็พบว่าชายทั้งสองได้หายไปแล้ว ตอนนี้เขากลับมาอยู่เพียงลำพังอีกครั้งหนึ่ง

    ฝนตกตลอดทั้งคืน ทำให้ในตอนเช้าดินนุ่ม Hyrieus จึงขุดหลุมได้อย่างง่ายดาย  เขาฝังหนังวัวไว้ในหลุมใกล้ๆหน้าต่างตามคำที่ชายชราแปลกหน้าบอกไว้ เก้าเดือนต่อมา Hyrieus ได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ตรงจุดที่เขาได้ฝังหนังวัวไว้ “เจ้าถ่ายปัสสวะใส่ที่ๆเจ้าเกิดมางั้นเหรอ” ชายชราพูดพร้อมทั้งเข้าไปอุ้มเด็กชายนั้นมากอดไว้ “ข้าจะเรียกเจ้าว่า Urion” แต่เนื่องจากเพื่อนบ้านบอกกับ Hyrieus ว่าชื่อนี้เวลาออกเสียงแล้วดูน่ากลัว เขาจึงเปลี่ยนชื่อเด็กชายผุ้นี้เป็น Orion




------------------------------------------------------------------------------------



หมาส่วนใหญ่มีความจริงใจ ทำให้มันเป็นที่เอ็นดูรักใคร่ของคน
ไม่ว่าคุณจะพูดบ้าบอกับมันอย่างไรก็ได้ มันจะแค่มองคุณด้วยสายตาที่ว่า
"โอ้โฮ เจ้านายพูดถูกแล้ว ผมไม่เคยนึกแบบนี้มาก่อนเลย"


ความสวยงามของตัวเลข


จากบทความสมัยยังอยู่ มหาวิทยาลัยอีกแล้วครับ ^^

บทความชื่อ ยากอย่างไรก็ยังงาม

ตัวเลขสวย โดย อ.สุเทพ จันทร์สมศักดิ์

มนุษย์ค้นคิดสร้างปัญหาเกี่ยวกับตัวเลขที่น่าสนใจ และสวยงามมานานหลายพันปีแล้ว ต่อไปนี้เป็นตัวอย่าง
ซึ่งจะให้นักเรียนคิดเล่นสนุกๆ
พิจารณา 987,654,321 กลับตัวเลขนี้ได้ 123,456,789 หาผลลบได้
987,654,321
-
123,456,789
864,197,532
จงสังเกตว่าทั้งสามจำนวนประกอบด้วยเลขโดด 1,2,3,4,5,6,7,8,9

พหุคูณของ 3 เมื่อคูณด้วย 37 ได้ตัวเลยที่น่าสนใจมาก

3 x37 = 111 และเมื่อนำ 1 + 1 + 1 = 3
6 x37 = 222 และเมื่อนำ 2 + 2 + 2 = 6
9 x37 = 333 และเมื่อนำ 3 + 3 + 3 = 9
12 x37 = 444 และเมื่อนำ 4 + 4 + 4 = 12
15 x37 = 555 และเมื่อนำ 5 + 5 + 5 = 15
18 x37 = 666 และเมื่อนำ 6 + 6 + 6 = 18
21 x37 = 777 และเมื่อนำ 7 + 7 + 7 = 21
24 x37 = 888 และเมื่อนำ 8 + 8 + 8 = 24
27 x37 = 999 และเมื่อนำ 9 + 9 + 9 = 27


พหุคูณจอง 7 เมื่อคูณด้วย 15,873 ก็ได้ตัวเลขที่น่าสนใจ

7 x 15,873 = 111 111
14 x 15,873 = 222 222
21 x 15,873 = 333 333
28 x 15,873 = 444 444
35 x 15,873 = 555 555
42 x 15,873 = 666 666
49 x 15,873 = 777 777
56 x 15,873 = 888 888
63 x 15,873 = 999 999

ตัวเลขต่อไปนี้ก็สวยมาก


( 0 x 9 ) + 8 = 8
( 9 x 9 ) + 7 = 88
( 98 x 9 ) + 6 = 888
( 987 x 9 ) + 5 = 888 8
( 987 6 x 9 ) + 4 = 888 88
( 987 65 x 9 ) + 3 = 888 888
( 987 654 x 9 ) + 2 = 888 888 8
( 987 654 3 x 9 ) + 1 = 888 888 88
( 987 654 32 x 9 ) + 0 = 888 888 888

ตัวเลขอีกชุดหนึ่งซึ่งน่าสนใจเช่นกัน

( 1 x 8 ) + 1 = 9
( 12 x 8 ) + 2 = 98
( 123 x 8 ) + 3 = 987
( 1234 x 8 ) + 4 = 9876
( 12345 x 8 ) + 5 = 98765
( 123456 x 8 ) + 6 = 987654
( 1234567 x 8 ) + 7 = 9876543
( 12345678 x 8 ) + 8 = 98765432
( 123456789 x 8 ) + 9 = 987654321

ตัวเลขชุดสุดท้ายนี้ก็สวยเช่นกัน

( 1 x 9 ) + 2 = 11
( 12 x 9 ) + 3 = 111
( 123 x 9 ) + 4 = 111 1
( 1234 x 9 ) + 5 = 111 11
( 12345 x 9 ) + 6 = 111 111
( 123456 x 9 ) + 7 = 111 111 1
( 1234567 x 9 ) + 8 = 111 111 11
( 12345678 x 9 ) + 9 = 111 111 111



---------------------------------------------------------------------------

ดิฉันพาสามีไปรับประทานอาหารค่ำที่บ้านพ่อแม่เป็นครั้งแรกหลังแต่งงาน
พ่อดิฉันแหย่ลูกเขยคนใหม่ "เป็นไงมาร์ก มิเชลกับแม่เขานี่ ใครทำกับข้าวเก่งกว่ากัน"
ดิฉันใจหายวูบ ตาจ้องมาร์กเป๋ง กลัวว่าเขาจะตอบอะไรเปิ่นๆ แต่สามีกลับวาดลวดลายราวกับนักการทูต
เขาตอบว่า "ผมคิดว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นเลยครับ คุณพ่อ"



วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2552

นิทานดวงดาว Orion ตอนที่ 1




กลุ่มดาวนายพราน โอไรออน (Great hunter Orion) 

 

ใกล้หน้าหนาวแล้ว เวลาท้องฟ้ามืดครึ้ม พอมองขึ้นไปบนฟ้าช่วงค่ำๆ ก็จะเห็นกลุ่มดาวกลุ่มหนึ่งสว่างไสว เสมอเลย ในนั้นมีกลุ่มดาวกลุ่มหนึ่งที่ผมชอบที่สุด กลุ่มดาวกลุ่มนี้จะปรากฏให้เห็นเวลาเข้าหน้าหนาวเท่านั้น เวลามองทีไรรู้สึกหนาวเย็นทุกทีเลย กลุ่มดาวกลุ่มนั้นก็คือกลุ่มดาว Orion หรือดาวนายพรานครับ ถ้าคนไทยจะรู้จักกันในชื่อดาวเต่า ถ้าจะพูดให้อ๋อเลย ตรงส่วนเข็มขัดนายพราน (Orion 's belt) เราจะเรียก ว่า "ดาวไถ" ครับผมรู้จักกลุ่มดาวนี้ก็ตอนเข้าค่ายดูฝนดาวตกลีโอนิคตอนปีสอง ที่อ่าวมะนาว อาจารย์ชี้กลุ่มดาวนี้แล้วเล่านิทานเกี่ยวกับดาวกลุ่มนี้ให้ฟัง สามวันนั้นเป็นวันที่หนาวมากๆ โดยเฉพาะคืนนั้นจารย์เล่าให้ฟังเสร้จก็เปิดเพลงเย็นๆ ของ Carpenter พอส แล้วก็ห่างไกลเหลือเกิน กลิ่นอากาศหนาวที่เย็นจับขั้วหัวใจ กลิ่นลมจากหาดชายทะเลที่พัดเข้ามากระทบผิวยังจำฝังใจ ตามองดวงดาวบนท้องฟ้า เ็ป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดในตอนนั้นเลย ทำให้ทุกครั้งที่มองกลุ่มดาวนี้ทีไร ความรู้สึกนั้นก็ยังกลับมาตลอดเลยทีเดียว



กลุ่มดาวนายพราน Orion มือหนึ่งถือคันธนู มือหนึ่งถือลูกศร
  
ภาพร่างกลุ่มดาวนายพรานโอไรออน ครับ บางคนก็บอกว่าถือโล่กับกระบอง บางคนเห็นเป็น โล่กับดาบ กระบองกับสิงโต อันนี้แล้วแต่จินตนาการครับ ของไทยเราเห็นเป็นเต่า ก็เก๋ไปอีกแบบ ^^

 
An engraving of Orion from Johann Bayer's Uranometria, courtesy of the US Naval Observatory Library

เมื่อปีที่แล้วเกิดสนใจอยากอ่านนิทานของดาวดวงนี้อีกครั้งเลย หาดู ก็เจอนิทานที่น่าสนใจอันหนึ่ง เลยแปลเก็บไว้ ว่าแล้วก็เริ่มกันดีกว่า แปลสำนวนยังแปลกๆบ้างนะครับ เพราะไม่ค่อยได้แปลนิทานยาวๆแบบนี้เท่าไร

" มีดวงดาวเป็นล้านล้านดวงบนท้องฟ้า แต่เชื่อมั๊ยนักเรียน เมื่อเรามองดูดาวบนท้องฟ้า เค้าว่ากันว่ามีเพียงคนพิเศษคนเดียวเท่านั้นที่มองดาวดวงเดียวกันกับเรา " ลมหนาวก็พัดโชยมาทันที หลังจากจารย์พูดจบ จารย์ พูดไว้ระหว่างเช็คชื่อก่อนพาไปหาด เพื่อดูดาว


-------------------------------------------------------------------------------





ช่างตัดผมทำมีดโกนบาดลูกค้าสามครั้งระหว่างโกนหนวด พอถูกบาดอีกครั้ง ลูกค้าซึ่งพยายามข่มความโกรธเต็มที่ก็เอ่ยปากขอมีดโกนจากช่าง
"จะเอาไปทำอะไรเหรอครับ" ช่างตัดผมถาม "หรือคุณจะโกนเอง" 
ลูกค้ากล่าวอย่างเหลืออดว่า "ฉันอยากได้อาวุธไว้ป้องกันตัวเท่านั้นแหละ"




วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2552

Tiramisu อยู่เหย้าเข้าครัว ตอนที่ 1

หลังจากเปิดๆเวปหาวิธีทำขนมดู ก็ไปเจอเวปบล๊อกหนึ่งเข้าของคุณปูขาเก ในพันทิป สอนทำขนม แล้วเราก็เหลือบไปเห็น ทิรามิสุ ขนมของโปรดของเรา พออ่านวิธีการทำดีใจมาก ไม่ต้องใช้เตาอบ เพราะที่บ้านไม่มี แต่อุปกรณ์และส่วนผสมต่างๆที่อ่านดู บ้านก็ไม่มีซักอย่างเหมือนกัน (-.- ที่บ้านไม่ได้มีอะไรเลย มีแต่กระทะไฟฟ้า) เอาๆ ไหนๆก็ไหนๆละ ลองทำดูหน่อยละกัน ว่าแล้วก็ออกไปซื้ออุปกรณ์และส่วนผสมมา หมดไปเกือบพัน T_T นั่งรถไปซื้อกินจะถูกกว่ามั๊ยเนี่ย พอได้ของมาครบก็เปิดเวปและทำตามเลยครับ ทิรามิสุ เวอร์ชั่น บ้านเบียร์ เสร้จแล้วก็หน้าตาเป็นแบบนี้



ส่วนผสมขาดๆเกินๆครับยอมรับเลย ชิมแล้วยังถือว่าไม่ค่อยดีเท่าไร กลิ่นรัมแรงไปนิดกลบกลิ่นหอมของวีิปปิ้งครีมไปหมดเลย ตอนผสมวิปครีมห้อมหอม สงสัยเทเหล้ามากไปกินไปสองสามคำมึนเลยแฮะ



ตอนนี้ยังเหลือ มาสคาโปน วีปปิ้งครีม และ โกลเด้นเลดี ฟิงก์เกอร์อยู่นิดหน่อยคับ พอทำแก้ตัวได้อีกครั้งนึ



ชิมไปครึ่งนึงหลังจากแช่มาสองวัน ไม่เมาแฮะ ก็ใช้ได้นะ :p


ขอบขอบคุณสูตรจากคุณปูขาเก

www.bloggang.com/mainblog.php?id=pookhakae&month=25-09-2008&group=2&gblog=35

--------------------------------------------------------------------------------------

วันหนึ่งขณะเสริฟอาหารค่ำในเที่ยวบินจากนครนิวยอร์กไปชิคาโก ดิฉันวางจานลาซานญาบนถาดของสุุภาพบุรุษคนหนึ่ง เขาลองชิมแล้วแสดงท่าทางไม่พอใจ
"รสชาติสู้ของคุณแม่ไม่ได้ใช่มั๊ยคะ" ดิฉันถามติดตลก
"แม่เหรอ" เขาย้อน "พ่อทำยังอร่อยกว่านี้เลย!"

                                              J. Michelle

วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2552

คำถามทึ่ไม่มีคำตอบ ตอนที่ 2 ภาคจบ

จุดอ่อนของภาษา กับคำถามที่ไม่มีคำตอบ


3. ปัญหาของนักสืบ

นักสืบคนหนึ่งถามนายดำว่า นายขาวเป็นคนอย่างไร 
นายดำบอกว่า : “นายขาวเป็นคนโกหกเสมอ”
ครั้นมาถามนายขาวว่านายดำเป็นคนอย่างไร
นายขาวบอกว่า : “นายดำเป็นคนพูดจริงเสมอ” 
นักสืบจะสรุปอย่างไรดี

4. ปัญหาของช่างตัดผม 


ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งเป็นโรคเหาจนปราบไม่ไหว เจ้าหน้าที่เห็นทางออกทางเดียวคือสั่งให้ทุกคนในหมู่บ้านนั้นโกนผมให้หมด เพื่อให้แน่ใจ เจ้าหน้าที่คนนั้นเรียกช่างตัดผมซึ่งมีอยุ่คนเดียวในหมูบ้านนั้นมากำชับว่า “ให้แกรออกสำรวจคนในหมูบ้านทุกคน ถ้าพบผู้ใดไม่โกนผมของตนเอง แกรต้องโกนให้ แต่ถ้าคนไหนโกนผมของตนเองก็อย่าไปโกนให้เป็นอันขาด ถ้าแกรขัดคำสั่งนี้แม้แต่ครั้งเดียวแกรจะถูกลงโทษ” ช่างตัดผมขณะนั้นยังไม่ได้โกนผม ถ้าเขาจะไม่โกนก็จะถูกลงโทษ ถ้าเขาลงมือโกนเมื่อใดเขาก็จะต้องระงับการโกนตามคำสั่ง เพราะว่าจะโกนให้ผู้ที่โกนผมของตนเองไม่ได้ เขาจะทำอย่าไรดีกับผมของตนเอง จึงจะไม่ขัดคำสั่งเจ้าหน้าที่


------------------------------------------------------------------------------------------



ฟังคำกล่าวมาก็มาก ยังไม่เคยเห็นใครพูดได้ยืดยาวเท่ากับประธานบริษัทคนใหม่ ในที่สุด ท่านก็ทำท่าจะสรุปโดยกล่าวว่า "โปรดอภัยด้วยถ้าผมพูดยาวเกินไป เพราะเมื่อเช้าผมลืมสวมนาฬิกาออกจากบ้านและในห้องนี้ก็ไม่มีนาฬิกาเสียด้วย"
มีเสียงแว่วๆมาจากหลังห้องว่า "แต่มีปฏิทินอยู่ด้านหลังนี่ครับ"


วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2552

คำถามทึ่ไม่มีคำตอบ ตอนที่ 1

จุดอ่อนของภาษา กับคำถามที่ไม่มีคำตอบ

เรื่องที่เอามาลงคราวนี้ เป็นบทความที่เคยอ่านสมัยเรียนที่มหาวิทยาลัย แล้วได้คัดลอกเก็บใส่สมุดไว้ เสียดาย ไม่ได้จดชื่อหนังสือเล่มนั้นมาไว้ด้วย อ่านแล้วสนุกดีเลยเอาลงไว้อ่านเล่นๆครับ ^^ เบียร์

1  ปัญหาของจระเข้

แม่ลูกอ่อนคนหนึ่งอุ้มลูกไปเดินเล่นในสวนสัตว์ ด้วยความเผลอเรอ ปล่อยให้จะเข้ตัวหนึ่งคาบลูกน้อยไป ด้วยความรักลูกแม่จึงไหว้วอนขอให้จระเข้ส่งลูกของตนคืนมา แต่...

จระเข้ได้ตั้งเงื่อนไขว่า   :   "ถ้าแม่เดาใจมันถูกสักเรื่องหนึ่งมันจะคืนให้ มิฉะนั้นมันจะกินเสียต่อหน้าต่อตา"

แม่จึงกล่าวว่า  :   “ เจ้าจะไม่คืนลูกให้ข้า ”

จระเข้จึงมาคิดดูว่า ถ้ามันกินเด็กน้อยเสียก็จะตรงกับคำเดาของแม่ มันจะเอาลูกที่ไหนมาคืนให้แม่ แต่ถ้ามันคืนเด็กให้แม่ไปเสีย ก็หมายความว่าแม่เดาใจมันผิด มันก็มีสิทธิ์จะกินเด็กเพื่อไม่ให้เสียสัตย์ต่อวาจาที่ลั่นไป


2  ปัญหาของคนป่า

คนป่าเผ่าหนึ่งเป็นมนุษย์กินคน ครั้งหนึ่งจับเชลยมาได้คนหนึ่ง จึงชุมนุมกันทำพิธีสังเวยแล้วก็จะฉลองด้วยมื้ออาหารอันโอชะ

หัวหน้าเผ่านึกสนุกขึ้นมาจึงลั่นวาจากับเชลยว่า  :  “ ไหนเจ้าเชลยตัวดี จงพูดอะไรมาให้ข้าเสี่ยงทายหน่อยสิ ถ้าเจ้าพูดความจริงข้าจะจัดการต้มเจ้า ถ้าพูดความเท็จข้าก็จะจัดการย่างเจ้า ถ้าข้าไม่ทำตามที่พูด ขอให้เจ้าหักคอข้าเสีย ”

เชลยคนนั้นดีใจจึงพูดว่า

เชลย  :   “ข้าจะถูกย่าง”

หัวหน้าเผ่าจึงสั่งให้ย่าง แต่แม่มดที่อยู่ ณ. ที่นั้นค้านว่า ถ้าย่างเขาเจ้าเขาจะหักคอหัวหน้าเผ่า เพราะเขาพูดความจริงต้องต้ม

พ่อมดจึงค้านแม่มดว่า   :  “ ช้าก่อนต้มไม่ได้ เพราะว่าถ้าเอาเขาไปต้มก็หมายความว่า เชลยพูดเท็จ ตามคำสาบานของหัวหน้าเผ่า ต้องจัดการย่างมิฉะนั้น เจ้าเขาจะหักคอ”


คนป่าเผ่านั้นจนบัดนี้ยังปรึกษากันอยู่ว่าจะจัดการ กับเชลยอย่างไรดีจึงจะไม่ทำให้หัวหน้าเผ่าถูกหักคอ




ต่อตอนสองนะครับ :)

---------------------------------------------------------------------------------

ถาม : ถ้าหากว่าคุณขับรถสปอร์ตสุดหรูไปเจอ


1.  คุณยายอายุมากแล้วป่วยหนักต้องการคนพาไปส่งโรงพยาบาลด่วนไม่งั้นท่านจะตาย
2.  เพื่อนสนิทที่สามารถตายแทนกันได้ ไม่ได้เจอกันมานานมาก ยืนรอรถอยู่เพื่อจะกลับบ้าน

3.  ผู้หญิงสาวสวยสุดเซ็กซี่ที่คุณจะไม่มีวันได้เจออีกแล้วในชีวิตนี้ซึ่งจะเป็นเนื้อคู่คุณในอนาคต

ถ้ารถคุณสามารถรับคนได้เพียงคนเดียวเท่านั้นแบบนี้แล้ว คุณจะทำอย่างไร



ตอบ




ผมจะส่งกุญแจรถผมให้เพื่อนที่สนิทแล้วให้เขาพาคุณยายไปส่งโรงพยาบาล ส่วนผมก็ไปกับสาวสวยสุดเซ็กซี่คนนั้น